อย่ามีDictionaryไว้หนุนหัวนอน!

 

 

 

     ถ้าหากคุณเป็นพวกพูดอังกฤษจ๋า หรือว่าเรียนสายวิชาภาษาอังกฤษไว้หากินในภายภาคหน้าล่ะก็.. ผมเชื่อว่าคุณก็คงจะมีDictionaryกันใช่มั้ยล่ะ? แต่ถ้าคุณคิดว่าประโยชน์ของDictionary นั้นมีแค่ไว้เปิดหาคำศัท์กับทำให้หนักกระเป๋าแล้วล่ะก็ ขอให้คิดใหม่ซะเดี๋ยวนี้

     ก่อนจะเข้าเรื่องขอบรรยายสรรพคุณของมันสักหน่อย อันที่จริงแล้วDictionaryเป็นเล่มๆหนาๆแบบนี้นั้นเจ๋งสุดๆ ยิ่งกว่าTalking Dictionaryที่มีราคาเฉียดหมื่นซะอีก ผมขอบอกเลยว่าTalking Dictionaryนั้น นอกจะแพงแล้ว ยังมีคุณค่าไม่สมราคาอีกต่างหาก ผมล่ะเกลียดจริงๆอิพวกที่ชอบขอตังพ่อแม่ซื้อเนี่ย เพราะอันที่จริงแล้วมันไม่ได้ใช้อะไรเลยนอกจากกดหาคำศัพท์เวลาอาจารย์ถามแล้วมันตอบไม่ได้แค่นั้นเอง วิธีออกเสียงอาจารย์ก็ทำหน้าที่ให้เสร็จสรรพ กระนั้นสาวกทอล์คกิ้ง-ดิคต์ก็ยังบอกว่าดี คุยว่าเดี๋ยวนี้Talking Dictionaryมันมีเกมส์ให้เล่น มีเพลงให้ฟังด้วยนะจะบอกให้! ถุยชีวิต.. ตูก็เห็นเอ็งขอตังค์แม่ซื้อโน๊ตบุ๊คอยู่ดี ถ้าเอ็งอยากจะใช้ฟังค์ชั่นอื่นๆจำพวกนี้เอ็งก็ซื้อแค่โน๊ตบุ๊คก็พอ แล้วก็ใช้พวกโปรแกรมDictionaryสำหรับคอมพิวเตอร์เอาก็ได้ ฟังตัวอย่างการออกเสียงได้เหมือนกัน ถ้ามันจนปัญญาจะหาจิงๆก็Googleแปลภาษาเข้า เอ้อ! จะไปซื้อทำไมทอล์คกิ้งดิคต์

    สรุปว่าDictionaryเป็นเล่มๆแบบดั้งเดิมของเรานี่แหละครับ ดีที่สุด คลาสสิคสุดๆ สอนให้เรามีความพยายามที่จะเรียนรู้(จากการเปิดหาศัพท์) ทว่า Dictionary นั้นมีอะไรดีกว่าการมีไว้เปิดหาคำศัพท์ยามที่ต้องการ แล้วเราจะใช้มันยังไงล่ะถึงจะคุ้มค่า ไปดูกัน

    คุณสามารถอ่านDictionaryได้

    อย่างที่บอก คุณสามารถอ่านDictionaryได้ เพราะแต่ละคำในDictionary นอกจากจะระบุความหมายของคำนั้นๆแล้ว ยังระบุรูปแบบและหน้าที่ของคำ รวมถึงวิธีและตัวอย่างการนำไปใช้อีกด้วย

    วิธีการอ่าน ให้คุณเริ่มอ่านตั้งแต่คำแรกของอักษรA จนถึงตัวสุดท้ายของอักษรZ กำหนดไว้เลยว่าในแต่ละวันคุณจะอ่านสักกี่หน้า อาจจะเริ่มจากวันละหน้าก่อน จากนั้นก็เพิ่มขึ้นๆไปตามลำดับและตามความขยัน

    *Hint : ไม่จำเป็นต้องอ่านแบบท่องจำ ขอให้เคยอ่านผ่านๆตาไว้ก็พอ แล้วเมื่อถึงเวลาที่คุณพบเจอคำใดคำหนึ่งที่คุณเคยอ่าน อาจจะในข้อสอบหรือแบบฝึกหัด คุณจะ"ระลึก"ได้

 

    คุณสามารถใช้Dictionaryเป็นคีย์สำหรับเกมส์ใบ้คำศัพท์ได้

    ในกรณีนี้คือEnglish-English Dictionary(ดิคฯอังกฤษ-อังกฤษ) พูดตามภาษาบ้านเราก็คือมันแปลภาษาอังกฤษ เป็นอังกฤษอีกที ก็คือการขยายความให้ชัดเจน ให้นึกภาพออกนั่นแหละ ฉะนั้นเราจึงสามารถใช้ประโยชน์จากคำแปลเหล่านี้ให้กลายเป็นเกมส์ใบคำศัพท์ได้ วิธีก็ง่ายนิดเดียว คือหาคำศัพท์ที่อยากจะทายเพื่อนๆของคุณ แล้วให้อ่านที่คำแปลที่ระบุไว้แล้วให้เพื่อนของคุณทายว่าคำศัพท์ที่ว่านั้นคือคำว่าอะไร?(ถ้าอยากจะให้เก๋ไก๋ก็ให้กลายเป็นเกมส์Guess who? โดยเลือกคำศัพท์ที่เป็นสิ่งมีชีวิตหรืออาชีพ และพออ่านคำใบ้เสร็จก็ลงท้ายด้วยประโยคว่า Guess who I am?)

    *Hint : ในกรณีนี้ English-Thai Dictionary ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่จะไม่ได้ประโยชน์และอรรถรสเท่ากับการใช้ English-English Dictionary

 

    ประโยชน์อื่นๆ

    เช่น คุณสามารถค้นหา Irregular verbs หรือกริยาสามช่องได้ ซึ่งมักจะอยู่ในหน้าท้ายๆของเล่ม

    ถ้าหากคุณเรียนสายศิลป์ฯภาษาอังกฤษหรือสาขาตรงเกี่ยวกับภาษาอังกฤษอื่นๆ คุณอาจได้พบกับวิชา"สัทศาสตร์" ซึ่งจะศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติการอ่านภาษาอังกฤษตามสัทอักษร(Phonetic alphabet หรือ Phonetic symbol) ซึ่งสัทอักษรเหล่านี้จะมีระบุไว้หลังคำศัพท์ทุกคำ หลังจากนั้นก็คือคำแปล

    *Hint : ประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่พบในDictionaryที่ไม่ค่อยได้มาตรฐาน แนะนำให้ใช้ของOxford,Longman หรืออื่นๆที่มีมาตรฐานการศึกษารับรอง

    เห็นรึยังครับว่าDictionaryเล่มหนาๆที่เราพกกันไว้นั้น มีประโยชน์มากกว่าเอาไว้ใช้สำหรับค้นคำศัพท์มากขนาดไหน หวังว่าทุกคนจะใช้มันได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นนะครับ สำหรับTalking Dictionary ถ้าใครมีอยู่แล้วก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าใครยังไม่มีแล้วคิดจะซื้อ ขอให้คิดทบทวนให้ดีๆก่อนครับว่ามันจะคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไปรึเปล่า?