8 ก.ย.วันกศน.การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อประชาชนคนไทย

เนื่องในวันที่ 8 กันยายน 2553 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO)ได้กำหนดให้เป็น วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ  ประเทศไทยในฐานะสมาชิกประเทศหนึ่ง ได้กำหนดให้วันที่ 8 กันยายนของทุกปีเป็น “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือและวันการศึกษานอกโรงเรียน (Non-Formal Education Day)” การจัดกิจกรรมในวันนี้ จะมุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของ กศน. การรู้หนังสือ และการศึกษาตลอดชีวิต

สำหรับ กศน.อำเภอพระยืน ได้จัดกิจกรรมโดยเน้นให้ครู กศน.ทุกคนมาร่วมงานเพราะถือว่าวันนี้เป็นวันของครู กศน.และได้เชิญท่านนายอำเภอพระยืนมาให้โอวาทแนะนำแนะแนวการปฏิบัติงานในพื้นที่ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชน และเป็นวันที่ครู กศน.ภูมิใจในอาชีพการเป็นครู กศน. ภูมิใจที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือพัฒนาชุมชน ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ ได้จัดกิจกรรมสำคัญ  2  เรื่อง คือ

(1) พิธีเปิดศูนย์การเรียนชุมชนบ้านพระยืน หรือ กศน.บ้านพระยืน  เพื่อให้บุคคลได้รับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน โดยมี นายอำเภอพระยืน นายภูมิจิตร  ศรีวงษ์ราช เป็นประธาน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ

(2) สัมมนาความคิดเห็นมุมมองของชุมชนที่มีต่อการจัดกิจกรรม กศน.ในปีหน้า โดยมีนายอำเภอพระยืน พระครูสมุห์ทองล้วน นายกเทศบาลตำบลพระยืน กำนันตำบลพระยืน/ตำบลพระบุ ผอ.โรงเรียนชุมชนและแขกผู้มีเกียรติทั่วไป ได้แสดงความคิดเห็นว่า” กศน.ควรก้าวเดินไปในทิศทางการส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาในเรื่องใดบ้าง?”

 

ข้อสรุปที่ได้ ได้แก่...

(1)    ด้านเศรษฐกิจพอเพียง นายอำเภอพระยืนเสนอให้ กศน.ทำงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรูปธรรมโดยมาคิดร่วมกันให้เป็นโมเดลสำหรับไปดำเนินงาน โดยเฉพาะเรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาและชาวบ้านที่ได้ดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงว่ามีเท่าไหร่ ได้ประโยชน์อย่างไร ทำให้ชัดเจนขึ้นและมีข้อมูลว่าต้องการพัฒนาอย่างไร จะได้สนับสนุนการเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง นายอำเภอพระยืนจะร่วมคิดดำเนินงานอย่างจริงจังต่อไป

(2)    ด้านปัญหายาเสพติดและการพัฒนาด้านจิตใจ อยากให้ กศน.เข้ามาร่วมมือดำเนินการเรื่อง บ้านหลังเรียน เรื่องค่ายเยาวชน ร่วมกับหน่วยงานทั้งอำเภอ โดยมีฝ่ายอำเภอพระยืน ฝ่ายองค์กรท้องถิ่น ฝ่ายกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายโรงเรียน  ทำงานอย่างจริงจังเต็มพื้นที่ โดยมุ่งเป้าไปที่เด็กกลุ่มเสี่ยงด้วยการพัฒนาด้านจิตสำนึก ด้านจิตใจ การอบรมในวัด ศูนย์ปฏิบัติธรรม เป็นต้น

(3)    ด้านการทะเลาะวิวาทของเด็กและเยาวชน โดยร่วมมือกันจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งมีการนำเสนอแนวทางแก้ไขหลายเรื่อง ส่วนเรื่องหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้เพราะมีนโยบายมาถึงแล้ว คือ ชมรมทูบีนัมเบอร์วันประเภทชุมชน ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กได้มีการแสดงออกและรู้จักกันมากขึ้น และทำให้เด็กเข้าใจปัญหาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน

จะเห็นได้ว่า กศน.เป็นหน่วยงานหนึ่งในพื้นที่ที่จะสามารถทำงานร่วมกับองค์กรและหน่วยงานอื่นๆในพื้นที่ได้อย่างกลมกลืนกัน มีท่านหนึ่งท่านยกย่องครู กศน.ของเราว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของทุกกระทรวงทบวงกรมในพื้นที่ที่สามารถรองรับการทำงานด้านกระบวนการเรียนรู้ได้ทุกเรื่องครับ

ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนเรา ครู กศน.ให้เป็นพนักงานราชการ

ครู กศน.ทุกคนจะทำงานให้ดีที่สุดในโอกาสต่อไป