หนูพลอยคนสวย
ด้วยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2553 ได้มีพ่อและเด็กหญิงตัวน้อยได้เดินเข้ามาที่บ้านอุปถัมภ์เด็ก ในช่วงที่เด็กกำลังกินข้าวกันอยู่ ประมาณเวลา 18.00 น. และเด็กของเราเมื่อเห็นน้องน้อยเข้ามาก็เหมือนกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ บางคนก็กอดเด็ก บางคนก็อุ้ม ยางคนก็หอมแก้วอวบอิ่มที่น่ารักมาก แต่น้องพลอยของเราอยู่ในภาวะที่ตกใจมาก ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ใคร อยู่ใกล้พ่อๆๆๆตลอดเวลา
จนเด็กของเราขึ้นบ้านหมดแล้ว ครูจิ๋วจึงได้เริ่มต้นพูดคุยกับพ่อเด็กว่าเป็นมาอย่างไร จึงทรายว่าแม่หนีไปได้ประมาณ 2 เดือน เอาลูกทิ้งไว้ให้พ่อดูแล ซึ่งนานๆๆๆครั้งถึงจะพบเคสแบบนี้ หลังจากนั้นพ่อเด็กก็ต้องออกจากงานจากการเป็นพนักงานขับรถเมล์เพราะไม่มีใครดูแลลูก พร้อมกับเอาลูกน้อยตระเวณหาแม่ไปเรื่อยๆๆ ไม่มีที่พักนอนมาอู่รถเมล์ ตามวัดบ้าง พาลูกระหกระเหินนานกว่า 2 เดือน
วันนี้เป็นวันที่พ่อตัดสินใจพาลูกไปขอความช่วยเหลือหน่วยงานต่างทั้งรัฐและเอกชนหลายแห่ง แต่ละแห่งไม่สามารถรับเด็กดูแลได้ เพราะเต็มบ้าง บางแห่งให้ติดต่อไปใหม่ สำหรับครูจิ๋วเองคิดมากเพราะเด็กอายุเพียง 1 ปี 5 เดือน เท่านั้น เราไม่มีเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลเด็กเล็กขนาดนี้ได้ และถ้าคืนนี้ให้พ่อกับเด็กนอนที่นี้ก็เป็นสิ่งที่เราคิดให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่งเพราะบ้านเรามีแต่เด็กผู้หญิง ครูผู้หญิงทั้งนั้น จะทำอย่างไรดี
ได้ประสานงานหาเพื่อนที่ทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนด้วยกัน ถึง 5 แห่ง แต่ทุกหน่วยงานให้ประสานวันรุ่งขึ้น และต้องประสานตรงไปยังผู้บริหาร เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ประเมินครอบครัวก่อน แต่เคสอยู่ตรงหน้าเราจะคอยได้อย่างไร
ครูจิ๋วได้ประสานตรงไปยังท่านผู้ตรวจนภา เศรษฐกร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตส่งข้อมูลและเคสของความช่วยเหลือโดยด่วน ท่านประสานงานให้ทันที ว่าที่หน่วยงานของท่านรับได้
ครูจิ๋วจึงให้ครูพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โครงการช่วยเหลือเด็กและครอบครัว เป็นอีกโครงการหนึ่งของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กนำไปส่ง ที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต ทันที ในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ขอรับอยู่แล้ว เด็กน้อยได้อยู่ในสถานที่เหมาะสมในการพัฒนาการของเด็ก
ในการทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนนั้น การปฏิบัติงานต้องมีความฉับไว รอบรู้ และมีเครื่อข่ายในการทำงาน ถึงจะสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงที รอคอยไม่ได้ เพราะว่าเวลาที่เคสต้องการความช่วยเหลือ คนทำงานต้องมีทางเลือกให้มาก และให้เคสเป็นผู้เลือกกิจกรรมเหล่านั้นเอง
บางเคสที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่บ้านอุปถัมภ์เด็กทั้งหมด
บางครั้งหน่วยงานอื่นมีความเหมาะสม และความพร้อม จำเป็นต้องมีการประสานงานส่งต่อครั้ง