----//----
วิดีโอ 1: การประยุกต์ถังสีใช้แล้ว (จะใช้ถังรดน้ำต้นไม้ก็ได้), หุ้มลูกบอล เช่น เบสบอล เทนนิส ฯลฯ รอบๆ ที่จับ เพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก, ใส่น้ำในถังขนาดพอที่จะเดินได้ 20-40 ก้าวหมดแรงพอดี... แล้วค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละน้อย
เดินแบบนี้คือ "เดินแบบฟาร์เมอร์ (Farmer's walking)"
----//----
วิดีโอ 2: เดินแบบนอร์ดิค (Nordic walking)
----//----
วิดีโอ 3: เดินแบกเป้ ซึ่งค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักได้โดยการใส่ถุงทราย หรือขวดน้ำเพิ่มทีละน้อย
----//----
วิีดีโอ 4: เป้ที่ออกแบบให้กระจายน้ำหนักไปทางด้านซ้าย-ขวา, ช่วยกระจายน้ำหนัก... คนไทยน่าจะลองทำเป้แบบนี้ และออกแบบให้ติดเป้เพิ่มทางด้านหน้า-หลังได้
----//----
เป็นที่ทราบ กันดีว่า การเดินให้เร็วขึ้นส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างกว้างขวาง... ทีนี้ถ้าต้องการเดินเร็วให้ดีกับสุขภาพ, ควรเดินให้เร็วพอที่จะเพิ่มชีพจร ให้มากกว่าตอนพัก 20 ครั้ง/นาที
เช่น ถ้าชีพจรตอนพัก 70 ครั้ง/นาที... ควรเดินเร็วให้ชีพจรขึ้นไปเป็น 90 ครั้ง/นาที หรือมากกว่านั้นสักหน่อย ฯลฯ
...
อัตราการเต้นหัวใจต่อนาที - นิยมจับชีพจรตรงเส้นเลือดแดงที่ข้อมือ หรือที่คอ 10 วินาที แล้วคูณด้วย 6; 10 x 6 = 60 วินาที
วิธีเดินให้เร็วขึ้นที่นิยมกัน คือ แกว่งแขนให้เร็ว, การจดจ่อหรือตั้งใจแกว่งแขนให้เร็ว ทำได้ง่ายกว่าการไปตั้งใจแกว่งขาให้เร็ว, วิธีนี้คล้ายกับที่นักว่ายน้ำเร่งสปีด โดยการจดจ่อหรือตั้งใจเคลื่อนไหวแขนให้เร็วขึ้นเช่นกัน
...
การแกว่งของที่มีรัศมีสั้นให้เร็วทำให้ได้ง่ายกว่าการแกว่งของที่มีรัศมียาว (ตามหลักของ pendulum หรือลูกตุ้มนาฬิกา)
วิธีประยุกต์หลักการนี้เข้ากับการเดินคือ การงอข้อศอกจะทำให้คนเราเดินเร็วกว่าการเดินเหยียดแขนตรง
...
การเดินเพื่อสุขภาพยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น
(1). เดินแนวราบสลับเดินขึ้นลงบันได > เสริมการออกกำลังต้านแรง ทำให้ร่างกายตั้งแต่สะโพกลงไปแข็งแรงเพิ่มขึ้นมาก
...
(2). เดินตัว เปล่าสลับใส่เป้ > ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักทีละน้อย และใส่เป้ทางด้านหลังสลับกับการใช้มืออุ้มด้านหน้า ทำให้ไหล่และกระดูกสันหลังตั้งแต่ช่วงอกลงไปแข็งแรงขึ้น
(3). เดินตัวเปล่าสลับการเดินถือตุ้มน้ำหนัก (เรียกว่า ฟาร์เมอส์ วอล์ค - Farmer's walk), วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายส่วนบนแข็งแรง
ข้อควรระวัง คือ ตุ้มน้ำหนักที่ถือควรมีที่จับขนาดใหญ่หน่อย, ถ้าที่จับเล็ก เช่น ถุงพลาสติกใส่ของ ฯลฯ จะเกิดแรงกดทับต่อปลอกหุ้มเอ็นที่มือ อาจทำให้เกิดโรคนิ้วล็อคได้
...
(4). เดินพร้อมกับใช้ไม้เท้า 2 ข้าง ช่วยกันตัวไปข้างหน้า (เรียกว่า เดินนอร์ดอค - Nordic walk), วิธีนี้ทำให้ได้ออกกำัลังกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วนในร่างกาย
(5). เดินสลับกระโดดตบ > วิธีนี้ทำให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกโปร่งบางหรือกระดูกพรุนได้ดี
...
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้่อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่ มา
-
Thank [ drmirkin ]
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 31 สิงหาคม 2553.
-
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
บังเอิญเจอเว็บนี้ และได้ตามอ่านบทความดีๆ มาได้สักพักแล้วครับ ขอบคุณมาก
มีคำถามนิดหน่อยครับ อยากทราบว่าการเล่นโยคะ กับการเดินหรือวิ่ง ใช้พลังงานแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหนหรอครับ ??
วิธีค้นจากคุณครู Google > 'แคลอรี + ออกกำลัง' > http://gotoknow.org/blog/health2you/114493
เรียนเสนอให้ลองค้นเรื่องต่างๆ จาก Google ดู เพราะจะทำให้ได้ข้อมูลกลับมาเร็วมากๆ สงสัยอะไร ใส่เครื่องหมายบวก (+) เข้าไปเป็นใช้ได้ครับ...
โยคะใช้พลังงานเกือบเท่าวิ่งเดินเลยทีเดียว...