อ่าน

อธิบายความหมายของคำ โดย นางสาวประภาภรณ์   วงษ์ทอง 

นักศึกษาปริญญาโท  รุ่น ๓   มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ใบงาน 1

อธิบายความหมายของคำสำคัญดังต่อไปนี้ พร้อมกับยกตัวอย่าง

(ศึกษากรณีศึกษาการจัดนวัตกรรมและสารสนเทศในสถาบันการศึกษา)

 

  • การจัดการ/การบริหาร
แนวตอบ
คือ ความสามารถในการบริหารกระบวนการ (Process) อย่างเป็นระบบ เป็นการกำหนดเป้าหมายและทิศทางการจัดการขององค์กรนั้น ซึ่งต้องมีการวางแผน กำหนดการ และจัดการทรัพยากรภายในองค์กร เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ ขององค์กรนั้นๆ อย่างประสิทธิภาพและประสิทธิผล   ซึ่งในสถาบันต่างๆ มักเรียนว่า “การบริหารจัดการ ”  ซึ่งถ้าแยกตามแต่ละความหมาย เพื่อให้เห็นชัด ก็คือคำว่า “การจัดการ” (Management) จะเน้นการปฏิบัติการให้เป็นไปตามนโยบาย (แผนที่วางไว้) ซึ่งนิยมใช้ในการจัดการธุรกิจ
คำว่า “การบริหาร” (Administration) จะใช้ในการบริหารระดับสูง โดยเน้นที่การกำหนดนโยบายที่สำคัญและการกำหนดแผนของผู้บริหารระดับสูง เป็นคำนิยมใช้ในการบริหารรัฐกิจ (Public Administration) หรือใช้ในหน่วยงานราชการ ซึ่งคำว่า “การบริหาร” (Administration) และ “การจัดการ” (Management) มีความหมายแตกต่างกันเล็กน้อย โดยการบริหารจะสนใจและสัมพันธ์กับการกำหนดนโยบายไปลงมือปฏิบัติ นักวิชาการบางท่านไห้ความเห็นว่าการบริหารใช้ในภาครัฐ ส่วนการจัดการใช้ในภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ในตำราหรือหนังสือส่วนใหญ่ทั้ง 2 คำนี้มีความหมายไม่แตกต่างกัน สามารถใช้แทนกันได้และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป (สุรัสวดี ราชกุลชัย, 2543, น.3)
                อย่างไรก็ดีในสถาบันต่างๆโดยเฉพาะในสถาบันการศึกษามักจะเรียกว่า  “การบริหารจัดการ”
ซึ่งกระบวนการของการมุ่งสู่เป้าหมายขององค์กรจากการทำงานร่วมกัน โดยมีผู้บริหารเป็นหลัก ใช้ความสามารถในการวางแผน กำหนดการ  จัดการทรัพยากรภายในองค์กรใช้บุคคลและอื่นๆ ทำงานร่วมกันในกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  เช่น โรงเรียนอนุบาลวังม่วง มีนโยบายหรือเป้าหมายที่สำคัญคือ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษา  การบริหารจัดการ โดยผู้บริหารโรงเรียนวางแผนประชุมร่วมกันกับครูในทุกกลุ่มวิชา วางแผน กำหนดวิธีการการยกระดับผลสัมฤทธ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อต่างๆมีวิธีการชัดเจน ใช้เวลาไม่มาก ทดสอบแล้วนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น แสดงว่าเกิดประสิทธิภาพ คือ การใช้บุคคลากรและทรัพยาสื่อต่างๆ ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย เกิดประสิทธิผล คือ การปฏิบัติตามแผนที่วางไว้สำเร็จ
 — นวัตกรรม
แนวตอบ  
            in+novare (latin) กลายเป็น+ทำให้ใหม่                                                
            Make changes...new  methods, ideas, or products
 “นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ”การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change) ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก
 นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฎิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย  ซึ่งจะพบว่าในปัจจุบัน นวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นมากมาย เช่นในสถานศึกษา  นวัตกรรม คือ  การนำสิ่งใหม่ ๆ อาจเป็นแนวความคิด หรือ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อนหรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยและได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย  ซึ่งเป็นนวัตกรรม ใหม่ๆ อาจ มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น เช่น บทเรียนสำเร็จเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน  สื่ออิเลคทรอนิคส์ต่างๆ  ชุดการสอน  คู่มือแบบฝึก มากมาย ซึ่งดัดแปลงหรือปรับปรุงมาจากเครื่องมือเดิม มาบูรณาการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
 — เทคโนโลยีการศึกษา
แนวตอบ  
        ศาสตร์ ที่ว่าด้วยวิธีการ หรือ การใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในการแก้ปัญหาในการจัด
การศึกษา   หรือการปฏิบัติทางการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
เกิดแรงจูงใจในการเรียน และช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียน   ซึ่งเป็นผลมาจาก
                1. ความเจริญอย่างรวดเร็วทางด้านวิชาการต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะระยะหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา วิทยาการใหม่ ๆ และสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ได้ถูกค้นคิดประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ในสังคมมากมายเป็นทวีคูณ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวทางด้านหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษา และส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อไปถึงปัญหาการเรียนการสอน การเลือกโปรแกรมและการทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระใหม่ๆ ของนักเรียน ความรุนแรงและความสลับซับซ้อนของปัญหาเหล่านี้มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณเนื้อหาวิชาการใหม่ ๆ มีมากมายเกินความสามารถของผู้เกี่ยวข้อง จะเลือกบันทึกจดจำและนำเสนอในลักษณะเดิมได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์เข้ามาช่วย เช่น การเสนอข้อมูลทางวิชาการโดยเทปบันทึกเสียง เทปบันทึกภาพ ไมโครฟอร์ม และแผ่นเลเซอร์ การแนะแนวการเรียนโดยระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
2. การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าวมาแล้ว มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิต การปรับตัว และพัฒนาการของนักเรียน การแนะแนวส่วนตัวและสังคมแก่นักเรียน จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ จึงจะสามารถให้บริการครอบคลุมถึงปัญหาต่าง ๆ ได้
3. ลักษณะสังคมสารสนเทศหรือสังคมข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นผลมาจากพัฒนาการทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคม ทำให้ข่าวสารทุกรูปแบบ คือ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว กราฟฟิก และข้อมูลคอมพิวเตอร์สามารถถ่ายทอดและส่งถึงกันได้อย่างรวดเร็วทุกมุมโลก สังคมในปัจจุบันและอนาคตจะเป็นสังคมที่ท่วมท้นด้วยกระแสข้อมูลและข่าวสาร ข้อมูลและข่าวสารจำนวนมหาศาลจะอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้อย่างง่ายดายมาก ความจำเป็นที่สถานศึกษาจะต้องเป็นแหล่งให้ข้อมูลข่าวสารจะหมดความสำคัญลง การแนะแนวในสถานศึกษาจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากการทำตัวเป็นแหล่งให้ข้อมูลมาเป็นการแนะแหล่งข้อมูล แนะนำการเลือกและการใช้ข้อมูลในการแก้ปัญหาและการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งบทบาทอย่างนี้จะทำให้สำเร็จได้ยากหากไม่สามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศในปัจจุบัน
ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางการศึกษา เป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยให้การเรียนการสอนนั้นไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ในเฉพาะให้เรียนเท่านั้น ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทั่วโลก รวดเร็ว และทำให้การเรียนการสอนมีความหลากหลายมากขึ้น  ได้ท่องโลกทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์  วิทยุกระจายเสียง  วิทยุ โทรทัศน์
และที่ใช้อย่างแพร่หลายคือ อินเตอร์เน็ต ซึ่งครูใช้ผลิตสื่อ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ก็โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ เป็นส่วนใหญ่   ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียนในทุกเวลาและทุกสถานที่ ผลดีก็เกิดกับผู้เรียนนั่นเอง
— ข้อมูล
แนวตอบ  
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ และสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา รวมถึงการกระทำของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นซึ่ง
อาจ ข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลข ข้อความ หรือรายละเอียดซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพ เสียง วีดิโอ
ข้อมูลเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และต้องถูกต้องแม่นยำ  ครบถ้วน ขึ้นอยู่กับผู้ดำเนินการที่ให้ความสำคัญของความรวดเร็วของการเก็บข้อมูล ดังนั้นการเก็บข้อมูลจึงเป็นการเก็บรวบรวมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของสิ่งที่เราสนใจนั่นเอง ข้อมูลจึงหมายถึงตัวแทนของข้อเท็จจริง หรือความเป็นไปของสิ่งของที่เราสนใจ  เช่น ข้อมูลในสถานศึกษาที่เราสนใจ อาจเป็น
-          จำนวนนักเรียนโรงเรียนอนุบาลวังม่วง มี 973 คน
-          นักเรียนอนุบาลวังม่วงเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีตั้งอต่ระดับอนุบาล ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3
-          ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ อยู่ในระดับ   2.85
ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อมูลอาจเป็นทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข  หรือไม่เป็นตัวเลข(ข้อความ)  หรือเป็นข้อมูลเชิงสถิติ  ซึ่งก็คือข้อมูลนั่นเอง
 — สารสนเทศ
แนวตอบ  
        ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว เช่น ข้อมูลจากการขาย ข้อมูลนักเรียน หากมีการจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบจะทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้โดยง่ายและถูกต้อง แต่เมื่อไรที่นำข้อมูลมาประมวลผลจะได้ผลที่เรียกว่า     “สารสนเทศ”    สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์      เช่น สารสนเทศที่เป็น ความรู้ที่เกิดจากวิทยุ โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รอบตัวเราซึ่งอาจมาจาก วิทยุ โทรทัศน์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ดาวเทียม โทรศัพท์ เครื่องจักร ที่เกี่ยวกับสารสนเทศได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ เช่น การฝาก ถอนเงินผ่านเครื่อง ATM การจองตั๋วเครื่องบิน การลงทะเบียน   หรือตัวอย่างในสถานศึกษา ข้อมูลนักเรียน  ข้อมูลงานบุคคลากร  ข้อมูลงานวิชาการ  ข้อมูลกิจการนักเรียน ข้อมูลงานห้องสมุด   เป็นต้น       โดยสรุป  สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ 
— ระบบสารสนเทศ
แนวตอบ  
        เป็นระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ (input) โดยมีส่วนเก็บข้อมูล (storage)
ผ่านกระบวนการจัดการ (processing) กับข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลนั้น กลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถ              นำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง (output)
ซึ่งระบบสารสนเทศในแต่ละองค์กร  นั้นเป็นการ รวบรวมข้อมูลทั้งภายใน ภายนอก ซึ่งจำเป็นต่อหน่วยงาน
มีการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อให้เป็นสารสนเทศที่พร้อมจะใช้ประโยชน์ได้    จัดให้มีระบบเก็บเป็น
หมวดหมู่ เพื่อสะดวกต่อการค้นหาและนำไปใช้  และมีการปรับปรุงข้อมูลเสมอ เพื่อให้อยู่ในภาพที่ถูกต้องทันสมัย   อย่างเช่นในโรงเรียนอนุบาลวังม่วงมีการจัดทำระบบสารสนเทศ ข้อมูลนักเรียน นำข้อมูลนักเรียนแต่ละชั้นที่รวบรวมสรุปเป็นสารสนเทศแล้ว มาผ่านกระบวนการเข้าโปรแกรม  Student  44  เป็นระบบฐานข้อมูลที่เรียกว่า ระบบสารสนเทศ  ต้องการหาข้อมูลใดก็สามารถหาได้ในเวลาอันรวดเร็ว เช่นอยากรู้ข้อมูลของ เด็กชายสมนึก  ก็เข้าระบบพิมพ์เลขประจำตัว กด Enter ข้อมูลของเด็กชายสมนึกก็จะปรากฎขึ้น ซึ่งจะดูผลการเรียนปีไหนก็ได้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมข้อมูลเป็นปัจจับัน เป็นต้น
ซึ่งสรุปได้ว่า  ระบบสารสนเทศ ก็คือ กระบวนการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งทำให้เป็นสารสนเทศ การจัดเก็บและการนำเสนอสารสนเทศให้เป็นปัจจุบัน และสามรถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้
 — ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา
แนวตอบ  
        ระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ (input) โดยมีส่วนเก็บข้อมูล (storage) ผ่าน
กระบวนการจัดการ (processing) กับข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลนั้น กลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถ         นำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง (output) เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษา  แต่ละสถานศึกษามีการพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงเรียนเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของทางโรงเรียน แล้ว มี การนำระบบสารสนเทศมาพัฒนาในการศึกษาของโรงเรียน  ซึ่งก็คือการเทคโนโลยีใช้ในการจัดการเรียนการสอนนั่นเอง  ช่วยเป็นเครื่องสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ หรือประยุกต์ใช้งานด้าน ICT เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนได้อย่างดียิ่ง     เรียนรู้ได้กว้างมากขึ้น   ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาระบบสารสนเทศ ขึ้นบน เว๊ปไซด์ เพื่อสะดวกในการศึกษามากขึ้น  
 
—  การสื่อสาร
แนวตอบ  
        คือการแลกเปลี่ยนข้อมูล และสารสนเทศในแบบต่าง ๆ   เป็น การติดต่อระหว่างมนุษย์ด้วยวิธีต่าง ๆ
ซึ่งทำให้ฝ่ายหนึ่งรับรู้ความหมายจากอีกฝ่ายหนึ่ง และ เกิดการตอบสนอง การสื่อสารเป็นทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษามือ  ปัจจุบันการสื่อสารมีมากมายหลายวิธี อาจเป็น   วิทยุ  โทรทัศน์  หนังสือพิมพ์  โทรศัพท์มือถือ  ดาวเทียม  ระบบโทรคมนาคม หรือ การสื่อสารระบบเครือข่ายที่อาศัยดาวเทียมและสายเคเบิลใยแก้ว หรือที่เราเรียก อินเตอร์เน็ท นั่นเอง  ทั้งนี้ทั้งก็สามารถทำให้การติดต่อระหว่างกันสามารถรับรู้ได้รวดเร็วและถูกต้องชัดเจนดีขึ้น
 
— เครือข่าย
แนวตอบ
            การเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ / คอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร หรือถ่ายโอนข้อมูล เป็นรูปแบบทางสังคมที่เปิดโอกาสให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์การเพื่อการแลกเปลี่ยน การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และการร่วมกันทำงานโดยมีฐานะเท่าเทียมกัน  ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างกว้างมีการเชื่อมต่อกับระบบจานดาวเทียม ใกล้ใกล้สามารถเชื่อมต่อกันได้หมด  มีทั้งเครือข่ายไร้สาย เช่น ทางโทรศัพท์   โทรทัศน์  เครือข่ายทางการเรียนรู้ ระบบอินเทอร์เน็ต  สำหรับในสถานศึกษาก็มีเครือข่ายของระบบสารสนเทศ เป็นเครือข่ายระบบ Lan        เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ในบริเวณที่ไม่กว้าง   การส่งข้อมูลสามารถทำได้ด้วยความเร็วสูง และมีข้อผิดพลาดน้อย เป็นระบบสารเทศงานห้องสมุด  ระบบงานธรการ  การเรียนการสอนในห้องสมุด และเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน๊ต  ซึ่งเป็นเคร่อข่าย wan  ทำให้การติดต่อสื่อสารข้อมูลรวดเร็วกว้างทั่วโลก
— เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวตอบ  
      “เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง ความรูในผลิตภัณฑ หรือในกระบวนการดําเนินการใดๆ ที่อาศัย
เทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอรซอฟตแวร (software) คอมพิวเตอรฮารดแวร (hardware) การติดตอสื่อสาร การรวบรวมและการนําขอมูลมาใชอยางทันการ เพื่อกอใหเกิดประสิทธิภาพทั้งทางดานการผลิต การบริการ การบริหาร และการดําเนินงาน รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ซึ่งจะสงผลตอความไดเปรียบทางเศรษฐกิจ การคา และการพัฒนาดานคุณภาพชีวิตและคุณภาพของประชาชนในสังคม”
      การสื่อสารข้อมูล หมายถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังคอมพิวเตอร์อีก
เครื่องหนึ่งโดยผ่านทางโมเด็ม หรือข่ายงาน (network) เช่น การเรียกแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาใช้ได้”ดังนั้น“เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสาร ขอมูล และการสื่อสาร นับตั้งแตการสราง การนํามาวิเคราะหหรือประมวลผลการรับและสงขอมูล การจัดเก็บ และการนําไปใชงานใหม เทคโนโลยีเหลานี้ มักจะหมายถึงคอมพิวเตอร ซึ่งประกอบดวยสวนอุปกรณ (hardware) สวนคําสั่ง (software) และสวนขอมูล (data) และระบบการสื่อสารตางๆ ไมวาจะเปนโทรศัพท์ ระบบสื่อสารขอมูล ดาวเทียม หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ ทั้งมีสายและไรสาย”   
 โดยสรุป    การผสานเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสารโทรคมนาคม นั้น จึงครอบคลุมองค์ประกอบด้วย ต่าง ๆ  3 ส่วน คือ
  1. ระบบการสื่อสาร คือ เครือข่ายโทรคมนาคมที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ และใช้ร่วมกันได้ เพื่อการเชื่อมต่อของข้อมูลและการเชื่อมต่อของเครือข่าย
  2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสาร ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรสาร โทรศัพท์ เครื่องมือและการสื่อสารอื่น ๆ และคอมพิวเตอร์
  3. ซอฟต์แวร์ที่ทำให้ระบบและอุปกรณ์ทำงานได้ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ บริการสารสนเทศและฐานข้อมูล
ซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีส่วนช่วยให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวันมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น  และการได้รับข้อมูลข่าวสารยังเป็นการเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เป็นการสร้างช่องทางเลือกในการดำเนินชีวิตของตนเองมากยิ่งขึ้น 
 — เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
แนวตอบ  
      หมายถึง การนำ เอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์และเครือข่ายโทรคมนาคมที่เชื่อมต่อกัน สำ หรับใช้ในการส่งและรับข้อมูล และมัลติมีเดียเกี่ยวกับความรู้
โดย ผ่านกระบวนการประมวลหรือจัดทำ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายและความสะดวกมาใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้และ
พัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยมีเป้าหมายในการสร้างความพรอมของทรัพยากรมนุษยทั้งหมดของประเทศ เพื่อชวยกันพัฒนาใหเกิดสังคมแหง ภูมิปญญาและการเรียนรูที่มีคุณภาพ
เนนหนักในการจัดหา จัดสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและการเรียนรูรวมถึงวิชาการ ความรูสารสนเทศตางๆ และผู้สอนมีการจัดการ และการบริหารการศึกษาและการฝกอบรมทั้งวิชาการและทักษะ เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพความรูของทรัพยากรมนุษยของไทย   ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา เช่นการเปิดเครือข่าย school-net ให้แก่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศให้มีโอกาสหาความรู้จากระบบอิเทอร์เน็ตได้เท่าเทียมกัน