เมื่อกี้ได้เปิดดูเมลล์ที่เขาส่งมาเรื่อง .. ถ้วยใบเก่า...ของแม่...~~ หัวข้อเรื่องน่าสนใจมากๆ ลองอ่านดูน่ะ ซึ้งมากๆเลยค่ะ คิดถึงเเม่มากเลย ยิ่งตอนนี้อยู่ห่างไกลเเม่ด้วยเเละดิฉันก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือนเเล้ว คิดถึงเเม่มากเลย
ลองอ่านดูน่ะค่ะ
ครั้งหนึ่ง ..... มีบ้านหลังหนึ่งมีสามี ภรรยา ลูกชาย และอาม่าแก่ๆคนหนึ่ง
อาม่าแก่มากและไม่แข็งแรง มีอาการมือสั่นตลอดเวลา
ทำให้ถือของลำบาก โดยเฉพาะเวลาทานข้าวร่วมกับครอบครัว
อาม่าจะถือชามข้าวได้ลำบากและทำข้าวหกลงบนโต๊ะตลอดเวลา
ลูกสะใภ้อาม่าก็รู้สึกหงุดหงิดและรำคาญกับเรื่องนี้มาก จึงปรึกษากับสามีว่า
นางทนไม่ได้ที่เห็นอาม่าทานข้าวหกเลอะเทอะเกลื่อนโต๊ะ มันทำให้นาง
กินข้าวไม่ลง สามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถ
หาวิธีทำให้มืออาม่าหายสั่นได้
จากนั้น ไม่กี่วัน
ลูกสะใภ้ก็พูดกับสามีเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกว่า
จะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ นางทนไม่ได้แล้ว
หลังจากโต้เถียงกันไปสักพัก
สามีก็ยอมแก้ไขตามคำแนะนำของภรรยา นั่นคือ
เมื่อถึงเวลาทานข้าว เขาก็จัดโต๊ะให้แม่นั่งแยกต่างหาก
ตามลำพังคนเดียว โดยใช้ถ้วยข้าวราคาถูก ๆ บิ่น ๆ
เพราะอาม่าชอบทำถ้วยแตกบ่อย ๆ
เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาม่าเศร้าใจมาก
เพราะอาม่าก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขอะไรได้
นางนึกถึงอดีตที่นางเคยเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักเสมอมา
นางไม่เคยปริปากบ่น หรือย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก
เวลาที่ลูกชายเจ็บไข้ นางก็ดูแลเขาเป็นอย่างดี
เวลาที่เขามีปัญหา นางก็ช่วยแก้ไขทุกครั้ง
สภาพร่างกายของนางที่ทรุดโทรมเป็นที่รำคาญของลูกสะใภ้ในวันนี้
ก็คือผลจากการอดทน ตรากตรำทำงานหนักมาเป็นเวลายาวนานในวันก่อน ๆ
เพื่อให้ลูกชาย..หรือสามีของลูกสะใภ้ในวันนี้ได้เล่าเรียน..
มีความรู้..มีอาชีพการงานที่ทำให้ลูกเมียอยู่สุขสบาย
แต่ตอนนี้อาม่าเสียใจมาก..รู้สึกว่า..ตัวเองไร้ค่า..ถูกทอดทิ้ง
หลายวันผ่านไป..
อาม่ายังคงเศร้าสร้อย รอยยิ้มเริ่มจางหายจากใบหน้า
หลานชายตัวน้อยของอาม่าซึ่งเฝ้าจับตาทุกอย่างมาโดยตลอด
ก็เข้าไปปลอบใจและบอกคุณย่าว่า เขารู้ว่า..
คุณย่าเสียใจมากแค่ไหน ที่ถูกพ่อแม่ของเขาปฏิบัติต่อท่านเช่นนี้
และเขาก็บอกท่านว่า เขามีวิธีที่จะให้อาม่าได้กลับ
ไปทานข้าวร่วมกับทุกคนได้เหมือนเดิม
ความหวังเริ่มเบ่งบานขึ้นในหัวใจของหญิงชรา
นางถามหลานชายว่าจะทำอย่างไร
เด็กน้อยได้แต่ตอบเพียงว่า " เย็นนี้ขอให้คุณย่าแกล้งทำชามข้าว
ของคุณย่าตกให้มันแตก..เหมือนกับไม่ได้ตั้งใจนะครับ"
อาม่าได้ฟังก็แสนจะแปลกใจ
แต่หลานชายตัวน้อยก็คงยืนกรานให้คุณย่าทำตามที่เขาบอก
และบอกว่าที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าทีของเขาเอง
และแล้ว..เมื่อได้เวลาอาหารเย็น
หญิงชราก็ตัดสินใจลองทำตามที่หลานพูด เพื่อจะดูว่า
หลานชายมีแผนการอะไร นางจึงยกถ้วยข้าวใบเก่าที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นขึ้น
แล้วแกล้งปล่อยลงบนพื้น เหมือนกับทำหลุดมือ
ถ้วยข้าวเก่าใบนั้นหล่นแตกกระจายไม่มีชิ้นดี!!!!!
ลูกสะใภ้เห็นดังนั้น ก็ลุกขึ้น เตรียมจะด่าว่าอาม่าทันที
แต่แล้ว..ลูกชายตัวน้อยของเธอ กลับรีบชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า
" ว้า..คุณย่าทำไมทำชามแตกซะเละหมดล่ะครับ
นี่ผมอุตส่าห์ตั้งใจไว้ว่า..จะเก็บชามใบนี้ไว้ให้คุณแม่ผมใช้ต่อ
แล้วเนี่ยผมจะเอาชามเก่าที่ไหนมาให้คุณแม่ผมใช้
ตอนแกแก่เท่าคุณย่าล่ะครับ ??"
ลูกสะใภ้เมื่อได้ยินลูกชายพูดเช่นนี้ก็ถึงกับอึ้งงงงง....หน้าซีด ด่าไม่ออกอีกต่อไป
นางรู้สึกได้ทันทีว่า...ทุกสิ่งที่นางทำลงไปในวันนี้ย่อมจะเป็นตัวอย่าง
ให้ลูกชายของนางปฏิบัติต่อนางในวันหน้าเมื่อนางแก่ตัวลงเช่นกัน
นางรู้สึกอับอายและสำนึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง
ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนในบ้านก็นั่งทานข้าวร่วมกันตลอดมา.
~~~~~~~~~******~~~~~~~
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก FW น่ะค่ะที่ส่งเรื่องราวให้เราได้อ่านกันค่ะ
สวัสดีค่ะ
พี่เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ที่นี่ค่ะ และพอดีได้เห็นบล็อกที่น้องเขียนเลยอยากจะแนะนำให้น้องลองสมัครใช้งานที่เว็บไซต์http://Learners.in.th แทนการใช้งานที่เว็บไซต์ GotoKnow.org แห่งนี้ค่ะ
เนื่องจากเว็บไซต์ GotoKnow.org เปิดให้บริการแก่กลุ่มคนทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ค่ะ พี่เลยอยากให้น้องใช้งานที่http://Learners.in.th แทนค่ะ เพราะที่ http://Learners.in.th มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาใช้งานอยู่ ซึ่งจะเหมาะกับน้องๆ มากกว่าใช้งานที่ GotoKnow.org
พี่รบกวนน้องแจ้งเพื่อนๆ และแจ้งอาจารย์ให้ทราบด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ