Happy Birthday

                            

       "แรงบันดาลใจในชีวิตของพ่อแม่จะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ลูก" ดังนั้นพื่อให้สมกับคำกล่าวข้างต้น จึงขอเขียนถึงลูกโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าตัวสักหน่อยครับ (ตอนนี้พ่อมีสิทธิตัดสินใจแทน เนื่องจากคนถูกกล่าวถึงยังไม่บรรลุนิติภาวะครับ)  วันที่ 17 กันยานี้ เป็นวันคล้ายวันลืมตาดูโลกของเจ้าลูกคนเล็ก จริงๆ จะเรียกว่าลืมตาดูโลกอย่างเต็มที่ในครั้งแรกที่ออกมาก็ไม่เชิง เพราะเห็นหลับตาปี๋ร้องให้เสียงเสียดังตั้งนาน ฉายแววนักร้อง(ไห้)ตั้งแต่แรกเกิดเชียวครับ

      เจ้าลูกคนเล็ก ที่ผมกล่าวถึงนี้คือ “แซน”  เป็นชื่อเล่นที่ผมตั้งให้เพราะอยากให้มีความหมายติดดินนั้นก็คือ ทรายครับ เพราะเจ้าพี่ชายชื่อ “ซอ” ปัจจุบันเป็น ลีซอ น้องก็เลยเป็น ลีแซน ครับ  แต่เจ้าสองคนนี่ มักจะเรียกตนเองกับพ่อว่าเป็น “เจ้าบู” คนโตเป็น บูใหญ่ ส่วนน้องเป็น บูเล็ก เวลาเจอพ่อทำท่าครางหงิงๆ มาให้พ่อกอดและกัดคอเล่นครับ เจ้าแซนลูกคนเล็กนี่ ตอนเด็กร้องให้เสียงดังนานมากอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง โตมาก็ยังร้องเย้ว..ๆ กับพี่ เสียงดังเกือบทุกวัน จนต้องปราม เวลาผมจะไปทำงานเจ้าสองคนจะวิ่งมากอดให้ก่อนพร้อมกับปีนขึ้นที่เอว เหมือนที่เขามักเทียบว่าเด็กซนเหมือนลิงนั่นแหละครับ พอพ้นประตูบ้านก็ตะโกนตามหลังว่า บ้าย..บายครับพ่อ ... เสียงดัง

      บางครั้งเวลาพ่อแม่ติดธุระทำงาน สองคนนี่ก็อยู่ด้วยกันเองครับ (อ้างว่าฝึกลูกให้เหมือนเด็กฝรั่งดูแลตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก) แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ครับ ไม่ทะเลาะกัน เหมือนมีพ่อแม่อยู่ พี่คนโต จะเจ็ดขวบเดือนธันวาคมนี้ น้องคนเล็ก 5 ขวบวันนี้ ใครอยากลองฝึกลูกให้อยู่ด้วยกันเอง ก็ลองทำดูครับ แต่ต้องถามเรื่องความปลอดภัยทุกด้านก่อนว่าเขาจะจัดการกันอย่างไร แต่ก็นับว่าเสี่ยงพอสมควร บางครั้งวันหยุด 3-4 วันก็ให้เด็กๆ ไปนอนบ้านคุณลุงคุณป้า ซึ่งเจ้าแซนชื่นชอบเป็นพิเศษ ซึ่งผมเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้นแหล่ะครับ

       ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านมาเร็วถึงห้าปี ที่ผ่านมาต้องขอขอบพระคุณปู่ คุณย่าครับ ที่มาช่วยดูแลตอนน้องลีซอ-ลีแซน ยังเล็ก ๆ แม้ตอนนี้คุณปู่อาจจะเฝ้ามองดูเจ้าตัวเล็กอยู่ไกลแสนไกล  สำหรับวันคล้ายวันเกิดวันนี้พ่อขอให้ แซน เจ้าบูน้อย มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นเด็กดีครับ ...