เทคโนโลยี

โทรศัพท์เคลื่อนที่มีปริมาณการใช้งานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถไม่ใช่เพียงแต่ในส่วนของระบบโครงข่ายเท่านั้น เครื่องลูกข่ายก็มีความสามารถสูงขึ้นในขนาดที่สามารถพกพาได้อย่างสะดวก  ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการสามารถใช้งานนอกเหนือจากการสนทนาธรรมดา เช่น ถ่ายรูป  เล่นเกม รับฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ผ่านเครื่องลูกข่ายได้   จำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในหลายประเทศมีจำนวนมากกว่า จำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์พื้นฐาน  โดยเทคโนโลยีของโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง จากการสื่อสารด้วยเสียง มาสู่การสื่อสารข้อมูลความเร็วต่ำ จนพัฒนามาสู่การสื่อสารในรูปแบบ Multimedia ถ้าเราลองมองดูอุปกรณ์รอบตัวเราจะทราบว่า ไม่เพียงแต่โทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น ที่เป็นเทคโนโลยีไร้สาย แต่ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิเช่น WLAN    Bluetooth ฯลฯ ซึ่งถ้ามีโอกาสจะนำเสนอในฉบับต่อ ๆ ไป

การคาดการณ์จากบริษัทวิเคราะห์ชั้นนำพบว่ารายได้ที่มาจาก Data บนโครงข่ายไร้สายจะมีสัดส่วนที่มากขึ้นอย่างชัดเจนในอนาคต รวมทั้งความต้องการของผู้ใช้บริการซึ่งมีความต้องการใช้ Application ที่ต้องการการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง    มาตรฐานของโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3  (3G) ก็มีหลายแนวทางทำให้ไม่สามารถ Roam กันระหว่างเครือข่ายที่ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันได้  Terminal ที่สามารถทำการ  Reconfiguration  ได้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในอนาคต 

เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่งความต้องการของผู้ใช้บริการจะไม่มีวันที่สิ้นสุด ดังนั้นคุณภาพและประสิทธิภาพสูงเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในบางประเทศได้มีการเปิดให้บริการ 3G แล้ว ซึ่งถ้ามองย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่มีการศึกษา 3G นั้น จะทราบว่ามีการศึกษามาร่วม 10 ปี ก่อนที่จะเป็นมาตรฐานได้

ปัจจุบันได้มีการศึกษาและวิจัย เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายยุคที่ 4 (4G) รวมทั้งมีการจัดตั้งกลุ่มศึกษาแนวทางของเทคโนโลยีเพื่อรองรับ 4Gในหลายๆ ประเทศ กลุ่มศึกษาวิจัยที่จะแนะนำในที่นี้ มีด้วยกัน 3 กลุ่ม  อเมริกาเหนือ   ยุโรป   และ เอเชีย   โดยจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันกลุ่มประเทศใน เอเชีย และ ยุโรป  จะมีการพัฒนาไปมากเมื่อเทียบกับประเทศในพื้นที่อื่น   

อเมริกาเหนือมีการศึกษาวิจัยกันในกลุ่มบริษัทใหญ่ ๆ และมหาวิทยาลัย  โดยมีกลุ่ม 4G Mobile Forum (4GMF) ที่จัดให้มีการประชุมทางวิชาการเป็นประจำทุกปี

กลุ่มประเทศในยุโรป มี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่มีการศึกษา เทคโนโลยี 4G  ได้แก่  The World Wireless Research Forum (WWRF) และ Mobile VCE ซึ่ง WWRF ก่อตั้งจากกลุ่มบริษัทชั้นนำทางธุรกิจไร้สารได้แก่ Alcatel Ericsson Nokia Siemens และ Motorola โดยมีเป้าหมายว่า จะเริ่มมีการใช้งาน 4G ในปี  ค.ศ. 2012   เทคโนโลยี  4G ต้องสามารถรองรับเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมได้  และเครื่องลูกข่ายต้องสามารถทำงานได้ในเครือข่ายที่ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันได้ และประเด็นสำคัญคือสามารถรองรับ Broadband Wireless ที่มีความเร็วของการสื่อสารข้อมูลสูงถึง 100 Mbps  ใน Mobile Environment

กลุ่มประเทศในเอเชีย  เป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับความสนใจอย่างมากโดยในบางประเทศมี Penetration rate สูงเกือบ 100% กล่าวคือจำนวน Terminal มีจำนวนเกือบเท่ากับจำนวนประชากรของประเทศ  มีความต้องการสูง  กลุ่มประเทศนี้มีจำนวนประชากรมากในลำดับต้น ๆ ของโลก  จำนวนผู้ใช้บริการ  Internet  ผ่านเครือข่ายไร้สายก็สูงมากและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ปัจจุบันคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก  i-mode  ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และขยายไปสู่หลายประเทศ  จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มประเทศนี้จะมีการศึกษาวิจัย 4G อย่างมาก ได้แก่  mobile IT Forum (mITF)  และ  IP-based IMT Platform (IP2) ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมองว่าจะมีการให้บริการ 4G ในปี ค.ศ. 2010 Korea 4G Vision ในประเทศเกาหลีใต้  และ  Future Technologies for Universal Radio Environment Project (FuTURE) ในประเทศจีน  

จากการศึกษาของแต่ละกลุ่มศึกษาวิจัยต่าง ๆ พบว่า เป้าหมายหลักได้แก่  Seamless  Network Reconfiguration และ New Air interface เป็นต้น  ซึ่งสามารถรองรับการสื่อสารข้อมูลได้สูงถึง  100 Mbps  สำหรับ Forward Link (การสื่อสารจากสถานีฐานไปยังเครื่องลูกข่าย) และ 20  Mbps  สำหรับ Reverse Link  (การสื่อสารจากเครื่องลูกข่ายไปยังสถานีฐาน)  โดยกลุ่มศึกษาวิจัยต่าง ๆ จะต้องเสนอผลการศึกษาไปสู่ ITU ซึ่ง ITU มีกลุ่มศึกษาวิจัยสำหรับ Beyond IMT-2000 ในนามของ ITU-R WP8F