เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม ข้าพเจ้าได้มีโอกาสนั่งฟังอาจารย์หมออัครินทร์ - เจ้าพ่อ R2R - Fa บรรยายเรื่อง "งานประจำ ทำให้ดี มีความสุขได้ด้วย Lean R2R" ณ ห้องประชุมของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

อาจารย์อัครินทร์บอกว่าเป็นการบรรยายแบบมาราธอนนานที่สุดในชีวิต...แต่ก็โชคดีที่ R2R - Fa ในพื้นที่อย่างพี่นุ้ย พี่หนิง พี่ตุ่ม ส่งสัญญาณขอพักเบรคกลางคัน ก็เลยได้มีโอกาสผ่อนคลาย...อย่างสบายอารมณ์ด้วยอาหารว่างกัน

การได้นั่งฟัง อ.อัครินทร์ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของชีวิต

และยิ่งได้ฟัง Lean R2R ยิ่งได้กำไรไปใหญ่...

แต่ว่า...ขณะฟัง ข้าพเจ้ากลับไม่ได้ยินในสิ่งที่อาจารย์อัครินทร์พูดซะเท่าไร หากแต่เห็นความคิดของตนเองที่ปรากฏในมโนภาพ ไหลเลื่อนมาอย่างกะภาพยนต์ แบบเรื่องต่อเรื่อง ช็อทต่อช็อท...ซีนต่อซีนกันเลยทีเดียว

เมื่อวิทยากร...บรรยาย เรื่องความสุขตามขั้นของมาสโลว์ ข้าพเจ้ากลับมองไปเห็นภาพ ความสุขอันเหนือออกไปจาก "โลกธรรมแปด" หากเราสามารถนำพาผู้คนดำรงและก้าวย่างสู่วิธีแห่งมรรคอันเริ่มจาก "สัมมาทิฐิ" ที่มีความเห็นชอบ ความคิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองกระทำ เมื่อนั้นผู้คนจะได้ลิ้มรสกับคำว่า "ความสุข" ที่แท้ และทำให้หัวใจที่พร่องขาด แปรเปลี่ยนเป็นความเต็มอิ่ม...ปิติสุขก็จะปรากฏแทรกซึมได้ง่าย...การทำ R2R ก็จะไม่ใช่เป็นการทำด้วยความทุกข์ตรม...บีบคั้นด้วย "ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุขแบบเทียมๆ"...

และเมื่อพูดถึง...เรื่อง Lean และ wase ด้วยแล้ว...ยิ่งเห็นกระบวนการของใจที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้นว่า ... นี่น่ะเป็นวิถีแห่งพุทธที่นำพาผู้คนก้าวไปสู่หนทางของ "พรหมวิหารสี่"...จิตอันเต็มเปี่ยมด้วย เมตตา-กรุณา-มุฑิตา-อุเบกขา ==> หากว่า "ใจ" ของคนทำงานเป็นใจเช่นนี้แล้ว รับรองกระบวนการ Lean R2R จะไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพราะการรวมหัวใจแห่งพรหมบวกกับปัญญาที่มองเห็นปัญหาอันเป็นสัจจะ... (พรหมวิหารสี่ + อริยสัจสี่)

นี่น่ะเป็นวิถีอันแยบยลที่นำพาผู้คนหลุดออกจากบ่วงอันร้อยรัดจากภาระการงานที่บีบคั้น ให้ตื่นรู้ และก้าวสู่วิถีการงานอันนำไปสู่ "ส.ป.ก = สุข ปัญญา เกิดผลงาน" ตามที่ อ.หมอวิจารณ์...เคยกล่าวไว้

เป็นว่าวันนั้น  เป็นการนั่งฟังวิชาการแบบไม่เบื่อเลยในชีวิต

เพราะข้าพเจ้ารู้สึกสนุกกับการต่อยอดตามการบรรยายของอาจารย์อัครินทร์...

 

๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓