ประมาณ ๑๔ น.กว่า อาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด มาถึงห้องประชุม เตรียมพร้อมคอยตอบคำถามและสรุปประเด็นเรื่องการจัดการความรู้
คุณธวัชให้ผู้เข้าประชุมเขียนคำถามว่าอยากรู้เรื่องอะไร เขียนของใครของมัน ไม่ต้องลอกกัน... เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ให้เอาคำถามนั้นให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันดู แล้วเลือกว่าถ้าจะถามคำถามเดียวจะเลือกคำถามใด (เป็นคำถามที่ให้อาจารย์ประพนธ์ตอบ) จะใช้วิธีเลือกแบบใดก็ได้... บางกลุ่มมีคนอ่านคำถามให้ฟังทีละคำถาม เมื่อตกลงกันได้แล้วก็ส่งคำถามนั้นมาให้ทีมงานพับให้เล็กลง เพื่อจับฉลากอันดับคำถามอีกขั้นหนึ่ง
ได้คำถามมา ๑๑ ข้อเท่ากับจำนวนกลุ่มย่อย แรกๆ ก็ให้ผู้เข้าประชุมจับฉลากข้อคำถามขึ้นมาให้อาจารย์ประพนธ์ตอบ แต่เรามีเวลาพอ อาจารย์ประพนธ์เลยตอบทุกคำถาม
ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด และคุณธวัช หมัดเต๊ะ
๑. การทำ KM ให้ยั่งยืนในองค์กร มีเทคนิคและวิธีการอย่างไร
คำตอบ : KM จะยั่งยืนได้หรือไม่อยู่ที่คน... ควรเป็น KM ที่ระเบิดจากข้างใน คนต้องเห็นประโยชน์ ทำแล้วผู้ที่มาร่วมต้องได้ประโยชน์ ไม่ใช่ทำแล้วเสียเวลา ทำแล้วเป็นภาระ ต้องทำให้เข้าไปถึงตัวคน ทำอย่างไรก็ได้ให้เริ่มจากข้างใน ไม่ใช่จากข้างนอก (แรกๆ ต้องมีการจัดตั้ง ...ก่อนจะเป็น organic ต้อง organize ก่อน)
๒. KM เริ่มต้นอย่างไร เมื่อไหร่จึงจะถือว่าสิ้นสุด KM (เมื่อไหร่เกิด เมื่อไหร่ตาย)
คำตอบ : เริ่มต้นอย่างไร เมื่อใดจึงจะถือว่าสิ้นสุด ถ้าเป็นโครงการมีจุดเริ่มต้น-สิ้นสุด ถ้าไม่อยากให้สิ้นสุดอย่าทำเป็นโครงการ ...ทำให้ KM เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
๓. ความสำเร็จของการจัดการความรู้ ควรวัดจากอะไร
คำตอบ : ถ้าเป็นแบบของ กพร. วัดแบบตัวชี้วัด วัดแบบ physical ... ควรวัดที่ผลงาน (results)... “งานได้ผล คนเป็นสุข” เป็นตัวชี้วัดที่สุดยอด (ของท่านพระพรหมคุณากรณ์) เป็นตัวใหญ่ ต้องแตกไป ไม่อยากแยก KM.... ให้มอง KM เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการของทุกสิ่งทุกอย่าง
๔. อยากรู้ว่าการทำ KM ในองค์กรที่สัมพันธภาพไม่ค่อยดี แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ ควรทำอย่างไร
คำตอบ :....ยกตัวอย่างการบริหารจัดการ ต้องชั่งใจว่าในรอบแรกเรา need ใครมากที่สุด ค่อยๆ ทำจนคนเห็นว่าไม่เข้ากลุ่มไม่ได้ อาจต้องทำอะไรบางอย่าง ต้องสร้างสิ่งแวดล้อม ไม่มีคำตอบที่ตายตัว
ถ้าผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญแล้ว (เขา) ทำตัวอย่างไร... เฉยๆ หรือขวาง คุณเอื้อไม่เอื้อ ไม่เอื้อแปลว่าอะไร ทำไปเลยแล้วเอาไปมอบให้เป็นผลงาน แต่พวกที่อคติ ขัดขวาง ก็ต้องดูทิศทางลมให้ดี อย่าใช้ชื่อ KM อาจใช้ชื่อ CoP มีวิธีไป ต้องเข้าใจเขา (ผู้บริหาร)
๕. ทำอย่างไรจึงจะกระตุ้นคนในองค์กรใช้ KM ต่อเนื่อง
คำตอบ :...อยู่ที่ทำแล้วได้อะไร ทำแล้วเขาต้องได้ประโยชน์
๖. วิธีการเปิดใจคนในองค์กรเพื่อนำไปสู่การจัดการความรู้ทำอย่างไร
คำตอบ :... อยากขีดเส้นใต้คำว่าเปิดใจ แสดงว่าท่านเข้าใจ KM ใน mode tacit ความรู้ที่อยู่ในคน.... วิธีดึงความรู้ tacit มีอย่างเดียวคือเปิดใจให้และเปิดใจฟัง เปิดใจฟังเป็นตัวปราบเซียน ถ้าฟังแบบผิวๆ เผินๆ ฟังแบบทั่วๆ ไป ไม่ถือว่า KM เวลาฟังโดยทั่วไปเรามักหา keyword ที่จะสอดเข้าไป... ถ้าวงฟังกันแบบดีจริงๆ ...ฟังแบบรู้ตัว แบบสุนทรียสนทนา ฟังอย่างเต็มตัวเต็มใจ แบบหลุดเข้าไปในเรื่องเล่านั้นเลย เป็นการฟังแบบสุนทรียสนทนา ตั้งใจจะให้เป็นวงแบบ SSS โจทย์จะเป็นเชิง positive สวยงามกว่าวงแก้ปัญหา (share ความคิด)... พยายามหลีกเลี่ยงการ share ความคิด
เปิดใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ปัญหาที่เจอกลายเป็นฝั่งผู้รับ ไม่รับสิ่งที่เพื่อนกำลังเล่าให้ฟัง ถ้าคนไม่ฟัง คนเล่าก็จะไม่มีพลัง เจอว่าคนไทยใจดี พร้อมให้อยู่แล้ว
การเปิดใจมีกระบวนการมากมาย ช่วงแรกๆ อาจต้องฝึกให้มีคุณอำนวยอยู่ในกลุ่ม คอยกระตุ้น คอยให้กำลังใจ
๗. ปัจจุบันองค์ความรู้จากการจัดการความรู้มีมาก แต่ก็เหมือนจะอยู่ภายใต้กรอบวิชาชีพหรือบุคคล....ทำอย่างไรให้องค์ความรู้เป็นกลาง เป็นสาธารณะ....(คำถามยาวมาก จดได้ไม่หมด)
คำตอบ : ... มีการหวงความรู้หรือเปล่า ไม่อยากปล่อยออกมา ถ้าปล่อยออกมาเขาได้อะไร ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ เปลี่ยน attitude เขา....(คำตอบก็ยาว จดไม่ทันเช่นกัน)
๘. การรวบรวมประเมินผลกระบวนการ KM และการเขียนรายงาน KM ที่ดีและเป็นที่ยอมรับของ สกอ.ควรเป็นอย่างไร
คำตอบ : ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้พอ...
๙. หากผู้ร่วมงานไม่ยอมรับ KM ไม่เข้าร่วม KM จะทำอย่างไร
คำตอบ :...ต้องหาสาเหตุ... ไม่ยอมรับหนักกว่าไม่เข้าร่วม กฏอันหนึ่งคือเราไม่มีทางทำให้เป็นที่พอใจหรือเป็นที่ยอมรับทั้งหมด
๑๐. ต้นแบบของ KM ที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนด้านการพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ...
คำตอบ :...แสดงว่าถามหาต้นแบบ ต้นแบบคือ Best practice…Best practice เป็น Best practice ใน ขณะนั้น วิธีที่จะเข้าใจ Best practice ใช้การฟังอย่างตั้งใจ ซักถาม อาจหยิบบางอย่างมาใช้ นี่คือความสวยงามของ KM ต้นแบบไม่ใช่สำหรับ copy …
๑๑. การทำ KM มีรูปแบบที่ต้องเขียนเป็นกฏเกณฑ์หรือเป็นแบบมาตรฐานหรือไม่ จำเป็นต้องเขียนหรือไม่
คำตอบ : ถ้าเป็น KM ที่บังคับใช้แล้วต้องมีคนไปตรวจประเมิน เขาต้องมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานและกฏเกณฑ์ เขาจึงจะไปประเมินได้ กพร. มี format มาตรฐาน มีแล้วต้องเขียน ของ สกอ. เดาว่ามีที่เป็นรูปแบบที่ต้องเดินตาม
...สร้างภาระให้คนที่ทำ KM มีคนไปตรวจไปดูไปให้คะแนน เป็นเรื่องการทำเอกสาร ถ้ามีคนให้คะแนนเต็ม ก็เข้าใจผิด หลงตัวเองคิดว่าทำดีแล้ว ไปดูแล้วไม่เห็นมีคนตั้งวงคุยกันเลย ไม่มีอะไรที่ตอบเป้าหมาย-วิสัยทัศน์ขององค์กร... ถ้าเป็นกฏเกณฑ์เป็นแบบฟอร์มก็ต้องเขียน
ประเด็นอื่นๆ ที่เพิ่มเติม
- KM มาเติมเต็ม Quality system จะมาเติมเต็มทุกสิ่งที่ทำ
- การใช้ SS เพราะคิดว่าบรรยากาศจะดี Tacit เล็กๆ จะติดออกมา แต่ไม่ใช่ผิวๆ จึงต้องมีคุณอำนวยช่วยซักไซร์ ถ้าคุยกับผิวๆ จะไม่ถึง Tacit knowledge
- KM ที่เรียนวันนี้ มุ่งไปที่ Tacit knowledge เน้นไปที่ community หวังว่าองค์กรที่ทำไปนานๆ จะเกิด LO (เกิด CoP เยอะๆ) ...KM-CoP-LO
- KM แบบที่ ๓ เป็น KM ที่ลงลึกในตัวเรา ก้าวข้ามของเดิม ต้องไม่ติดกรอบ แต่อยู่ในสภาวะ...ถ้าเข้าถึงได้จะปล่อย... (๒ แบบแรกเป็น KM ทางโลก) แบบที่ ๓ เป็น KM ทางธรรม
- Tacit K ไม่การันตี ต้องใช้แล้วสังเกต share แล้วเอาไปใช้
คำถามจากผู้เข้าประชุม : ทำ KM มักจะติดกับรูปแบบ ให้บอกมาว่า KM จริงๆ เป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะบอกให้คนเข้าใจ
คำตอบ : รูปแบบสำคัญไหม ในขั้นเริ่มต้นอาจต้องมีรูปแบบให้เริ่มตาม ต่อไปควรไร้รูปแบบ ถ้าไร้กระบวนท่าจะเป็นมวยวัด สคส.จึงกล่าวถึงโมเดลปลาทู ทำให้เข้าใจแล้วนำไปทำ เมื่อทำแล้วจึงจะเข้าใจ เมื่อทำได้เข้าใจจริงจึงจะไม่ติดรูปแบบ อะไรก็ได้ อย่าไปติดกับมันจ๋า (ประเด็นนี้ไปโยงกับยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ขององค์กร)...เวลาถามว่าเป็น KM หรือเปล่า ต้องถามว่าใช้โมเดลอะไร
ความคิดเห็นจากผู้เข้าประชุม : KM เหมาะกับความรู้ทางบริหารจัดการซึ่งจะอิงประสบการณ์ เป็น art มากกว่า science
จบการประชุมวันแรกตามเวลาที่กำหนด ๑๖.๓๐ น.
วัลลา ตันตโยทัย
เรียน ดร.วัลลา ตันตโยทัย
หนูขอแนะนำตัวอีกครั้งค่ะ หนูเป็นน.ศ ป.โท สาขาบริหารการพยาบาล มสธ. กำลังทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง การพัฒนาทีมงานให้ความรู้ผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ งานขณะนี้อยู่ระหว่างติดต่อผู้ทรงคุณวุฒิตรวจเครื่องมือค่ะ อาจารย์ที่ปรึกษาหลักคือ รศ.ดร.บุญทิพย์ สิริธรังศรี หนูขออนุญาตติดต่ออาจารญย์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจเครื่องมือ ไม่ทราบว่าอาจารย์จะขัดข้องใหมคะ และหนูเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์อบรมทีมผู้ให้ความรู้ผุ้ป่วยเบาหวาน เมือปี 2551 (ค่ายDM) ที่ร.พ เทพธารินทร์ ค่ะ
ขอความอนุเคราห์อาจารย์ตอบด้วยนะคะ ที่อยู่ E-mail [email protected]
ขอแสดงความเคารพและนับถืออย่างสูง
คุณ จารุณี ทรงประโคน
ร.พ กระสัง จังหวัดบุรีรัมย์