New York City
พาแม่ไปเที่ยว
                                                -กุมารียาร์-
                เฮ้อ..ถึงสักที หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งบนเครื่องบินเกือบ 22 ชั่วโมง การเดินทางสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนี้เราใช้บริการของสายการบินเดลต้า เที่ยวบินที่ DL295 จากสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบินเจ เอฟ เค (John. F. Kennedy International Airport) สนามบินแห่งนี้เป็นหนึ่งในสนามบินหลักแห่งชาติอเมริกาที่ไม่เฉพาะแต่รับ-ส่ง ผู้โดยสารทั้งในประเทศ และต่างประเทศแล้ว ยังเป็นท่าหลักในการขนส่งสินของที่สำคัญของโลกอีกด้วย
                กว่า 40 แล้วค่ะที่คุณแม่ของดิฉันไม่ได้กลับมาเยี่ยมครอบครัวชาวอเมริกันซึ่งครั้งหนึ่งคุณแม่เคยเข้าร่วมในโครงการนักเรียนของมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ หรือทุนเอ เอฟ เอส (American Field Services) นั่นเองค่ะ การเดินทางของครอบครัวเราครั้งนี้ก็เลยเป็นการไปตามเส้นทางที่ไกด์มือสมัครเล่นของเราได้แนะนำ ก็คือลูกสาวคนเล็กหัวแก้วหัวแหวนของคุณแม่นั่นเอง  ซึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ในนิวยอร์ค ซิตี้ รวมระยะเวลาก็เข้าปีที่ 6 แล้ว ไม่ได้เจอกันซะนาน น้องสาวคนเก่งของดิฉันมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอเมิกันเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นท์ คล่องแคล่ว ว่องไว อีกทั้งสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษของเจ้าหล่อนก็เป็นแบบคนนิวยอร์คแท้ๆ ซึ่งต้องตั้งใจฟังกันดีดีค่ะ เพราะความเร็วสูงมาก
                วันแรกที่ไปถึงนิวยอร์ค ซิตี้ เป็นเวลาประมาณบ่ายสามโมง เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสนามบินแล้วมาต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน (Subway) เพื่อเข้าพักโรงแรมที่น้องสาวได้จองไว้แล้วคือโรงแรม เชอราตัน นิวยอร์ค  (Sheraton New York Hotel) ในคืนแรกไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนได้ อาหารมื้อเย็นก็ง่ายๆคืออาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ถัดจากโรงแรมที่พักเพียงสองช่วงตึก นั่นคือร้านภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นซับโปโร (Sapporo Japanese Restaurant) การรับประทานอาหารตามร้านรวงทุกที่ในอเมริกา ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินพิเศษเพิ่มให้เป็นค่าทิปแก่บริกรอีก 15 เปอร์เซ็นท์จากราคาอาหารทั้งหมด เพราะการทำงานในร้านอาหารที่นี่ เด็กเสริ์ฟจะไม่มีเงินเดือนค่ะ ก็ต้องอาศัยความเมตตาจากลูกค้าในการจ่ายค่าบริการเพิ่มนั่นเอง จากนั้น พอท้องอิ่มก็ออกมาเดินย่อยอาหารและรับลมที่ใจกลางมหานครนิวยอร์คกันสักหน่อย นั่นคือ “ไทม์แสควร์” (Time Square) ซึ่งเป็นจุดตัดสำคัญของถนนในแมนฮัตตันและยังเป็นจุดตัดกับถนนบรอดเวย์ (Broadway Avenue) และถนนเซเวนท์ เอเวนิว (Seventh Avenue) จุดเด่นของบริเวณนี้ก็คงจะเป็นที่แสง สี และความหลากหลายของนักท่องเที่ยวที่มาจากหลายวัฒนธรรม บนท้องถนนจะมีการใช้ภาษาอังกฤษในหลากหลายสำเนียง โดยเฉพาะสำเนียงแบบฝรั่งเศส ทุกหัวมุมถนนจะคลาคล่ำไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำของโลก ร้านชอกโกแลต เอ็ม แอนด์ เอ็ม ซึ่งสามารถดึงดูดเด็กๆและผู้สูงวัยเข้าไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ที่ขาดไม่ได้คือในเรื่องของความปลอดภัย ทุกสี่แยกไฟแดงจะมีการเทพื้นลาดลงต่ำกว่าพื้นบาทวิถี เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และ ผู้พิการ ที่ต้องใช้รถเข็ญเวลาเดินดูแสงไฟในมหานครแห่งนี้ กฎหมายของที่นี่ระบุไว้ว่า เด็กที่มีอายุไม่ถึง 4 ขวบ ผู้ปกครองจะต้องให้เด็กๆนั่งบนรถเข็ญเด็ก ห้ามให้เดินเพ่นพ่าน ที่สำคัญคือ ห้ามตีเด็กในที่สาธารณะนะค่ะ เพราะอาจจะมีพลเมืองดีโทรแจ้ง 911 ให้มาดำเนินคดีกับคุณก็ได้ อีกทั้งยังมีสถานีตำรวจนิวยอร์คสากลประจำอยู่ที่นี่ด้วย (New York Police Department: NYPD) การเดินทางในมหานครนิวยอร์คยังไม่จบค่ะ ติดตามต่อฉบับหน้า ห้ามพลาด นะค่ะ