วันที่ 14 กันยายน 2553  ได้ทราบช่วงบ่ายว่าผู้ใหญ่ในจังหวัด  มีความกังวลใจห่วงใยเพราะทราบว่า  สมาพันธ์ผู้ปลูกข้าวโพด จ.น่านจะเดินทาง เพื่อไปติดตามเสนอข้อเรียงร้องปัญหาที่ประสบภัยแล้งข้าวโพดล้มตายที่กรุงเทพมหานคร  ผู้ใหญ่ฯ ห่วงใยเพราะช่วงนี้ 12-19 กันยายน 2553 ติดตามจากข่าวส่วนกลางมีความไม่สงบเพราะจากแหล่งข่าวจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง

การที่ได้รับทราบแน่นอน  เราเองก็ห่วงใยพี่น้องสมาพันธ์ฯ เช่นกัน เพราะเท่าที่ติดตามมากว่า 2 ปี พี่น้องสมาพันธ์ฯ มีความบริสุทธิ์ใจในการเสนอปัญหาในฐานะที่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด  หากพูดถึงเรื่องข้าวโพด  แรกที่เดียวทางราชการได้เข้ามาส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกข้าวโพด  จดจำได้สมัยเด็ก กว่า 20-30 ปี ทางการอบรมฯ เรื่องการปลูกข้าวโพด เช้า กลางวัน เย็น และค่ำ จนชาวบ้านงงว่าไม่รู้จะเชื่อหน่วยไหน

มาถึงวันนี้เกษตรกรถูกตราหน้าว่าทำลายระบบนิเวศน์  ทำลายทรัพยากร เมื่อมีการเปิดสายทางให้ผู้ฟังทางบ้างโทรเข้ารายการ  มักได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่า  น้ำท่วมเพราะมีการปลูกข้าวโพด  ทุกคนอยากได้ธรรมชาติบริสุทธิ์กลับคืนมา  โดยการบ่นอย่างเดียวไม่ได้  จะต้องเข้าใจความเป็นมา  และหากเกษตรกรที่เป็นเป้าที่ทุกท่านก่นดาเป็นผู้มีพระคุณ  มีเงินรายได้จากการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงท่านให้มีชีวิตอยู่รอด มีการศึกษา ท่านคงไม่เสียสติก่นด่า

การปลูกข้าวโพดปัจจุบันผิดแผกแตกต่างจากแต่ก่อน เพราะแต่ก่อนมีการคัดเมล็ดพันธุ์ หรือไปซื้อพันธุ์ที่ไม่ยุ่งยาก  ปัจจุบันพันธุ์ข้าวโพดถูกกำหนดให้ต้องใช้ปุ้ย ใช้ยา ใช้สารเคมีจากแวดวงผู้ผลิตพันธ์  เป็นหมากหรือเป็นตารางที่ถูกกำหนดไว้ให้เกษตรกรต้องซื้อ ต้องเดินตามนั้น  ได้ทราบว่า ต้นทุนการผลิตข้าวโพดในแต่ละปีสูงขึ้น เกษตรกรไม่ค่อยเหลือกำไรไว้ใช้จ่าย  พวกเขาไม่ทราบว่าจะหาพืชพันธ์ใดมาปลูกทดแทน

ฤดูการเพาะปลูกปีนี้ 2553  ขณะที่เกษตรกรปลูกข้าวโพดไปแล้วในหลายพื้นที่  มีการประกาศภัยแล้ง  พืชไร่ของเกษตรกรได้รับความเสียหาย  เกษตรกรได้ติดต่อแจ้งให้ทางราชการดูแลแก้ไขแล้ว  ล่าสุดที่ จ.น่าน มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2553 เห็นชอบในการช่วยเหลือตามระเบียบ จาก 15 อำเภอมีีเกษตรกร 12 อำเภอเดือนร้อนเป็นวงเงินกว่า 150 ล้านบาทเพื่อขอทดแทน

สมาพันธ์เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด จ.น่าน เห็นว่าหากไม่ดิ้นรนเกรงว่ารัฐบาลกลางจะไม่รับรู้ปัญหา เนื่องจากมีปัญหาทางการเมืองอื่น ๆ จำนวนมาก แต่ปัญหาปากท้องและหนี้สินเกษตรกร  ควรได้รับการดูแลแก้ไขโดยด่วนเช่นกัน ได้มีการประชุมต่อเนื่องเพื่อติดตามไปออกรายการวิทยุชุมชน 101 วันที่ 13 กันยายน 2553 และออกเดินทางไปกรุงเทพมหานครในวันที่ 14 กันยายน 2553

เช้าวันที่ 15 กันยายน 2553 สมาพันธ์ฯ จำนวน 35 คนเดินทางถึงกรุงเทพมหานครเช้ามืด มุ่งหน้าไปที่ รพ.ศิริราช เป็นสถานที่แรก ถือเป็นคณะแรก พวกเขามีความตั้งใจแสดงความจงรักภักดี  ร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  จากนั้น คณะสมาพันธ์ฯ ออกเดินทางไปรัฐสภา โดยมี สส.นพ.ชลน่านและเพื่อน สส.อีก 2 ท่านประสานงานให้มีโอกาสพบกับพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบปัญหาที่ จ.น่านได้เสนอไปเพื่อพิจารณา จากนั้นรับประทานอาหารที่รัฐสภาแล้วเดินทางกลับถึง จ.น่านเวลา 1 น.วันที่ 16 กันยายน 2553

ได้รับฟังคำบอกเล่าของคุณดวง เมืองอวน เล่าว่า พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ให้ความเป็นกันเอง ให้ความสนใจ  ผู้แทนสมาพันธ์ฯ ได้อยู่ในห้องรับรองรัฐสภาท่านมาหาใช้เวลาพูดคุยและรับว่าจะเร่งดำเนินการประชุมพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไปในวันที่ 16 กันยายน 2553 เวลา 16.00 น. รายละเอียดทราบว่า ทางสมาพันธ์ฯ อยู่ระหว่างถอดเทปถ้อยคำเพื่อนำมาเผยแพร่ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดได้รับทราบการทำหน้าที่ของผู้แทนที่กรุงเทพมหานครต่อไป  รายละเอียดและจะเป็นประการใดขอได้ติดตามกันต่อไป