ในแต่ละวันเราจะต้องเผชิญเรื่องที่ไม่สบายในอยู่เสมอ วันที่สุขใจสบายกายตลอดท้งวันนั้นแทบจะหาไม่ได้เลยในชีวิต บางเวลาความทุกข์ก็เข้ามาเยือนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า เช่น รถสุดที่รักโดยชนท้าย บางเวลาความทุกข์ก็เกิดขึ้นกับผู้อื่น แต่เราก็แบกรับความทุกข์นั้นด้วย หรือบางทีคนใกล้ตัวของเราก็มาด่วนจากไปเสียเฉย ๆแบบไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้สึกตัวก็ต้องร้องให้สลบไปสามรอบแล้ว ทำไมเจ้าความทุกข์ไม่เลือกเวลาบ้างเลย นึกอยากจะมาตอนไหนก็ได้ แถมเมื่อมาแล้วก็ไม่ค่อยจากไปง่าย ๆ เสียด้วย กว่าจะยอมรับและทำใจได้ก็นานแสนนาน ส่วนความสุขนั้นตรงกันข้ามลิบลับ กว่าจะมาก็ต้องรอแล้วรออีก แถมมาแล้วแป๊บเดียวก็จางหายไปกับสายลม ลองสังเกตดูความทุกข์เป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ ดังนั้นมันจะมาของมันเอง เราไม่เคยอยากให้มันมาเลย แต่ความสุขที่เราปรารถนา เราพยายามทำหรือสร้างให้ความสุขนั้นมาอยู่กับเรา แต่มันก็ไม่เคยมาอยู่กับเรานาน

     เราลองมารู้ทันความทุกข์และลองเข้าใจความสุขกันหน่อย โดยการอ่านหนังสือปรากฏการรู้ทันความทุกข์ เพราะความทุกข์นั้นเกิดขึ้นจากสิ่งต่างๆ มากมายเหลือเกิน  น่าแปลกที่บางเรื่อง บางคนทุกข์อย่างหนักหนาสาหัส แต่บางคนไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ความทุกข์มีสองแบบ คือ ความทุกข์ที่เป็นไปตามธรรมชาติ เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และความทุกข์ที่เราเองเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น  หรือนำทุกข์นั้นมาอยู่กับตัวเองเอง เช่น การหลงเชื่อโฆษณา อาการบ้าช็อปปิ้ง หรืออาการคิดค่าตัวตายความคิดแบบแรกเป็นความจริงตามธรรมชาติ เราไม่สามารถหลบหลีก หรือวิ่งหนีได้  ขึ้นอยู่กับการยอมรับและทำใจแต่แบบที่สองนั้นเราสามารถปฏิเสธตั้งแต่ต้นได้ เช่น การเสพสื่อโฆษณาที่มีอยู่อย่างดาษดื่นในเมืองไทย หากเรารู้ทันไม่หลงไหลไปตามคำชักชวน แค่นี้ก็ไม่ต้องโหยหาสิ่งนี้ให้ทุกข์ร้อนโดยไม่ทราบสาเหตุ หากวิเคราะห์อย่างรู้เท่าทันแล้ว ก็จะรู้ว่า อาการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะใจเราคิดไปเอง เมื่อมีสติก็หยุดอาการต่าง ๆเหล่านี้ได้ทันที และหนึ่งในหัวข้อจากหนังสือปรากฏการรู้ทันความทุกข์ที่จะนำมาให้ท่านผู้สนใจได้อ่านเพื่อทำให้ท่านได้มีจิตใจดีขึ้น คือ ปลดล็อกกรรม ดังนั้นผู้ที่อยูในแดนติดลบของใจนั้นวิบากกรรมเก่ามาถ่วง มาตัดรอนอยู่เสมอ มีกิเลสมาบังตาอันเป็นปัจจัยที่ทำให้ใจเป็นกุศลได้ยาก เราควรปลดล็อกกรรมเก่าและกิเลสบางส่วนออก เพื่อให้ภาระที่ติดตัวเรามาเบาบางลงก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป

     1. ขอขมาต่อพระรัตนตรัย ลองไปวัดแถวบ้านเข้าร่วมทำวัตรเช้าหรือเย็นก็ได้ ในบทสวดนั้นก็จะมีการขอขมาพระรัตนตรัย สิ่ที่เราเคยล่วงเกินพระรัตนตรัยนี้ถือว่าเป็นกรรมชนิดหนึ่งที่เราต้องปลดล็อคก่อนเป็นอันดับแร

     2. ขอขมาพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณที่เราได้กระทำการล่วงเกินทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจขอให้ท่านเหล่านี้ได้โปรดยกโทษให้อภัยต่อกรรมที่เราไปแล้วด้วย

     3. ขออโหสิกรรมต่อผู้ที่เราเคยมีเรื่องบาดหมางเอาไว้

     4. หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลและแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงของเรา

     5.ตั้งใจรักษาศีลห้าอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

     6. งดสร้างอกุศลให้ใจ เช่น เลิกดูหนังหรือดูละครที่ทำให้จิตเป็นอกุศล

     7. หยุดทำเรื่องไร้สาระที่ไม่ก่อประโยชน์ให้ตนเอง

     8. หาเวลาเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรฐานเพื่อพัฒนาจิตและขัดเกลากิเลสของตนเอง

     9. หยุดสร้างอกุศลกรรมใหม่ ๆ ใครที่ทำมิจฉาชีพ ถ้าเลี่ยงได้ก็ให้เลี่ยง

และจำไว้เลยว่าไม่ว่าจะดีจะเลว ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ คุณทำกับตัวเองทั้งนั้น

       จากหนังสือ สุข (ปรากฏการณ์รู้ทันความทุกข์)  หนุ่มน้อยในแดนทำ

       และในโอกาสนี้ต้องขอขอบพระคุณ อาจารย์โอ๋  ดร.ภัครนิตร สัตยารักษ์ ผู้จัดการโรงเรียนหาดใหญ่อำนวยวิทย์บริหารธุรกิจ ที่มีหนังสือดี ๆ ให้ลูกน้องได้อ่านเพื่อเป็นกำลังใจและให้ทำงานอย่างมีความสุข