อาการที่เป็นอยู่คือ ความฟุ้งเฟ้อกับบริโภคนิยม หมุนหนี้ใช้หนี้ และการใช้เงินในอนาคตกำลังเฟื่องฟูอย่างสุดๆ จากการเช่าซื้อ ผ่อนส่ง แบบหาทุกวิถีทางที่จะทำให้คนเข้าไปติดในกับดักให้ได้

ช่วงนี้ผมอยู่ในขั้นวางแผนงาน เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรยากจน

ตามเงื่อนไขของโครงการที่กำลังพัฒนาโครงร่าง ที่ถ้าได้รับการอนุมัติจริงจะต้องเริ่มงานภายในปลายปีนี้

เงื่อนไขที่สำคัญคือ

เป็นเงินกู้ระยะยาว แบบปลอดต้น ๒ ปี ปลอดดอก ๑๐ ปี เพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนางานได้ โดยไม่ต้องพะวักพะวนกับการจ่ายดอกรายปี

เนื่องจากประสบการณ์ของกลุ่มเกษตรกรที่กู้เงินจากภายนอกไปทำงาน พบว่า

ดอกเบี้ยเงินกู้มาทำงานมักจะเท่าๆกับกำไรที่ได้ในแต่ละปี ทำให้เท่ากับทำงานฟรี

แค่ได้เงินจ่ายดอกให้ธนาคารเท่านั้น ไม่มีทางพัฒนาอะไรต่อได้เลย ไม่ขาดทุนก็ถือว่าเคราะห์ดีแล้ว

จึงคาดว่ากองทุนพัฒนาเกษตรกรแบบนี้จะช่วยให้เกษตรกรพัฒนาได้ดีกว่าเดิม

เพื่อทำงานกับชุมชนที่มีความพร้อมที่จะนำร่องทำงานเป็นแกนนำและตัวอย่างในการพัฒนา โดยใช้ความรู้ ทักษะ และความสมารถในการบริหารจัดการของชุมชน

อันเนื่องมาจากผลการทำงานพัฒนาที่ผ่านมานั้น ได้เกิดผลทางบวกต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับส่งผลลบต่อชุมชนมากมาย ทำให้ชุมชนส่วนใหญ่อ่อนแอ

มีกองทุนเข้ามาช่วยอย่างต่อเนื่อง ก็กลับกลายเป็น “กองทุกข์”

ที่ทำให้ชาวบ้านใช้วิธีกู้หนี้ใช้หนี้ แบบเดียวกับคนจนในเมือง

จนทำให้หนี้สินพอกพูนเรื่อยๆแบบหาทางออกยาก นอกจากขายที่ ส่งลูกหลานไปตายดาบหน้า ในโรงเรียน สถาบันการศึกษา ทำงานโรงงาน บริษัท บริการสารพัดรูปแบบ

รวมถึงการพยายามที่จะทำงานต่างประเทศ ที่ได้รับการยกย่องระดับชาติว่าช่วยดึงเงินตราต่างประเทศเข้ามา

แต่หลังจากนั้นก็แทบไม่มีใครคิดว่ามีข้อควรระวังหรือพึงแก้ไขใดๆ ที่ต้องทำบ้าง

สิ่งที่ผมพยายามรวบรวมจากประสบการณ์ตรงกับการทำงานกับชุมชนมากว่า ๒๕ ปี พบว่า

ปัจจุบันชุมชนทั้งในชนบทและในเมืองอ่อนแอลงอย่างมาก

ระดับครอบครัวและปัจเจกก็วิ่งตามและเป็นเบี้ยล่างของกระแสเศรษฐกิจที่ใหญ่ว่าเป็นชั้นๆ

อาการที่เป็นอยู่คือ ความฟุ้งเฟ้อกับบริโภคนิยม หมุนหนี้ใช้หนี้ และการใช้เงินในอนาคตกำลังเฟื่องฟูอย่างสุดๆ จากการเช่าซื้อ ผ่อนส่ง แบบหาทุกวิถีทางที่จะทำให้คนเข้าไปติดในกับดักให้ได้ ตั้งแต่

  • ซื้อแบบไม่ต้องมีเงินดาวน์ ทั้งๆที่แต่ก่อนจะซื้ออะไรต้องดาวน์ครึ่งหนึ่ง ลดลงมาเป็นหนึ่งในสี่ ลดลงมาสิบเปอร์เซ็นต์ ห้าเปอร์เซ็นต์ จนปัจจุบันไม่มีดาวน์
  • จนกระทั่งบางครั้งมีเงินสดแถมให้ด้วย เช่น เงินติดล้อ เงินค่าซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านเป็นต้น
  • การรับจำนำโฉนด ทะเบียนรถต่างๆ ฯลฯ
  • การจำนำตำแหน่งการงานและเงินเดือนในอนาคต โดยกลุ่มบริการเงินด่วนทั้งหลาย

ความผิดพลาดในการใช้ชีวิตในเมืองของลูกหลาน ก็จะกลับมาสร้างภาระให้กับชุมชนชนบทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะค่านิยมความฟุ้งเฟ้อจะเชื่อมโยงกันไปหมด

ในชนบทก็อยู่แบบมีทางเลือกให้กับตัวเองน้อย จากความเชื่อที่ไม่สร้างสรรค์ที่อาจเคยเป็นประโยชน์ในอดีต และความเคยชินที่ล้าสมัย  ที่เป็นเหตุให้มีการทำตามกันไปเรื่อยๆโดยไม่คิด

แต่กลับต้องมาเผชิญปัญหาใหม่ๆ ทำให้ความรู้ไม่พอใช้ แต่ไม่ค่อยคิดสร้างใหม่ กลับไปนิยม ชื่นชมกับการพึ่งพาภายนอก ไม่พยายามพึ่งตนเอง มีความคิดแบบสุขนิยมที่หลงทาง ชอบทำงานน้อย อยากได้มาก ได้เร็ว คิดว่าสบาย

นอกจากนี้ในระบบสังคมใหญ่ ยังมีการโฆษณาเผยแพร่ ของทั้งทางราชการและธุรกิจเอกชน ให้เชื่อว่าการพึ่งคนอื่น พึ่งภายนอกเป็นเรื่องสบาย

เช่น รถไถ รถหว่าน รถดำ ฉีดสารเคมีสารพัดชนิด รถเกี่ยว รถนวด และสุดท้ายที่โรงสีข้าว ที่ถือว่าเป็นชีวิตที่สะดวกสบาย โดยไม่ดูผลกระทบด้านอื่นๆ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากร สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาที่สนับสนุนอยู่บ้างก็เป็นแบบแยกส่วน กระทบทำลายส่วนอื่นๆ อย่างมากมาย ก็มักขาดการประเมินที่เป็นจริงเพื่อการปรับปรุง แต่ก็ประเมินเพื่อให้แล้วๆไปมากกว่า

เพราะการทำงานต่างๆนั้น มักสนับสนุนโดยวิชาการสายเดี่ยว การพัฒนางานวิชาการแยกส่วน หรือแม้กระทั่งการพัฒนางานวิชาการครึ่งทางและหรือหลงทาง

โดยขาดการพิจารณาว่า สภาพชนบทปัจจุบันนั้น ทรัพยากรมีน้อยและจำกัดแทบทุกด้าน และยังอยู่กับความแปรปรวนของธรรมชาติ ที่มีอัตราเสี่ยงสูง ทรัพยากรส่วนใหญ่มีอัตราเสื่อมโทรมสูง และใช้ประโยชน์ได้น้อยลงเรื่อยๆ

แต่ เกษตรกรทั่วไปก็ยังเน้นการผลิตเพื่อขาย ที่สนใจเฉพาะปริมาณที่ได้ โดยแทบไม่มีโอกาสคิดถึงคุณภาพ ความยั่งยืน และความปลอดภัยของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

 เนื่องจากระบบการผลิตนั้น เน้นการใช้สารพิษ สารเคมีที่ทำลายระบบความเข้มแข็งของทรัพยากร

นอกจากนี้เกษตรกรทั่วไปยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และหลักในการรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง มีการบริโภคสารเสพติด

แม้จะยากจน แต่เวลามีงานอะไรก็ยังติดค่านิยมความฟุ้งเฟ้อ อวดโอ้ รักษาหน้าแบบเสียเท่าไหร่ไม่ว่า ทำให้เกิดภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว

สุดท้ายก็มาถึงจุดที่หนียาก คือ การนับถือเงินเป็นเป้าหมายหลักของชีวิตและครอบครัว ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน แม้แต่การขายตัว(ถ้ามีคนซื้อ) ขายศักดิ์ศรี ยอมทำทุกอย่างขอเพียงแค่ได้เงิน

เรื่องความยากจนได้แทรกเข้าไปในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ตั้งแต่การเมืองท้องถิ่น เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. จนกระทั่งการเมืองระดับชาติ ทำให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ที่มีผลกระทบต่อปัญหาการขัดแย้งในชุมชน แม้แต่ในเครือญาติกันเอง

กลายเป็นสังคมที่เน้นการเอาเปรียบมากกว่าการพึ่งพาอาศัยกัน ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันเอง การรวมกลุ่มต่อรองหรือสร้างพลังมีน้อย มีแต่กลุ่มเล็กๆในระหว่างเพื่อนสนิทและญาติใกล้ชิด

ทุกอย่างอยู่ในสภาพพันกันนัวเนียไปหมด ที่การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความเข้าใจระบบชุมชน และสนับสนุนหรือปล่อยให้ชุมชนแก้ไขและพัฒนาตัวเองจึงจะได้ผลที่ยั่งยืน

ฉะนั้น จากบทเรียนที่พบมา จึงน่าจะพอหาทางออก ได้คร่าวๆ ดังนี้

  • การสนับสนุนให้ชุมชนมีโอกาสทำความเข้าใจตนเอง ชุมชน และสังคมที่เกี่ยวข้อง
  • สนับสนุนให้เกษตรกรและชุมชนเข้าใจทรัพยากร ขีดจำกัดและศักยภาพของทรัพยากรที่มี
  • เน้นการฟื้นฟูและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการพึ่งตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ในทุกด้าน
  • และสุดท้าย และสำคัญมากคือ การน้อมนำระบบเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในชีวิตและกิจกรรมประจำวัน ทั้งในระดับปัจเจก ครัวเรือน และชุมชน
  • ก็อาจจะเป็นแนวทางในการฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนเข้มแข็งได้

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับชุมชน ระดับกลุ่ม และระดับปัจเจก ในการทำงานพัฒนาชุมชนครั้งนี้ครับ