บันทึกวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2553
ผมทำงานชุมชนในหลายตำบลของอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
ตำบลหนึ่ง ๆมีตั้งแต่ 5 หมู่บ้าน จนถึง 20 กว่าหมู่บ้าน
การศึกษาประวัติหมู่บ้าน เป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งของการศึกษาชุมชน
ของอาจารย์หมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
ซึ่งเปิดโอกาสให้คนทำงานสุขภาพชุมชนได้เรียนรู้
ประวัติหมู่บ้าน อ่านไปอ่านมาเหมือนเรื่องเล่า
แต่เป็นเรื่องเล่าจากข้อมูลคนแก่คนเฒ่าในหมู่บ้าน
ทำให้เรารู้จักว่า ใครมาบุกเบิกหมู่บ้าน การย้ายถิ่น การเปลี่ยนแปลงทั้ง
เชิงประชากร วิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ชื่อของหมู่บ้าน มักจะเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน
มีทั้งที่เป็นอดีต และยังคงร่องรอยถึงปัจจุบัน
ชื่อหมู่บ้าน หลาย ๆ หมู่บ้าน จะตั้งตามผู้บุกเบิก แหล่งน้ำ พืชพันธุ์
รวมถึงสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน
*************
วันนี้ ผมขอบันทึก "ประวัติหมู่บ้าน โนนเสลา โนนทัน "
ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ นะครับ
เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน มีพ่อเฒ่าโอ พ่อเฒ่าไกร และพ่อเฒ่ามั่น นำลูกหลาน
อพยพจากบุ่งอีโต้ เพื่อหาที่ทำกิน เดินทางจนมาพบที่ดอนที่มีไม้ "กระเลา"
ขึ้นริม "ห้วยโจด" พื้นที่มีลักษณะสมบูรณ์มากเหมาะต่อการตั้งถิ่นฐาน และ
เพาะปลูก จึงได้สร้างบ้านเรือนในเวลาต่อมา
ต่อมามีคนอพยพหนีภัยน้ำท่วมจาก "บ้านตูม" ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศเหนือ
2 กิโลเมตร จึงมีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น และประกอบกับมีผู้คนอพยพหนี
"เสือโคร่ง" จากบ้าน "น้อยโนนหนามแท่ง" ทางทิศตะวันออก 2 กิโลเมตร
จึงทำให้ชุมชนขยายตัวมากขึ้น
จาก "บ้านโนนกระเลา" เดิม เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน
การเรียกชื่อหมู่บ้าน จึงเพี้ยนไปจากเดิมเป็นบ้าน "โนนเสลา" ในปัจจุบัน
ปัจจุบันบ้านโนนเสลา เป็นชุมชนใหญ่ จึงต้องมีการแบ่งการปกครองออกเป็น
6 หมูบ้าน คือ บ้านโนนทัน หมู่ 5 บ้านโนนเสลา หมู่ 6 บ้านประชาสามัคคี
หมู่ 8 ซึ่งแยกออกไปจากบ้านโนนเสลาโนนทัน เมื่อปี พ.ศ. 2522
เนื่องจาก มีประชากรค่อนข้างหนาแน่น บ้านโนนทัน หมู่ 10 บ้านโนนเสลา
หมู่ 11 และบ้านโนนทัน หมู่ 12 ในปัจุบัน
" ศาลปู่ตาที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้าน ...ด้านขวามือก่อนเข้าหมู่บ้าน "

ด้านอาชีพด้านของชาวบ้านคือ อาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ เลี้ยงวัว และอาชีพ
เสริมของหมู่บ้านที่เลื่องชื่อ คือ การทอผ้าขิด และการจักสาน
" ทอผ้าขิด...ภาพที่คุ้นตาคุ้นใจ "

" ลีลาผ้าขิด"

"จักสาน จักด้วยหัวใจ"

ด้านประเพณี ที่สำคัญคือ บุญเข้าพรรษา "ประเพณีแห่นาคโหด" หนึ่งเดียวในโลก
ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาชมประเพณีดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
และบุคคลที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันในหมู่บ้าน ที่น่าเรียนรู้ และนำแนวคิดการปลูกต้นไม้
ที่ไม่เพียง ....
แค่การปลูกต้นไม้ แต่เป็นวิธีคิด ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมของพระพุทธเจ้า และ
การไม่มีตัวตน
" ปู่สอน กล้าศึก " ผู้ปลูกต้นไม้ในใจทุกคน
ที่ผมบันทึกไว้ และคิดว่า จะบันทึกต่อไปครับ ........


******************
สวัสดีค่ะ
...เคยไปหาซื้อผ้าพื้นเมืองค่ะ
...แต่ไม่เคยทราบประวัติ
...ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ
คุณปิ่นธิดา ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน ครับ
* คิดถึงจัง ไม่ได้เข้ามาเลย เนื่องจากภาระกิจมากมายค่ะ นี่ก็เพิ่มจากเสร็จากงานงาน 46 ICT Lab School Leadership Center โรงเรียนในฝันทั่วประเทศมาจัดนิทรรศการที่ อต. อีกทั้งต้องทำหน้าที่ศูนย์ซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ ประจำอำเภอลับแล.. วันนี้เป็นอาทิย์แรก ที่ได้หยุด จากที่เม่อวานก็ยังทำงานอยู่..
* มาวันนี้ก็เจอบันทึกที่โดนใจมากอีกแล้วนะ... เพราะครูใจดี สนใจเรื่องนี้อยู่พอดี และกำลังค้นความความหมายของชื่อหมู่บ้านในอำเภอลับแล ตอนนี้ใช่พลังมด คือนักเรียนไปสืบค้นจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู้บ้านของตนเอง รู้มั้ย ว่าเมืองลับแลมีประวัติที่ยาวนานมาก เป็นชาวเชียงแสนที่อพยพอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ มา 200 กว่าปีแล้ว...
* พี่อยากแนะให้ไปอ่านที่บล็อกเมืองลับแล อืม...เหมือนพ่อน้องทิมดาบก็เคยเข้าไปอ่านนะ เป็นบล็อกของเพื่อนพี่เอง คุณเลิศฤทธิ์ ศรีหงษ์ ซึ่งพี่ช่วยกันเขียนเรื่องราวของเมืองลับแล เพื่อนพี่เขาเขียนประวัติ และเรื่องราวของลับแล เป็นบทกลอนค่ะ ในบันทึก "คำประพันธ์เพื่อเธอ" http://gotoknow.org/blog/laplae/388614 และล่าสุด "บันทึกผีเสื้อ" http://gotoknow.org/blog/laplae/394916 เป็นผีเสื้อที่เกิดจากหนอนมะนาว ที่มากัดกินใบมะนาว เราเลยปลูกดอกไม่เพื่อล่อแมลง... แต่ตอนนี้เจ้าหนอนนันได้กลายเป็นผีเสื้อแสนสวยไปแล้ว จึงบันทึกเรื่องผีเสื้อ ก็เขียนเป็นบทกลอนค่ะ..และจะแต่เพิ่มไปเรื่อยๆ ตามเหตุการณ์....
* ที่กระท่อมรจนา ศาลาพักใจ เป็นบ้านที่เพื่อนมาปลูกไว้ให้ครอบครัวของครูในโรงเรียนไปอยู่ จิตใจเค้างดงามมากเลยนะ.. นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจมาใช้ที่นี้ ปลูกหญ้าแฝก พืชผักผลไม้ ผักสวนครัว ดอกไม้นานาพรรณ เพื่อพิสูจน์ให้คนทั่วๆไปรู้ว่า ไม่ต้องร่ำรวย เราก็มีความสุขได้ หากใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามปรัญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... เพื่อจะกลับมาที่ลับแลทุกเดือน (เขาอยู่ กทม) และที่สำคัญเพื่อนคนนี้รักต้นมากยิ่งกว่าสิ่งใด เขาชอบปลูกต้นไม้ เขาเห็นต้นไม่ถูกตัดโค่น เขาจะเสียใจมากๆ เลย
* จริงๆ นะ อยากให้น้องหมอ ไปเที่ยวที่บล็อกลับแล น้องหมอไปลับแลก็เหมือนไปเยี่ยมครูใจดี เพราะครูใจดีเป็นครูที่ลับแล รักลับแล เป็นส่วนหนึ่งของลับ จนกลายเป็นคนลับแลไปแล้ว บล็อกลับแลพี่ก็ช่วยเพื่อนมาโดยตลอด แล้วอีกหน่อยนักเรียนของครูใจดี ก็จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับความเป็นมาของชื่อหมู่บ้าน ในอีกมานาน... และน้องหมอ คงได้พี่ชายเพิ่มอีกคนหนึ่ง...ที่เป็นคนที่มีจิตใจดีมากๆ พี่รับประกันด้วยเกียรติของพี่เลยนะจะบอกไห้ ฮา...
* พี่คุยยาวมากเลยนะ.... ก็คิดถึง มีเรื่องอยากคุยตั้งเยอะ..แฮ่ะๆๆ พี่ยังไม่ไปเยี่ยมเพื่อนคนอื่นๆ เลย มาหาน้องชายเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย...
* วันนี้พี่เอาผีเสื้อมาฝากน้องหมอนะจ๊ะ... อยากเห็นผีเสื้อในเมืองลับแล ก็ลิงค์ตามไปนะ ทั้ง 3 ลิงค์