e-university

ประวัติความเป็นมา                                                                                                       

เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำมาใช้กับการเรียนการสอนการบริหารและการวิจัยของมหาวิทยาลัยให้ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อสังคมภายนอกได้ ดังกรอบนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีเป้าหมายให้เป็น e-University โดยผสมผสานกับกระบวนการจัดการแบบปกติในกรณีที่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประหยัด รวดเร็ว ปรับปรุงคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน ให้มีความทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนา การวิจัย เพื่อความเข้มแข็งทางวิชาการ ส่งเสริมและพัฒนาวิชาการด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แก่สังคมและชุมชน โดยได้วางแนวทางการดำเนินงานไว้ดังนี้

1. ในการบริหารยุคต่อไป การดำเนินการต้องถูกต้อง รวดเร็ว มีการใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ (e-office) ลดค่าใช้จ่ายบางสิ่งบางอย่างที่ทำได้ทันที เช่น การสื่อสาร สิ่งพิมพ์ การบริหารจัดการ

 

2. ปฏิรูปการเรียนการสอนโดยใช้ไอทีเข้ามาช่วย เช่น การทำฐานข้อมูลกลาง ห้องสมุดดิจิตอล การเรียนการสอนทางไกล e-Learning การใช้สื่อ (e-Courseware) ต่าง ๆ กับการเรียนการสอน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่งจากแผนฯ ของมหาวิทยาลัย มุ่งเน้นขยายการศึกษาไปในหลายวิทยาเขตโดยการลดต้นทุน จะทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีแนวโน้มที่จะเป็นมหาวิทยาลัยปิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศยกเว้น มหาวิทยาลัยเปิดอย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

3. เน้นความเข้มแข็งทางวิชาการและด้านวิจัยมุ่งไปสู่ Research University มี การพัฒนา องค์ความรู้ทางด้านงานวิจัย การวิจัยบนรากฐานการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์คำนวณประสิทธิภาพสูง

 

4. การใช้ไอทีช่วยด้านประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และศิษย์เก่า รวมถึงการกระจายความรู้ทางด้านการเกษตรไปสู่ชุมชน โดยเน้นการบริการสารสนเทศการเกษตร (e-Ag)

จุดประสงค์

1. ด้านการเรียนการสอน : “e-KMUTT” เน้นการนำเสนอหลักสูตร การศึกษาที่ทันต่อเวลา (Just-in-Time) โดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-Centred Learning) และสามารถเรียนรู้ได้จากทุกสถานที่ และเวลาเมื่อต้องการ หลักสูตรการศึกษาประกอบด้วยหลักสูตร สำหรับการศึกษาในระบบ (Formal Learning) การศึกษานอกระบบ (Informal Learning) และการศึกษาตามอัธยาศัย (On-Demand Learning) ซึ่งเน้นในการเพิ่มทักษะความสามารถของผู้เรียนเฉพาะด้าน

2. ด้านการบริหารจัดการ : ระบบ บริหารจัดการงานบริหาร มหาวิทยาลัยและบริหารการศึกษาของ “e-KMUTT” จะเป็นระบบ ที่บริหารจัดการข้อมูลด้านต่างๆ จากแหล่งข้อมูลเดียว (Single Source Data) เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง และทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วจากสื่อได้หลากหลายรูปแบบ มีระบบวิเคราะห์ ตัดสินใจ และช่วยสนับสนุนในการวางแผน การบริหาร จัดการมหาวิทยาลัย และบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ นักศึกษาสามารถดำเนินการติดต่อธุรกรรมส่วนใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยได้จากทุกสถานที่และทุกเวลา

3. ด้านการวิจัย : “e-KMUTT” สนับสนุนงานวิจัยและการพัฒนา องค์ความรู้(Knowledge) โดยการจัดหาและพัฒนาระบบจัดการ องค์ความรู้ (Knowledge Management System) ซึ่งทำการจัดเก็บ รวบรวม องค์ความรู้ ที่เกิดขึ้นจาก การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำงานภายในมหาวิทยาลัยให้เป็นหมวดหมู่ และมีระบบการสืบค้นและค้นคืนสารสนเทศ (Information) ที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ ที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว ตรงประเด็น และไม่จำกัดสถานที่และเวลา นอกจากนี้ “e-KMUTT” จะพัฒนาช่องทางอำนวยความสะดวกในการ แลกเปลี่ยนสารสนเทศซึ่งกันและกันในองค์กรให้ทำได้ง่ายและ เป็นประจำ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา ส่งผลให้การทำวิจัยในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ด้านการบริการชุมชน : “e-KMUTT” จะเป็นแหล่งรวบรวม องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (Science and Technology) ซึ่งพร้อมให้บริการ ด้านวิชาการแก่ชุมชน โดยไม่จำกัด สถานที่และเวลา สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและภาระกิจหลักดังกล่าวข้างต้นการดำเนินงาน ของ “e-KMUTT” ในปีงบประมาณ 2547 ซึ่งเป็นปีแรกมุ่งเน้นในการ สร้างเนื้อหา (Content) ดิจิตอลระบบการบริหารจัดการด้าน การเรียนการสอน และการกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการนำ เทคโนโลยีมาประยุกต์เข้ากับการเรียนการสอนโดยมี โครงการนำร่อง ต่างๆดังต่อไปนี้

1. โครงการสรุปเนื้อหารายวิชา : เป็น โครงการสรุปเนื้อหาวิชา 50 รายวิชา ซึ่งนักศึกษาสามารถศึกษาพื้นฐานเบื้องต้นของวิชานั้นๆ ผ่านทาง Web ได้โดยใช้เวลาประมาณไม่เกิน 6 ขั่วโมง

2. โครงการ Classroom-On-Demand: เป็นโครงการบันทึกเทป การเรียนการสอนเต็มวิชาของวิชา 50 รายวิชา โครงการนี้มี วัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาบทเรียนก่อน และหรือทบทวนทำความเข้าใจ บทเรียนหลังการเรียนการสอน

3. โครงการ Learner-Led-e-learning: เป็น โครงการสร้าง บทเรียนที่ผู้เรียนสามารถศึกษารายวิชานั้นๆ ได้ด้วยตนเอง อย่างสมบูรณ์ เนื้อหาที่นำเสนอ จะต้องมีการอธิบายด้วยการสร้าง สถานการณ์จำลอง (Simulation) การสร้างภาพจำลอง (Visualization) และหรือการสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation) ที่ทำให้ผู้เรียนสามารถ เข้าใจเนื้อหาโดยไม่ต้องพึ่งคำอธิบาย หรือพึ่งน้อยมากจากอาจารย์ ผู้สอน มีบททดสอบ หรือวัดความเข้าใจ เพื่อผู้เรียนจะได้ทราบ ระดับความรู้ของตนเอง

4. โครงการ สารคดีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : เป็นโครงการสร้างสารคดีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ของมหาวิทยาลัย สู่ชุมชนทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

5. โครงการ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็ก : เป็น โครงการสร้างฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสำหรับ เด็กหรือเยาวชนไทย ซึ่งความรู้ที่นำเสนอจะเป็นรูปแบบข้อความ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อสร้างมโนภาพหรือความเข้าใจในเนื้อหา ความรู้นั้นๆ ได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยความจำ

6. โครงการออกแบบและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการ ด้านการเรียนการสอน (Learning Management System; LMS): เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการกระบวนการด้านการ เรียนการสอนทั้งหมดของนักศึกษา นับตั้งแต่ ควบคุมการลงทะเบียน ติดตามความก้าวหน้า ประเมินผล เก็บผลคะแนน และรายงานผล รวมทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลทางสถิติสำหรับผู้สอนเพื่อใช้ในการ ประเมิน ความสามารถของผู้เรียนได้ด้วย นอกจากนี้ระบบ LMS ยังสามารถใช้เป็นระบบสื่อสาร เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนในแต่ละรายวิชาได้อีกด้วย

7. โครงการ Knowledge Portal สำหรับนักศึกษา : เป็น ระบบที่ สามารถอำนวยความสะดวกในการค้นห้าข้อมูลเฉพาะเรื่องหรือความรู้ ในหัวข้อต่างๆ ทั้งสำหรับนักศึกษา วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือ การมีทางออก (Portal) หลักของนักศึกษาในการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ในวิชาเรียนเทอมนั้นๆ หรือองค์ความรู้ ข่างสารอื่นๆ ที่นักศึกษาสนใจ ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศส่วนตัวที่ เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยทั้งหมด การเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา ข้อมูลให้สามารถทำได้โดยสะดวก รวดเร็ว และเป็นระบบ

8. โครงการ e-Magazine: เป็นผลิต Magazine ดิจิตอลเพื่อเป็นการ เผยแพร่ข่าวสารความก้าวหน้า และบทความวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สู่ชุมชน

9. โครงการวิจัยด้าน e-Learning: เป็น โครงการเพื่อศึกษาและวิจัย รูปแบบหรือวิธีการที่เหมาะสมของ e-learning สำหรับการเรียนการสอน ของด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทย

ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกโครงการ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการสร้างโครงสร้าง พื้นฐานด้านเนื้อหาดิจิตอล ทุกโครงการมีกำหนดเวลา 1 ปีงบประมาณ หลายโครงการได้เริ่มดำเนินการแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม ความก้าวหน้าของแต่ละโครงการ สามารถติดตามได้ที่ Web site “eu.lib.kmutt.ac.th”

การ ดำเนินงานในระยะต่อไปของ “e-KMUTT” จะเป็นการดำเนินการ เพิ่มเนื้อหาดิจิตอล ตามโครงการต่างๆ ในปีแรก การสร้างการเข้าถึง แหล่งข้อมูล สารสนเทศ และองค์ความรู้ของบุคลากรทุกระดับในมจธ. การปรับวัฒนธรรมในการเรียนการสอนให้สามารถ นำเนื้อหาดิจิตอล หรือเทคโนโลยี มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่สิ่งสำคัญที่เราต้อง ตระหนักก็คือ เทคโนโลยีเป็นแค่ส่วนหนึ่งของคำตอบในการปฏิรูป การศึกษาของประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะไม่ ก่อประโยชน์หรือ สร้างความแตกต่างให้แก่การศึกษา ถ้าปราศจาก นักศึกษาที่มีความอยากรู้ อยากเรียน ตระหนักในความสำคัญของ การศึกษาหาความรู้ และ อาจารย์ที่เข้าใจและตั้งใจจริงในการประยุกต์ ใช้ ICT ความร่วมมือ และความตระหนักถึงความสำคัญในการทำให้ นักศึกษา มีทักษะในการรู้วิธีการเรียนรู้ มากกว่าการท่องจำ

 

วัตถุประสงค์ 

 1. การบริหารทรัพยากร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์ช่วยงาน

    1.1 สำรวจ วิเคราะห์ ปริมาณความต้องการ เพื่อให้การบริหารอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมงานทุกด้าน และทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัย

    1.2 วางแผนบริหารและจัดการทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศในภาพรวมของมหาวิทยาลัย เพื่อความประหยัดและมีประสิทธิภาพ

    1.3 พัฒนา ดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศอย่างเป็นระบบให้สมบูรณ์แบบ เพื่อรองรับวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ไม่ล้าสมัย และทันต่อความก้าวหน้าของระบบสารสนเทศในอนาคต

    1.4 พัฒนาและสนับสนุนการใช้งานเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Nontri Net) เครือข่ายของทบวงมหาวิทยาลัย (Uninet) และเครือข่ายสากล (Internet) ให้เกิดประสิทธิภาพในกิจกรรมทุกด้านของมหาวิทยาลัย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของคนให้เหมาะสม

    1.5 จัดตั้ง "กองทุนส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ"

2. การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ ประหยัด รวดเร็ว

    2.1 พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ทั่วถึง

           2.1.1 วางแผนดำเนินการพัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศไปยังวิทยาเขตต่าง ๆ และให้สามารถรองรับระบบมัลติมีเดียได้สมบูรณ์แบบ

           2.1.2 ปรับปรุงคุณภาพและขยายบริการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้พอเพียงและทั่วถึง

           2.1.3 บริหารและจัดการเครือข่ายของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

           2.1.4 เชื่อมโยงระบบเครือข่ายอเนกประสงค์ ทั้งทางด้าน Video Conference, PABX, สถานีวิทยุบนเครือข่าย การกระจายภาพวิดีโอ

    2.2 ส่งเสริมการใช้งานข่าวสารข้อมูลบนเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดย

           2.2.1 พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจและการบริหารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

           2.2.2 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลการเงินการคลัง ระบบฐานข้อมูลเงินงบประมาณ ระบบฐานข้อมูลบุคลากร ระบบฐานข้อมูลทะเบียนนิสิต และระบบฐานข้อมูลอื่น ๆ ที่ถูกต้อง ทันสมัย

           2.2.3 ติดตั้งสถานีบริการเว็บ (Web) เพื่อใช้เผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

    2.3 พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

3. การปรับปรุงคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

    3.1 พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยแบบกระจาย เพื่อเน้นคุณภาพในการศึกษา

           3.1.1 สร้างระบบการเรียนการสอนทั้งแบบอะซิงโครนัส (Asynchronous) และแบบซิงโครนัส (Synchronous) ที่เรียนได้ทุกแห่งทุกเวลา และสร้างรูปแบบการเรียนแบบห้องเรียนเสมือนจริง สามารถเรียนรู้ได้ตรงตามความต้องการ

           3.1.2 จัดทำและเชื่อมโยงการให้บริการระบบห้องสมุดเสมือนจริง Vitual Library, Ditital Library เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้แบบแสวงหา

           3.1.3 สนับสนุนรูปแบบการเรียนการสอนสมัยใหม่ เพื่อการเรียนรู้ที่รวดเร็วและประหยัด

    3.2 พัฒนาและสร้างทักษะในการผลิตสื่อการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

           3.2.1 จัดอบรมความรู้ในการสร้างสื่อการสอนสมัยใหม่ให้แก่คณาจารย์

           3.2.2 จัดหาและเตรียมความพร้อมของระบบสื่อการสอนที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

    3.3 ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมและกว้างไกล เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

           3.3.1 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา

           3.3.2 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของกลุ่มนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

           3.3.3 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้สามารถเข้าถึงความรู้เรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องการเกษตร

4. การเพิ่มศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาการวิจัยเพื่อความเข้มแข็งทางวิชาการ

    4.1 สร้างทักษะและส่งเสริมให้มีการใช้ข้อมูลทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ทางการวิจัย

           4.1.1 พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการวิจัย

           4.1.2 จัดอบรมเสริมทักษะในการใช้เครือข่ายนนทรีเพื่อประโยชน์ในการทำวิจัยแก่นักวิจัย

           4.1.3 เสริมสร้างการใช้เครือข่ายนนทรีเป็นเส้นทางสำหรับการค้นหาข้อมูลข่าวสารงานวิจัย

    4.2 ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่องค์กร

5. การส่งเสริมและพัฒนาวิชาการด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แก่สังคมและชุมชน

    5.1 ชี้นำและให้ความรู้เทคโนโลยีใหม่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

           5.1.1 จัดอบรม สัมมนา นิทรรศการ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ผู้สนใจทั่วไป

           5.1.2 ส่งเสริมให้มีการใช้ข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัยในสังคม

           5.1.3 จัดทำเอกสาร ข่าวสาร ให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

           5.1.4 สนับสนุนนำเสนอผลงานทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

    5.2 ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ

           5.2.1 สนับสนุนการจัดทำโครงการพัฒนาวิชาการ

           5.2.2 สนับสนุนงานบริการให้คำแนะนำ และช่วยดำเนินการให้กับหน่วยงานภายนอก

           5.2.3 ให้บริการวิชาการ โดยเน้นวิทยากรบรรยายให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ

     5.3 เพิ่มขีดความสามารถและขยายโอกาสในการให้บริการวิชาการให้กว้างขวาง

ความหมาย

e-University หมายถึง มหาวิทยาลัยที่ใช้ไอทีเข้าช่วยการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ แบบออนไลน์ ใช้ข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก และกระจายการใช้งานอย่างทั่วถึง การก้าวเข้าสู่การเป็น e-University ประกอบด้วย

การ ใช้ไอทีเพื่อการเรียนการสอน ไอที ซึ่งหมายถึงคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายสื่อสารเข้ามาช่วยการดำเนินการ เรื่องการเรียนการสอนอย่างมาก เข้ามามีส่วนเสริมทั้งการเรียนแบบปกติ (Synchronouse System) และระบบการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้ด้วยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Asynchronous System) ในระบบการเรียนการสอนแบบซิงโครนัส เน้นการจัดตารางสอน การเรียนรู้ในห้องเรียน อาจารย์และนิสิตพบกันที่สถานที่หนึ่งตามกำหนดในตารางสอน

ไอทีเข้ามาเสริมโดยที่สภาพห้องเรียนทุกห้องมีระบบเชื่อมโยงกับเครือข่าย และต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ภายในห้องมีระบบการเรียกเข้าหาขุมความรู้ โดยสามารถฉายผ่านจอภาพให้นิสิตดูได้ การใช้บทเรียนมีวิธีการเรียนรู้แบบต่าง ๆ มาก ตั้งแต่การเรียนแบบ Web base learning การเรียกใช้ Teaching Material การนำเสนอด้วยภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว การสร้างแบบจำลองต่าง ๆ สำหรับการเรียนรู้แบบ อะซิงโครนัส นั้น เน้นผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เรียนที่ใดก็ได้ขอให้เข้าถึงเครือข่ายได้ ผู้เรียนเรียกเข้าได้จากทุกหนทุกแห่ง แม้อยู่ที่บ้าน และเรียกเวลาใดก็ได้ มีระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย มีโฮมเพจประจำวิชา ผู้เรียนสามารถทำแบบฝึกหัด ทำรายงานผ่านโฮมเพจของตน ใช้ระบบ chat พูดคุยในวิชาการตามห้องคุยที่กำหนด มี Web board ให้โต้ตอบในวิชาการที่เรียน ใช้ระบบอีเมล์ในการส่งคำถามคำตอบหรือสื่อสารต่าง ๆ

 

ข้อดี

ความเป็น eStudent มีข้อลักษณะที่สำคัญคือ
1.นิสิตสามารถใช้เครื่องมือทางไอซีทีเพื่อช่วยในกระบวนการเรียนรู้และการเข้าถึงแหล่งความรู้ สามารถค้นหาแหล่งความรู้ที่ต้องการได้
2. นิสิตสามารถใช้อินเทอร์เนตเพื่อประโยชน์ในการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน เช่น การใช้ อีเมล์ การรับส่งข้อความระหว่างกัน การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลหรือส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดจนการสร้างโฮมเพจง่ายๆเพื่อประโยชน์สำหรับการนำเสนอข้อมูล
3. นิสิตสามารถใช้เครื่องมือทางไอซีทีช่วยในกระบวนการทำงานได้ เช่นใช้สร้างหรือพิมพ์เอกสาร ใช้ในการนำเสนอข้อมูลแบบพื้นฐาน ใช้ในการคิดคำนวณในฐานะเป็นเครื่องมือช่วยทำงานได้
4. นิสิตมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร และเข้าใจปัญหาสังคมที่อาจเกิดจากผลกระทบจากเทคโนโลยี
5. นิสิตมีเจตคติที่ดีต่อเทคโนโลยีและมีความสนใจตลอดจนการใฝ่ที่จะเรียนรู้ และพร้อมที่จะเข้าไปทำงานใช้ชีวิตร่วมในสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างมีความ สุข
จากข้อกำหนดดังกล่าวจึงมีแนวทางที่จะพัฒนานิสิตของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ให้เป็น eStudent โดยทางมหาวิทยาลัยจะออกประกาศนียบัตรรับรองการเป็น eStudent สำหรับนิสิตที่มีคุณสมบัติดังกล่าว เพื่อให้นิสิตสามารถนำประกาศนียบัตรรับรองไปใช้ในการสมัครงานหรือแสดงตนที พร้อมจะเข้าทำงานใน eCompany หรือ eOrganization ต่างๆ

   เพื่อให้นิสิตได้เป็น eStudent มหาวิทยาลัยมีแผนการดำเนินการดังนี้
1.จะจัดให้มีการสอบเทียบความรู้การเป็น eStudent และเมื่อนิสิตสอบผ่านก็จะได้รับใบประกาศนียบัตรการเป็น eStudent ของมหาวิทยาลัย
2.จะจัดให้มีการฝึกอบรมและการเรียนรู้ทางไอซีทีของนิสิต เพื่อให้นิสิตมีพื้นความรู้และใช้ประโยชน์จากไอซีที
3.มหาวิทยาลัย กำลังดำเนินการปรับปรุงศูนย์กิจกรรมนิสิตให้เป็นศูนย์กิจกรรมการเรียนรู้และ การใช้งานทางด้านไอซีที โดยเน้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนิสิตด้วยกัน ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน พี่สอนน้อง และเรียนรู้ร่วมกันสู่การเป็น eStudent
4.ส่งเสริมและสร้างเสริมบรรยากาศการใช้ไอซีทีในมหาวิทยาลัย เช่นการสร้างจุดเข้าถึงเครือข่ายแบบไร้สาย การใช้งานในที่ต่างๆอย่างทั่วถึง
5.กระตุ้นการเรียนการสอนใน มหาวิทยาลัยให้ใช้ไอซีทีเป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ เช่นระบบ eCourseware eTeacher eLibrary เป็นต้น