น่าเสียดายที่ใครบางคน หรือหลายคน ทำให้สิ่งที่เรียกว่า การวิจัย เป็นของสูง ของขลัง และที่ร้ายหนักก็คือทำให้ดูน่ากลัวจนไม่อยากเข้าใกล้
เช้านี้ตื่นมาได้ไปจัดการกับ Planet ที่รวม Blog ของนักศึกษา ป.บัณฑิตวิชาชีพครูทั้ง 6 กลุ่มที่สอน เพื่อให้เป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น และง่ายต่อการติดตามดู ได้ไปพบ บันทึกหนึ่ง ของคุณ ฐนิกา ช่วยสุทธิ์ ว่าด้วยเรื่อง Research-Based Learning อ่านแล้วเกิดอาการคันในอารมณ์เล็กน้อย จึงไประบายความคิดเห็นไว้ดังนี้ ..
ขอบคุณ คุณฐนิกา ช่วยสุทธิ์ ที่ทำให้เกิดอาการคันดังกล่าวข้างต้น
สวัสดีค่ะอาจารย์ "การวิจัย" คำนี้ฟังดูเหมื่อนจะเป็นเรื่องยากมากสำหรัยการเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นบัณฑิต แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไป"การวิจัย"เป็นเรื่องง่ายถ้าเราตั้งใจ มุ่งมั้น และทำให้ได้ ไม่มีอะไรไกลเกินความสามารถ
www.watdao.com/board/index.
กาลคร้ังหนึ่งเคยเป็น พนักงานราชการ ตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัย ของศูนย์วิจัย สถาบันประสาทวิทยา (กทม) ก่อนจะกลับมาเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านที่กระบี่ ชอบคำนี้ค่ะ "น่าเสียดายที่ใครบางคน หรือหลายคน ทำให้สิ่งที่เรียกว่า การวิจัย เป็นของสูง ของขลัง และที่ร้ายหนักก็คือทำให้ดูน่ากลัวจนไม่อยากเข้าใกล้ " มันเป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะมีหลายคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ และไม่อยากทำความเข้าใจในเรื่องของการวิจัย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่ามันยากหรือง่าย
ป.บัณฑิต ศูนย์กระบี่
สวัสดีครับอาจารย์ พอได้อ่านแล้ว ผมไม่เข้าใจคำว่าคันในอารมณ์
อาจารย์ช่วยขยายความหน่อยได้หรือเปล่าคับ ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ เมื่อเอ่ยถึงคำว่า "วิจัย" ทุกคนก็คงจะรู้สึกเหนื่อย และกลัวการ
วิจัย เพราะคิดว่าการวิจัยเป็นเรื่องยาก พอได้อ่านเรื่องของอาจารย์แล้ว ขวัญเห็นด้วยกับ
ประโยคที่ว่า "แท้จริง การวิจัย
เป็นกิจกรรมหลักในชีวิตมนุษย์ แต่เราทำไปโดยไม่รู้ตัว" เพราะเมื่อเราพบเห็น
อะไร แล้วเราได้ศึกษาเกี่ยวกับมัน ก็ถือว่าเป็นการวิจัยแล้ว ไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยากมาก
มายที่ทำให้เราต้องปวดหัว
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นครับ