สำนักข่าวนิวยอร์คไทมส์ ('nytimes') ตีพิมพ์เรื่อง 'Persueing An Asean Health Network' = "ไล่ตาม (ตามไปดู) เครือข่ายสุขภาพเอเชีย" [ nytimes ]
 

----//----

----//----

 

วิดีโอตัวอย่าง เมดิคัลทัวร์ของอินเดีย ซึ่งนอกจากจะเชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลแล้ว ยังทำการโปรโมตตัวเองด้วยการนำข่าวของบริษัทขึ้น 'YouTube' เต็มไปหมด (ถ้าต้องการชมภาพใหญ่ ให้คลิกที่ภาพ จะชมภาพใหญ่ได้ที่ยูทูบ)

...

ข้อมูลจากศูนย์บริการสุขภาพฟอร์ติส รายงานว่า ในช่วงปี 2009-2014 หรือ พ.ศ. 2552-2557, ค่าใช้จ่ายสุขภาพในเอเชียจะเพิ่มขึ้นดังต่อไปนี้

(ตัวเลขแถวแรกเป็นร้อยละ, แถวหลังในวงเล็บเป็นจำนวนเงิน หน่วยพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ / $billion - สาเหตุที่ญี่ปุ่นใช้เงินเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่ค่อนข้างรวย และมีคนสูงอายุในสัดส่วนสุงมาก)

...

(1). จีน 16.7% > 268.8 (หน่วยพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

(2). อินเดีย 16.3% > 72.6

(3). อินโดนีเซีย 15.5% > 16

(4). ฟิลิปปินส์ 14.7% > 6.2

(5). เกาหลีใต้ 12% > 37.3

(6). มาเลเซีย 10.3% > 5.2

(7). สิงคโปร์ 10.3% > 4.6

(8). เวียดนาม 9.6% > 1.9

(9). ไต้หวัน 9.3% > 14

(10). ไทย 8.4% > 4.3

(11). ญี่ปุ่น 5.1% > 100

...

อาจารย์มาลวิ นเดอร์ ซิงห์ (Malvinde Singh) อดีตเจ้าของบริษัทยายักษ์ใหญ่ 'Ranbaxy Laboratories' ในอินเดีย เพิ่งย้ายบ้านจากนิวเดลีไปสิงคโปร์ 

ท่านเพิ่งขายบริษัทยาฯ ของครอบครัวให้บริษัทยาจากญี่ปุ่นในปี 2552, ตอนนี้กำลังจะขยายธุรกิจบริการสุขภาพไปทั่วเอเชีย

...

เร็วๆ นี้ท่าน เพิ่งพลาดการต่อรองเพื่อซื้อกลุ่ม 'Parkway Holdings' ซึ่งบริหารกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในภูมิภาคซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในสิงคโปร์ไป โดยกลุ่ม 'Sovereign Wealth Fund' ของมาเลเซียซื้อไป

อ.ซิงห์ซึ่งจบ MBA จากมหาวิทยาลัยดุค, นอร์ต ดาโกตา, สหรัฐฯ ลงทุนซื้อธุรกิจด้านการรักษาพยาบาลเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ฯ ใน 2 ปีที่ผ่านมา

...

แนวคิดของท่าน คือ อินเดียซึ่งมีประชากรกว่า 1,100 ล้านคน เกือบทั้งหมดไม่มีหลักประกันสุขภาพ ทำให้อินเดียมีขนาดของตลาดที่ใหญ่มาก แถมยังมีค่าแรงถูก เหมาะกับการทำเมดิคัลทัวร์ รับคนไข้ต่างชาติเข้าไปรักษาพยาบาล

ถ้ารวมคนจีน 1,300 ล้านคน, อินโดนีเซีย 227 ล้านคนแล้ว... ยิ่งมีขนาดของลูกค้าใหญ่ขึ้นไปอีก

...

อ.ซิงห์และน้องชาย (ศรีวินเดอร์ - Shivinder) ขายกิจการบริษัทแรนแบกซี (Ranbaxy - น่าจะมีชื่อมาจากผู้ก่อตั้ง คือ Ranbir & Gurbax Singh), บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2480 โดยเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทยายาในญี่ปุ่น (Shionogi)

ต่อมา ดร.พาร์วินเดอร์ ซึ่งจบการศึกษาจากสหรัฐฯ เข้าไปทำงาน และเปลี่ยนแนวของบริษัทไปสู่การผลิตยา

...

การแข่งขันกันขายยาราคาถูกรุนแรงขึ้นเรื่้อยๆ ทำให้กำไรของแรนแบกซีลดลงไป 2/3 ในปี 2548, แถมยังทำให้ราคาหุ้นตกไปเกือบครึ่ง

ตระกูลซิงห์จึงตัดสินใจขายกิจการให้บริษัทยายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นคือ ไดอิชิ ซังเกียว เป็นเงิน $2.3billion = 73,600 ล้านบาท โดย อ.ซิงห์ยังคงได้บริหาร

...

อ.ซิงห์เลิก บริหารบริษัทยาหลังจากที่ FDA (อย.สหรัฐฯ) แบนยาไปหลายสิบรายการ และหันไปทำกิจการกลุ่มสุขภาพ 'Fortis Healthcare' ซึ่งตั้งชื่อตามภาษากรีก (Fortis = force = ความแข็งแรง)

บริษัทฟอร์ติสเริ่มจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียว และขยายกิจการไปเป็นเครือข่ายโรงพยาบาล-คลินิกรวม 48 แห่ง

...

ปี 2552 ตลาดสุขภาพของอินเดียมีขนาดประมาณ $38billion = 121,600 ล้านบาท ซึ่งดูได้จากยอดคนไข้เบาหวานที่มีมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน

คนอินเดียใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเฉลี่ย $55/คน/ปี = 1,760 บาท/คน/ปี

...

อ.ซิงห์กล่าว ว่า โรงพยาบาลในอินเดีย 70% เป็นของรัฐ, 30% เป็นของเอกชน แถม รพ.เอกชนเกือบทั้งหมดมีขนาดเล็กกว่า 30 เตียง (รพ.อำเภอในไทยขนาดเล็ก คือ 30 เตียง)

รพ.ในเครือของ Fortis จะเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดจำนวนวันนอนให้น้อยลง เพื่อให้รักษาคนไข้ใหม่ได้มากที่สุดเสมอ

...

นอกจากนั้นยัง ลงทุนสร้าง รพ.ใหม่อีก 10 แห่งในช่วงปี 2548-2552 และในเดือนมีนาคม 2553 ก็ขยายปีกออกนอกประเทศ โดยเข้าไปซื้อหุ้นกลุ่มกิจการ 'Parkway' ซึ่งมี รพ.ในมาเลเซีย จีน และอินเดีย 24%

ลูกค้าของกลุ่ม 'Parkway' (มีศูนย์กลางอยู่ที่สิงคโปร์) มีคนไข้เมดิคัลทัวร์จากต่างชาติมาถึง 1/3, ส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย

...

และเมื่อมีโอกาสทำกำไร... อ.ซิงห์ก็ขายหุ้นพาร์คเวย์ทิ้งไป ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า อ.ซิงห์น่าจะกลับไปลงทุนใหม่ในฐานที่ตั้งเดิม คือ อินเดีย

เมืองไทยคงจะต้องผลิตบุคลาการหลายๆ ด้านให้มากขึ้น เพื่อรองรับการแข่งขันนี้ให้ได้ โดยเฉพาะหมอฟัน พยาบาล หมอฝังเข็ม เนื่องจากต่อไปคนสูงอายุจะมากขึ้น และโรคเรื้อรัง เช่น ความดันเลือดสูง เบาหวาน ฯลฯ เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องใช้การดูแลรักษาเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย 

...

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 > [ Twitter ]

ที่ มา                                                         

  • Thank [ nytimes ]
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 29 สิงหาคม 2553.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.