หลายครั้งอีกเช่นเดียวกันที่ไม่มีการนำปัญหาที่ถกเถียงกันมาทำอะไรต่อ เพราะจับทิศทางไม่ได้ สุดท้ายที่เราเห็นกันบ่อยๆ ว่าก็ทำเหมือนเดิมในปีถัดมา
ในระยะหลังนี้ ผมสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในองค์กร หลายหน่วยงานย่อย (สำนัก) เริ่มมีการนำเอาเรื่อง KM เข้ามาใส่ในการจัดประชุม แต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ คือยังคงมีแบบแนวเดิมผสมผสานอยู่ด้วย สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากผู้บริหารที่ยังอาจ "ไม่แน่ใจกับกระบวนการ KM" เรื่องหนึ่งที่ยังพบอยู่ในตารางการประชุมบ่อยๆก็คือ "รับฟังปัญหาและความคิดเห็น" ตรงนี้ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองก็ใช้วิธีแบบนี้บ่อยๆ เมื่อทำงานหรือโครงการที่มีผู้อื่นเกี่ยวข้องหรือนำไปปฏิบัติ พอทำไปซักระยะก็จัดประชุมแบบดังกล่าว โดยคิดว่าจะได้ข้อมูลมาวางแผนการทำงานในอนาคต ภายหลังผมได้มาเรียนรู้เรื่อง KM ทำให้มองย้อนไปถึงวิธีการแบบเดิม จึงเริ่มมองเห็นอะไรหลายอย่างกับการรับฟังปัญหาและเสนอความคิดเห็น
๑) เรามักเริ่มต้นด้วยการรับฟังปัญหา เป็นการเริ่มแบบคิดเชิงลบ (Negative Thinking)
๒) งานทุกอย่างไม่มีอะไรสมบูรณ์ ทุกอย่างต้องมีปัญหา คนที่นำงานหรือโครงการเราไปปฏิบัติย่อมเห็นปัญหาอยู่แล้ว 
๓) ผู้จัดหรือเจ้าของโครงการ ไม่มีสมาธิในการฟัง ส่วนใหญ่ต้องฟังแบบคิดวิเคราะห์ตาม (Critical Thinking) เพราะต้องคอยแก้ตัวกับปัญหาที่รับฟัง
๔) หลายครั้งที่จบลงแบบไม่จบ เพราะดูแล้วสถานการณ์ไม่ค่อยดี อารมณ์เริ่มเกิด และหลายครั้งที่ไม่มีข้อเสนอแนะ ผู้จัดก็มักจะพูดว่า "ให้มาระบายความรู้สึก"
๕) หลายครั้งอีกเช่นเดียวกันที่ไม่มีการนำปัญหาที่ถกเถียงกันมาทำอะไรต่อ เพราะจับทิศทางไม่ได้ สุดท้ายที่เราเห็นกันบ่อยๆ ว่าก็ทำเหมือนเดิมในปีถัดมา
ไม่ทราบว่าหลายท่านยังคงเจอเรื่องเช่นนี้อีกหรือไม่....แล้วท่านคิดว่าจะแก้อย่างไร