การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะ "มีคุณค่า" หรือไม่นั้น ความสำคัญคือ อยู่ในเนื้อของสิ่งนั้นๆ เอง
และหากว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใด "มีคุณค่า"ต่อผู้อื่นหรือไม่นั้น ความสำคัญอยู่ที่ "หัวใจ" ของบุคคลนั้นจะมองเห็นความมีคุณค่านั้นหรือไม่...
และบุคคลที่จะมองเห็น "ความมีคุณค่า"...บุคคลมักเป็นบุคคลที่สวมแว่นตา AI
AI ทำให้...เราได้ค้นเข้าไปเพื่อเพ่งพิศความงดงาม ภายใต้ "คุณค่าที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเรา
เรื่องบางเรื่อง ...
ของบางสิ่ง
บุคคลบางบุคคล...
ต่างมีคุณค่าต่อผู้คนที่แตกต่างกัน...
AI หรือหัวใจที่เปี่ยมด้วยความชื่นชม ทำให้ระดับการมองคุณค่าของแต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป...
ใจที่หยาบกระด้าง...ยากที่จะมองเห็นคุณค่า
ใจที่อ่อนนุ่ม อ่อนโยน...เท่านั้นถึงจะสัมผัสคุณค่าได้
ยิ่งอ่อนนุ่ม อ่อนโยนมากเท่าไร...จะเห็นคุณค่าในระดับที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง สิ่งบางสิ่งที่เป็นขยะมากๆ...อันอาจไร้ค่าจากคนทั่วไป แต่ใจของผู้อ่อนนุ่มอ่อนโยน จะเห็นคุณค่าจากขยะที่ผู้คนละทิ้งไป
ความอ่อนนุ่ม อ่อนโยนนี่แหละคือ...สภาวะใจที่เป็น AI หรืออาจพูดภาษาบ้านๆ ว่าเป็นใจที่เปี่ยมด้วย "มุฑิตาจิต"...นั่นเอง

๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓
แด่...หัวใจคุณค่า
พี่ๆที่ รพ แซวกันอย่างน่ารักว่า ต้องมี "มุฑิตาจิต" ต่อกันและกัน
จะได้ทำงานอย่างมีความสุข หลังจากฟังกะปุ๋ม
ทุกคนระลึกถึง อาจารย์ กะปุ๋มเสมอค่ะ
ขอบพระคุณค่ะพี่แก้ว...
เมื่อวันก่อนได้นั่ง "มุฑิตาจิต"ต่อพี่แก้วให้อาจารย์แต้มฟังด้วยค่ะ...
ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ทั้งพี่แก้วและน้องกะปุ่มค่ะ หากทุกคนมองโลกในมุมบวกในการทำงานเหมือนพี่แก้วและกะปุ่มก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ ดัชนีชี้วัดการทำR2Rคือทำด้วยใจแล้วมีความสุข ใช่ไหมค่ะคนคอ R2R