<p><strong>ป่าภูดอยมีอะไรดี</strong></p>
<p>ภูดอยมีอะไรเล่า</p>
<p>มากเมฆขาวพราวเหนือสัน</p>
<p>เสพชื่นด้วยตนเท่านั้น</p>
<p>หยิบถวายท่านมิได้เลย</p>
ในป่าบนภูดอยมีอะไรดีหรือ ไฉนใจข้าพเจ้ามิเคยพรากจาก ป่า ภู ดอย มันยังอยู่คู่ใจข้าพเจ้า ความสงบของจิต มิต้องวิเวกถึงในป่า ก็ทำได้ ถ้าอบรมจิตถึง...หากนึกว่าจะต้องฟันฝ่าเข้าไปในป่า “ป่า” “ภูดอย” ให้ได้ในขณะปัจจุบันนี้ คงจะไม่สมปารถนา เหตุด้วยป่า ภูดอย ดั้งเดิมสูญสิ้นไปแล้ว ใบหน้าเดิมแท้ของ ป่า ภู ดอย เป็นเช่นไร มนุษย์ปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่รู้ เช่นเดียวกัน ใบหน้าเดิมแท้ของมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ไม่รู้
ไส้เดือนมุดดั้นดิน ปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ วิหคเหินบินอยู่บนฟ้า
ไส้เดือนไม่รู้จักดิน ซ้ำยิ่งไม่รู้จักฟ้า ปลาไม่รู้จักน้ำ ซ้ำยิ่งไม่รู้จักฟ้า นกไม่รู้จักฟ้า ไม่ต้องพูดถึงน้ำ ยิ่งไม่รู้จักน้ำ
มนุษย์เรามีความสามารถพิเศษจึงมีโอกาสเข้าใจดิน น้ำ ฟ้า ป่า ภู และเข้าใจแก่นแท้ของมนุษย์ ว่าแท้จริงแล้วล้วนว่างเปล่า
มีโอกาสเท่านั้นนะ ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าใจ ถ้าไม่มีจิตใจใฝ่และไร้ซึ่งมานะ ก็คงไม่มีวันเข้าถึง
มนุษย์กับ ป่า ภู ดอย แท้จริงแล้ว คือสิ่งเดียวกัน มาจากสิ่งเดียวกัน เพียงแต่กำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการ (Process) อยู่ในกาล (Time) และเทศะ (Space) ที่ต่างกันเท่านั้น
เช่นเดียวกัน มนุษย์กับดวงตะวันและดาวฤกษ์อันร้อนแรงอีกมากมายแท้จริงคือสิ่งเดียวกัน และก็จะหวนคืนสู่สิ่งเดียวกัน
วันหนึ่งพระอาทิตย์จะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งของธาตุเหล็ก แล้วในที่สุดก็จะกลายเป็นอนุภาค ก่อตัวเป็น “อะไร” อย่างอื่นต่อไป กระบวนการนี้ยาวนานจนดูคล้ายมันเป็นนิรันดร
แต่กระบวนการของชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก จากอนุภาคคืนสู่อนุภาคภายในระยะไม่กี่ปี ไฉนหนอมนุษย์จึงเข้าใจเรื่องนี้ได้ยากแสนยากนัก ไฉนมนุษย์จึงยึด “ตัวตน” ยึด “อัตตา” กันนัก...
มีอะไรดีๆ หรือ ในป่า ภู ดอย มีอะไรดีๆ หรือ ที่ทำให้เอาบัลลังฮ่องเต้มาแลกก็ยังไม่ยอม สิ่งนั้นคือ ความสุข สะอาด สงบเย็นทางจิต
แต่คนอยู่ป่า ภู ก็เพียงน้อยคนจะเข้าใจ ป่า ภู ยุคใหม่จึงเกิดขึ้น มนุษย์ต้องการความเจริญทางวัตถุ สิ่งนี้ไม่เถียง แต่การสร้างความเจริญทางวัตถุโดยทำลายธรรมชาติให้ย่อยยับป่นปี้ เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เป็นการพร่าผลาญทำลายตัวเอง
เมื่อมองดูป่า แต่ละคนมองด้วยสายตาที่ต่างกัน บางคนมองเห็นป่าเป็นกองเงิน-กองทอง ที่ “กู” จะกอบโกยปล้นมาได้
บางคนมองเห็นป่าเป็นปัจจัยสร้างทุกข์ยากให้ตน จึงผันตัวเองไปขายแรงงานในเมืองซึ่งสะดวกสบายกว่า
บางคนมองเห็นป่าคือสิ่งเดียวกับร่างกายตนเองที่ต้องถนอมรักษา ฯลฯ
นานาคำตอบ มากมายหลายแนว เป็นไปตามระดับของ “จิต”
ปราชญ์ทางตะวันออกเขียนบทกวีบรรยายป่า ภู รำพึงการ “ตื่นรู้” ภาวะจิตขณะหนึ่งซึ่งสะอาด สงบ เย็น เพราะเข้าใจ ถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งแล้ว อันเป็นภาวะที่จะรู้ จะเข้าใจด้วยตนเองเท่านั้น จะหยิบป้อนให้ใครไม่ได้เลย