เมื่อวานได้มีคณะอาจารย์ ณ สถาบันแห่งหนึ่ง
ได้มาพูดคุยธรรมะกับธรรมฐิตหลายเรื่องหลายราว
แต่ธรรมฐิตไม่เคยรู้จักพวกเขาหรอกเพราะเคยมาครั้งแรก
มาตามคำบอกเล่าของคนที่เคยพูดคุยกะธรรมฐิต...
สนทนากันเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตโดยควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรม
มนุษย์เรานั้นนเกิดมาไม่ใช่เพียงเพื่อทำภาระหน้าที่การงานเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยอันจะหล่อเลี้ยงตัวและครอบครัวก็หาไม่
ในบางช่วงชีวิตความสะดวกสบายแห่งปัจจัยภายนอกอาจจะขาดจะเกินไปบ้างตามเหตุปัจจัย แต่ทว่าภายในจิตวิญญาณของมนุษย์ได้รับการฝึกฝนพัฒนาอย่างถูกวิธี ด้วยการแยกแยะภาวะที่เป็นบวกและภาวะที่เป็นลบไปพร้อมๆกันเพื่อจะไม่หลงติดยึดในภาวะนั้นๆ
ที่มนุษย์เราดูถูก ข่มเหง รังแก ชิงดีชิงเด่นกัน
เพราะมนุษย์ผู้นั้นด้อยกว่า ต่ำกว่า คนละชนชั้นกับตัวเอง(ผู้โง่เขลา)
ภาวะเหล่านี้จะเกิดขึ้นในใจของมนุษย์ที่ขาดการตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณ
แม้นว่าผู้นั้นจะจบปริญญาจากมหาลัยดังก้องโลก
หรือได้รับเกียรติยศทางสังคมมากมายก็ตามที
แต่ความจริงแท้แล้วก็คงเป็นเศษเสี้ยวของชิวิตที่หายใจเข้าออกเท่านั้น
เพราะเขาไร้ซึ่งการฝึกฝนทางจิตวิญญาณ
หากพิจารณาแล้วมนุษย์มีความเสมอภาคกัน
แต่ที่เห็นว่าแตกต่างกันนั้นเพียงสภาวะภายนอกเท่านั้น
คนที่ร่ำรวยมีการศึกษาสูงกับคนจนไร้ซึ่งการศึกษา
ก็ต้องทานข้าวทางปากเหมือนกัน
และการเป็นไปแห่งกระบวนการของอวัยวะต่างๆภายในร่างเช่นการทำงานของปอด ตับ ไต หัวใจ หรืออวัยวะส่วนอื่นก็ทำงานเหมือนกัน.....
แต่เพราะขาดเสียซึ่งภาวะแห่งการตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณ
มนุษย์จึงต้องดำรงอยู่โดยแปลกแยกแตกต่างกันไป
ท่านลามะรินโปเช(ถ้าจำไม่ผิดนะขอรับ)
ศิษย์ขององค์ดาไลลามะเคยกล่าวว่า
...หากมาดแม้นว่าการศึกษาสูง ความร่ำรวยของการมีทรัพย์สมบัติเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งสำคัญในการที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วไซร้ มนุษย์ที่ถือว่าล้มเหลวที่สุดในการเกิดมาคือ..พระพุทธเจ้า...เพราะพระองค์เคยมีทุกอย่างแต่ก็ไม่ไยดีสละสิ่งเหล่านั้นเสียเพื่อหันมาตระหนักเรียนรู้ทางด้านจิตวิญญาณ........
แต่เราท่านนั้นไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกขอเพียงแค่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายเข้าได้ทุกสังคมจะยากดีมีจนหรือรวยล้นฟ้าจบปริญญาหรืออ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จะดำรงชีวิตอยู่ในสภาวะแห่งสมณะหรือฆราวาสก็ตามแต่
ขอเพียงตระหนักรู้ฝึกฝนพัฒนาจิตวิญญาณ
รับรองว่ามนุษย์ผู้นั้นไม่ล้มเหลวในการเกิดมาอย่างแน่นอน
ธรรมะสวัสดีขอรับ
นมัสการพระคุณเจ้า
..ล้มเหลวในการ..ยึดติด..ตัวตน..ไม่ล้มเหลว..ในการปลดปล่อย..(ใช่เช่นนั้น..ใช่หรือไม่คะ..พระคุณเจ้า)...ยายธีเจ้าค่ะ
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
ทำงานแต่ละวันเจอผู้คนมากมายหลากหลาย....ยิ่งช่วงนี้คนไข้ VIP เยอะเจ้าค่ะ
สนุกสนานดี มีอะไรให้ดู ให้เรียนรู้เยอะแยะ
โดยเฉพาะการเรียนรู้คน ดูเขาแล้วหันกลับมาพิจารณาตัวเอง....^v^
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
(วิทยายุทธ์ก้าวล้ำพอควรเนาะ)
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ทั้งจิตภายในของตัวเอง คนใกล้ตัว รอบข้าง ช่างไม่แน่นอนเสียจริงๆ
บางครั้งคิดอยากบวช พวกก็บอกหนีเอาตัวรอด
บางครั้งอยากเทศน์เหมือนพระ แต่ก็ไม่ใช่พระใครเขาจะฟัง
บางครั้งความคิดอยากบอกสื่งที่รู้เห็น แต่กลัวคนเขาว่าบ้า เพราะประเพณีเราเป็นมาแบบนี้มานาน