ปัญหาของการบริหารราชการไทยและแนวทางการแก้ไข
ปัญหาราชการไทย คือทัศนคติในการทำงานที่มุ่งเน้น นายที่เป็นบุคคลให้คุณให้โทษ มากกว่าเน้นที่ตัวผลลัพธ์ของงาน การบริหารราชการของไทย มิได้เป็น
ระบบบริหารจัดการ แต่เป็นระบบบริหารสั่งการ ที่เน้นการใช้อำนาจ (Authority) มากกว่าตรรกะของงาน เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเราให้อำนาจของนาย มากเกินไป
ที่จะให้คุณให้โทษ ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นชีวิตจึงฝากไว้ที่ "นาย" เพื่อที่สนับสนุนตนเองก้าวหน้าในอาชีพ ในระบบราชการมิได้นิยมกับคำว่าจูงใจ โน้มน้าว แต่เน้นกันที่กฏระเบียบ วินัย บังคับ มากกว่า จึงทำให้คนขาดสำนึกในการทำงาน อย่างดีที่สุดก็แค่สำนึกในระเบียบ วินัยเท่านั้น หาตรรกะที่แท้จริงจากตัวงานไม่ได้
การที่จะเปลี่ยนระบบจากบริหารสั่งการ มาเป็นระบบบริหารจัดการ นั้นต้องอาสัยการปรับทัศนคติ การใช้อำนาจมาเป็นการจูงใจ ต่อรอง โน้มน้าว ให้เหตุและผล และการให้ผลตอบแทนที่เพียงพอ และเป็นธรรม มิกฏขี่
แนวทางแก้ปัญหา
1. การพัฒนา คือ ความพยายามเปลี่ยนแปลงรูปสภาพหรือสิ่งแวดล้อม โครงสร้าง กระบวนการ พฤติกรรม ในการตอบสนองมวลชน (ประชาชน) เพื่อแก้ไขปัญหา 3 ประการ คือ ความยากจน ความเจ็บป่วย และ ความไม่รู้
2. การบริหาร คือ การดำเนินงาน หรือปฏิบัติงานใด โดยใช้ 5 M เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ
สิ่งแวดล้อมภายในประเทศ
สิ่งแวดล้อมภายนอกประเทศ ส่งผลต่อ การบริหารการพัฒนาประเทศไทย
ปัญหาประเทศไทย
ภาวะการด้อยพัฒนาของสังคมไทย
วั 1. การพัฒนา คือ ความพยายามเปลี่ยนแปลงรูปสภาพหรือสิ่งแวดล้อม โครงสร้าง กระบวนการ พฤติกรรม ในการตอบสนองมวลชน (ประชาชน) เพื่อแก้ไขปัญหา 3 ประการ คือ ความยากจน ความเจ็บป่วย และ ความไม่รู้
2. การบริหาร คือ การดำเนินงาน หรือปฏิบัติงานใด โดยใช้ 5 M เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ
สิ่งแวดล้อมภายในประเทศ
สิ่งแวดล้อมภายนอกประเทศ ส่งผลต่อ การบริหารการพัฒนาประเทศไทย
ปัญหาประเทศไทย
ภาวะการด้อยพัฒนาของสังคมไทย
วัฎจักรความยากจน
วัฎจักรความอ่อนด้อยทางชนชั้น
ทฤษฎีที่ใช้ในการพัฒนา
1. ทฤษฎีภาวะทันสมัย Modernization Theory ของ W.Rostow
คือ การสร้างความเจริญเติบโตตามลำดับ 4 ขั้น
4. การบรรลุสู่การเติบโตเต็มที่
3. ก้าวทะยานไปสู่ความเจริญ
2. เตรียมตัวก้าวทะยานไป
1. สภาพสังคมเดิม
2. ทฤษฎีพึ่งพา Dependency Theory
คือ เน้นการตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐาน
3. ทฤษฎีความจำเป็นพื้นฐาน Basic Needs Theory (จปฐ)
คือ ใช้ความพยายามเพื่อดำเนินการพัฒนาไปสู่การตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
โดย 1. กระบวนการวางแผน คัดเลือกโครงการที่สำคัญ+จำเป็น
ประชาชนมีส่วนร่วม
2. เนื้อหามุ่งเน้น การเปลี่ยนแปลง กระจายรายได้+อำนาจ
ประชาชนเสนอปัญหา + ความต้องการ
ประเทศไทยได้นำรูปแบบการพัฒนามาเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ 1 – 10 ฉบับ คือ
1. แผน 1 – 2 เน้นตามทฤษฎีภาวะทันสมัย 4 ขั้น ซึ่งเมืองโตเร็ว รวยกระจุก จนกระจาย
2. แผน 3 เอาคนมาร่วมด้วย
3. แผน 4 สร้างความยุติธรรมทางสังคม
4. แผน 5 คุณภาพชีวิต + สิ่งแวดล้อม (ทฤษฎีความจำเป็น)
5. แผน 6 คุณภาพชีวิต+ความสมดุล+การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
6. แผน 7 กระจายรายได้ + ยกระดับคุณภาพชีวิต
7. แผน 8 คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและใช้ ศก.พอเพียง
8. แผน 9 ใช้ ศก.พอเพียงนำการพัฒนาคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา+บูรณาการองค์รวม
9. แผน 10 คนเป็นศูนย์กลาง +สร้างภูมิคุ้มกัน+ ศก.พอเพียง +การบริหารจัดการบ้านเมืองฯ
แนวทางการพัฒนาปัจจุบัน
1. ใช้ประชาชนมีส่วนร่วม + แก้ไข
2. ใช้ทรัพยากรท้องถิ่น
3. ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
4. เน้นประสานงาน บูรณาการ
5. สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม+ความพร้อม เพื่อให้ตรงจุด
ปัจจัย 1. คน มีความรู้ + ประสบการณ์ + คุณธรรม
2. ทรัพยากร เห็นคุณค่า
3. ทุน
4. วิทยาการและเทคโนโลยี
5. ระบบการจัดการ ผู้นำต้องมี Vision
แนวทางในอนาคต
1. คน+ชุมชน เข้มแข็ง
2. ตระหนักการพึ่งพาตนเอง
3. ช่วยเหลือกันและกัน
4. ร่วมกันแก้ปัญหา
5. ใช้ทุนในชุมชนเป็นหลัก
6. ทำงานแบบองค์รวม
แนวทางการพัฒนาการบริหาร
1. พัฒนาคน ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ รอบรู้ รอบคอบ รอบด้าน
คิดใหม่ ทำใหม่ + คุณธรรม
2. ระบบราชการ การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่
i. ปรับโครงสร้างหน่วยงาน
ii. พฤติกรรมการทำงาน
iii. นำเทคโนโลยีมาใช้
iv. เพิ่มกลไก
v. ทำให้ประชาชนพึงพอใจ
สรุป
ประเทศชาติเจริญ มั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง คุณภาพชีวิตดี มีความสุข
1. การบริหารการบริการ อำนวยความสะดวก ปปช.
2. การบริหารจัดการ รูปแบบบริการเอกชนในราชการ
3. การบริหารการพัฒนา กิจกรรมตามแผน + บริหารภายใจ
4. การจัดการ การแสวงหากำไร+รวดเร็ว
5. การบริหาร ทำกิจกรรมให้ประชาชน
อุปสรรค คือ การแรงขับเคลื่อน ต้องใช้เครื่องมือ นั่นคง KPI ตัวชี้วัด เพื่อจะได้ทราบถึงความอ่อนด้อย ที่จะต้องพัฒนา
3. ปัญหาประเทศ การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
ปัญหาที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบัน
1. ความไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
a. ท้องถิ่นไม่ได้รับการพัฒนา
b. ปกครองแบบยึดศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง
c. ประชาชนถูกชี้นำโดยอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกตั้ง
ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือประชาชนจะต้องมีความรู้สึกว่าได้ถูกปกครองน้อยที่สุด(ไม่ถูกบีบบังคับ)
2. การพัฒนาระบบเศรษฐกิจเสรี
a. ความเท่าเทียมกันทางโอกาสไม่มี
b. ได้รับข้อมูลข่าวสารไม่ทั่วถึง และไม่ถูกต้อง บิดเบือน
c. การผลิตขึ้นอยู่กับทุน โดยกู้ หรือ อาจโดนทุ่มตลาด
d. ผูกขาดสินค้า โดยประชาชนต้องซื้อสินค้าที่ถูกกำหนด + คุณภาพอาจไม่ดีพอ
3. ปัญหาสังคม
a. แผนมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจมากเกินไป
b. ไม่ได้พัฒนาสิ่งแวดล้อม
c. ไม่ได้พัฒนาความรู้ หรือ สมอง
d. ปัญหาตามมาคือ โสเภณี อาชญากรรม แรงงานต่างด้าว
4. ปัญหาการยอมรับจากนานาชาติ
a. ประเทศไทยขาดความมั่นคงทางการเมือง
b. ทูตที่มีแต่ใช้ความอคติต่อการสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
c. ผู้นำขาดความชอบธรรม ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน
5. ความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ
a. กองทัพจะต้องประคับประคองความมั่นคงในประเทศ
b. ฐานเศรษฐกิจที่ไม่ดีกระทบต่อความมั่นคง
แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ
1. พัฒนาเศรษฐกิจตามสภาพที่เป็นอยู่
a. ใช้ทฤษฎีแนวนีโอคลาสสิก ที่ให้คนที่มีรายได้สูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
b. ทฤษฎีการสร้างความทันสมัย สร้างในเขตเมืองที่สำคัญ แปลงสภาพเกษตรในชนบท คือ ให้ใช้ทุนชุมชน เป็นหลัก และให้ ศก.ขยายตัวไปสู่ชนบท
c. การพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน เน้นการส่งออก พัฒนาฝีมือ นวัตกรรมใหม่
2. แนวโน้มในอนาคต คือ การสร้างโอกาส การเข้าถึง พัฒนาทุน และ สร้างความสมดุลให้กับทุกภาคส่วน
3. วิธีการในการพัฒนาเศรษฐกิจคือสร้างงานสร้างรายได้ ลดความเลื่อมล้ำในพื้นที่ชนบท
แนวทางการพัฒนาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม
1. สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการมองเห็นคุณค่าทางทรัพยากร
2. มีการจัดทำแผนงานให้ตรงกับความต้องการประชาชนตามบริบทสังคมไทย
3. ลดความขัดแย้งของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ “ทรัพย์สิทธิ”
4. จัดตั้งระบบข้อมูลทรัพยากร
5. สร้างจิตสำนึก
แนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพลังงาน เทคโนโลยีทดแทน
2. พัฒนากำลังคนให้มีความรู้ ความสามารถ
3. ต้องมีการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และ ชุมชน เพื่อส่งเสริมการศึกษา
4. พัฒนาความพร้อมของชุมชนในการใช้ผลงานวิจัย
5. การรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาที่ดี
แนวทางการพัฒนาจิตใจและพฤติกรรม
1. ส่งเสริม บ้าน วัด โรงเรียน มีบทบาทในการพัฒนาจิตใจg
2. ส่งเสริมให้ความสำคัญต่อสถาบันครอบครัว ปลูกฝังพฤติกรรมและการมีวิจารณญาณ
3. จัดสวัสดิการสำหรับผู้ด้อยโอกาส และสร้างโอกาสให้ชีวิตใหม่แก่บุคคลเหล่านี้
4. ประสานงานระหว่างรัฐกับชุมชน จัดกิจกรรมสาธารณาประโยชน์
แนวทางการพัฒนาชนบท
1.เพิ่มขีดความสามารถให้กับประชาชนเพื่อช่วยเหลือตนเอง และการแข่งขัน
2. พัฒนาด้านคุณภาพชีวิตพื้นฐาน และความสงบสุข
3. ส่งเสริมการศึกษา
4. สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมเพื่อผลประโยชน์ต่อชุมชน
6. การบริการการพัฒนาในบริบทของสังคมไทย
1. ความหมายและความสำคัญของบริบทของสังคมไทย
2. ระบบอาวุโส/คุณธรรม ชาตินิยม
3. สิ่งแวดล้อม/ ระบบนิเวศ การเกษตรกับสิ่งแวดล้อม
4. ระบบอุปถัมภ์ การเมือง คอรัปชั่น
5. การพึ่งตนเองภูมิปัญญาท้องถิ่น / วิสาหกิจชุมชน
6. เทคโนโลยีพื้นบ้าน/ นวัตกรรมไทย
7. อิทธิพลของต่างประเทศต่อไทย การก้าวเข้าสู่สากลของไทย
8. ครอบครัวระบบเครือญาติ ประเพณี ศาสนา ความเชื่อ
9. ความก้าวหน้าทางวิชาการ Postmodern -western
10. ระบบบริหารราชการไทย แนวโน้มในอนาคต
11. ปัญหาในวงวิชาการไทย
12. . การบูรณาการเพื่อการบริการการพัฒนา
การเมือง รัฐ ระบบการเมืองการปกครอง
Plato มองว่า เป็นกิจกรรมที่แสวงหาความยุติธรรมและเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของสังคม
Aristotle มองว่า การใช้อำนาจหน้าที่เพื่อสาธารณประโยชน์
Harold Lasswell มองว่า การใช้อำนาจหน้าที่เพื่อจัดสรรสิ่งที่มีคุณค่าในสังคม
ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับเศรษฐกิจและสังคมไทย
1. การเมืองกับเศรษฐกิจ
มนุษย์เกี่ยวข้องกับอำนาจการปกครองและการใช้อำนาจและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องของการผลิต การจำนวน จ่ายแจกทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้แก่สาธารณชน เพื่อความสมบูรณ์พูนสุขแก่ส่วนรวม
ซึ่ง Aristotle มีความเห็นว่า เสถียรภาพทางการเมืองขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจมาก โดยมีการเสนอรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุด คือ “รูปแบบ มัชฒิมวิถีอธิปไตย” Polity คือ รูปแบบการปกครองที่มีชนชั้นกลาอยู่ในสังคมจำนวนมากเศรษฐกิจกับการเมือง
1) เศรษฐกิจมีอิทธิพลต่อการเมือง ความมั่นใจในการซื้อขาย การดำรงชีพ
2) การเมืองมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจ นโยบาย การค้าเสรี
2. การเมืองกับสังคม
ในสังคมมนุษย์ย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นเพราะการฉกฉวยแย่งชิงสิ่งที่มีคุณค่าของสังคม
การลดความขัดแย้ง คือ การสร้างกิจกรรมสาธารณะ Public Affair
ปัญหาและแนวโน้มทางการเมือง
1. ปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญของไทย
2. ที่มาของรัฐธรรมนูญของไทย
3. สาเหตุที่นำไปสู่การล้มเลิกรัฐธรรมนูญในประเทศไทย
a. ความขัดแย้งระหว่างรัฐธรรมนูญกับอำนาจนิยม
b. การขาด “รัฐธรรมนูญนิยม” กลุ่มแกนนำมีความเคยชิน
c. นักการเมืองไม่เคารพปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
4. แนวทางในการรักษารัฐธรรมนูญไทยให้มั่งคง
5. ปัจจัยด้านนักการเมือง
6. ปัจจัยด้านผู้นำฝ่ายทหาร
7. ปัญหาด้านโครงสร้างระบบราชการไทย
8. ปัญหาด้านทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมของข้าราชการไทย
9. ปัญหาระบบการเมืองไทยยังถูกครอบงำโดยระบบราชการ
10. สถาบันและกระบวนการทางการเมือง
11. การมีส่วนร่วมในการสร้างจิตสำนึก และผลกระทบของประชาชนจักรความยากจน
วัฎจักรความอ่อนด้อยทางชนชั้น
ทฤษฎีที่ใช้ในการพัฒนา
1. ทฤษฎีภาวะทันสมัย Modernization Theory ของ W.Rostow
คือ การสร้างความเจริญเติบโตตามลำดับ 4 ขั้น
4. การบรรลุสู่การเติบโตเต็มที่
3. ก้าวทะยานไปสู่ความเจริญ
2. เตรียมตัวก้าวทะยานไป
1. สภาพสังคมเดิม
2. ทฤษฎีพึ่งพา Dependency Theory
คือ เน้นการตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐาน
3. ทฤษฎีความจำเป็นพื้นฐาน Basic Needs Theory (จปฐ)
คือ ใช้ความพยายามเพื่อดำเนินการพัฒนาไปสู่การตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
โดย 1. กระบวนการวางแผน คัดเลือกโครงการที่สำคัญ+จำเป็น
ประชาชนมีส่วนร่วม
2. เนื้อหามุ่งเน้น การเปลี่ยนแปลง กระจายรายได้+อำนาจ
ประชาชนเสนอปัญหา + ความต้องการ
ประเทศไทยได้นำรูปแบบการพัฒนามาเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ 1 – 10 ฉบับ คือ
1. แผน 1 – 2 เน้นตามทฤษฎีภาวะทันสมัย 4 ขั้น ซึ่งเมืองโตเร็ว รวยกระจุก จนกระจาย
2. แผน 3 เอาคนมาร่วมด้วย
3. แผน 4 สร้างความยุติธรรมทางสังคม
4. แผน 5 คุณภาพชีวิต + สิ่งแวดล้อม (ทฤษฎีความจำเป็น)
5. แผน 6 คุณภาพชีวิต+ความสมดุล+การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
6. แผน 7 กระจายรายได้ + ยกระดับคุณภาพชีวิต
7. แผน 8 คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและใช้ ศก.พอเพียง
8. แผน 9 ใช้ ศก.พอเพียงนำการพัฒนาคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา+บูรณาการองค์รวม
9. แผน 10 คนเป็นศูนย์กลาง +สร้างภูมิคุ้มกัน+ ศก.พอเพียง +การบริหารจัดการบ้านเมืองฯ
แนวทางการพัฒนาปัจจุบัน
1. ใช้ประชาชนมีส่วนร่วม + แก้ไข
2. ใช้ทรัพยากรท้องถิ่น
3. ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
4. เน้นประสานงาน บูรณาการ
5. สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม+ความพร้อม เพื่อให้ตรงจุด
ปัจจัย 1. คน มีความรู้ + ประสบการณ์ + คุณธรรม
2. ทรัพยากร เห็นคุณค่า
3. ทุน
4. วิทยาการและเทคโนโลยี
5. ระบบการจัดการ ผู้นำต้องมี Vision
แนวทางในอนาคต
1. คน+ชุมชน เข้มแข็ง
2. ตระหนักการพึ่งพาตนเอง
3. ช่วยเหลือกันและกัน
4. ร่วมกันแก้ปัญหา
5. ใช้ทุนในชุมชนเป็นหลัก
6. ทำงานแบบองค์รวม
แนวทางการพัฒนาการบริหาร
1. พัฒนาคน ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ รอบรู้ รอบคอบ รอบด้าน
คิดใหม่ ทำใหม่ + คุณธรรม
2. ระบบราชการ การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่
i. ปรับโครงสร้างหน่วยงาน
ii. พฤติกรรมการทำงาน
iii. นำเทคโนโลยีมาใช้
iv. เพิ่มกลไก
v. ทำให้ประชาชนพึงพอใจ
สรุป
ประเทศชาติเจริญ มั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง คุณภาพชีวิตดี มีความสุข
5. การบริหารการบริการ อำนวยความสะดวก ปปช.
4. การบริหารจัดการ รูปแบบบริการเอกชนในราชการ
3. การบริหารการพัฒนา กิจกรรมตามแผน + บริหารภายใจ
2. การจัดการ การแสวงหากำไร+รวดเร็ว
1. การบริหาร ทำกิจกรรมให้ประชาชน
อุปสรรค คือ การแรงขับเคลื่อน ต้องใช้เครื่องมือ นั่นคง KPI ตัวชี้วัด เพื่อจะได้ทราบถึงความอ่อนด้อย ที่จะต้องพัฒนา
3. ปัญหาประเทศ การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
ปัญหาที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบัน
1. ความไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
a. ท้องถิ่นไม่ได้รับการพัฒนา
b. ปกครองแบบยึดศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง
c. ประชาชนถูกชี้นำโดยอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกตั้ง
ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือประชาชนจะต้องมีความรู้สึกว่าได้ถูกปกครองน้อยที่สุด(ไม่ถูกบีบบังคับ)
2. การพัฒนาระบบเศรษฐกิจเสรี
a. ความเท่าเทียมกันทางโอกาสไม่มี
b. ได้รับข้อมูลข่าวสารไม่ทั่วถึง และไม่ถูกต้อง บิดเบือน
c. การผลิตขึ้นอยู่กับทุน โดยกู้ หรือ อาจโดนทุ่มตลาด
d. ผูกขาดสินค้า โดยประชาชนต้องซื้อสินค้าที่ถูกกำหนด + คุณภาพอาจไม่ดีพอ
3. ปัญหาสังคม
a. แผนมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจมากเกินไป
b. ไม่ได้พัฒนาสิ่งแวดล้อม
c. ไม่ได้พัฒนาความรู้ หรือ สมอง
d. ปัญหาตามมาคือ โสเภณี อาชญากรรม แรงงานต่างด้าว
4. ปัญหาการยอมรับจากนานาชาติ
a. ประเทศไทยขาดความมั่นคงทางการเมือง
b. ทูตที่มีแต่ใช้ความอคติต่อการสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
c. ผู้นำขาดความชอบธรรม ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน
5. ความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ
a. กองทัพจะต้องประคับประคองความมั่นคงในประเทศ
b. ฐานเศรษฐกิจที่ไม่ดีกระทบต่อความมั่นคง
แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ
1. พัฒนาเศรษฐกิจตามสภาพที่เป็นอยู่
a. ใช้ทฤษฎีแนวนีโอคลาสสิก ที่ให้คนที่มีรายได้สูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
b. ทฤษฎีการสร้างความทันสมัย สร้างในเขตเมืองที่สำคัญ แปลงสภาพเกษตรในชนบท คือ ให้ใช้ทุนชุมชน เป็นหลัก และให้ ศก.ขยายตัวไปสู่ชนบท
c. การพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน เน้นการส่งออก พัฒนาฝีมือ นวัตกรรมใหม่
2. แนวโน้มในอนาคต คือ การสร้างโอกาส การเข้าถึง พัฒนาทุน และ สร้างความสมดุลให้กับทุกภาคส่วน
3. วิธีการในการพัฒนาเศรษฐกิจคือสร้างงานสร้างรายได้ ลดความเลื่อมล้ำในพื้นที่ชนบท
แนวทางการพัฒนาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม
1. สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการมองเห็นคุณค่าทางทรัพยากร
2. มีการจัดทำแผนงานให้ตรงกับความต้องการประชาชนตามบริบทสังคมไทย
3. ลดความขัดแย้งของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ “ทรัพย์สิทธิ”
4. จัดตั้งระบบข้อมูลทรัพยากร
5. สร้างจิตสำนึก
แนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพลังงาน เทคโนโลยีทดแทน
2. พัฒนากำลังคนให้มีความรู้ ความสามารถ
3. ต้องมีการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และ ชุมชน เพื่อส่งเสริมการศึกษา
4. พัฒนาความพร้อมของชุมชนในการใช้ผลงานวิจัย
5. การรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาที่ดี
แนวทางการพัฒนาจิตใจและพฤติกรรม
1. ส่งเสริม บ้าน วัด โรงเรียน มีบทบาทในการพัฒนาจิตใจg
2. ส่งเสริมให้ความสำคัญต่อสถาบันครอบครัว ปลูกฝังพฤติกรรมและการมีวิจารณญาณ
3. จัดสวัสดิการสำหรับผู้ด้อยโอกาส และสร้างโอกาสให้ชีวิตใหม่แก่บุคคลเหล่านี้
4. ประสานงานระหว่างรัฐกับชุมชน จัดกิจกรรมสาธารณาประโยชน์
แนวทางการพัฒนาชนบท
1.เพิ่มขีดความสามารถให้กับประชาชนเพื่อช่วยเหลือตนเอง และการแข่งขัน
2. พัฒนาด้านคุณภาพชีวิตพื้นฐาน และความสงบสุข
3. ส่งเสริมการศึกษา
4. สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมเพื่อผลประโยชน์ต่อชุมชน
6. การบริการการพัฒนาในบริบทของสังคมไทย
1. ความหมายและความสำคัญของบริบทของสังคมไทย
2. ระบบอาวุโส/คุณธรรม ชาตินิยม
3. สิ่งแวดล้อม/ ระบบนิเวศ การเกษตรกับสิ่งแวดล้อม
4. ระบบอุปถัมภ์ การเมือง คอรัปชั่น
5. การพึ่งตนเองภูมิปัญญาท้องถิ่น / วิสาหกิจชุมชน
6. เทคโนโลยีพื้นบ้าน/ นวัตกรรมไทย
7. อิทธิพลของต่างประเทศต่อไทย การก้าวเข้าสู่สากลของไทย
8. ครอบครัวระบบเครือญาติ ประเพณี ศาสนา ความเชื่อ
9. ความก้าวหน้าทางวิชาการ Postmodern -western
10. ระบบบริหารราชการไทย แนวโน้มในอนาคต
11. ปัญหาในวงวิชาการไทย
12. . การบูรณาการเพื่อการบริการการพัฒนา
การเมือง รัฐ ระบบการเมืองการปกครอง
Plato มองว่า เป็นกิจกรรมที่แสวงหาความยุติธรรมและเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของสังคม
Aristotle มองว่า การใช้อำนาจหน้าที่เพื่อสาธารณประโยชน์
Harold Lasswell มองว่า การใช้อำนาจหน้าที่เพื่อจัดสรรสิ่งที่มีคุณค่าในสังคม
ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับเศรษฐกิจและสังคมไทย
1. การเมืองกับเศรษฐกิจ
มนุษย์เกี่ยวข้องกับอำนาจการปกครองและการใช้อำนาจและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องของการผลิต การจำนวน จ่ายแจกทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้แก่สาธารณชน เพื่อความสมบูรณ์พูนสุขแก่ส่วนรวม
ซึ่ง Aristotle มีความเห็นว่า เสถียรภาพทางการเมืองขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจมาก โดยมีการเสนอรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุด คือ “รูปแบบ มัชฒิมวิถีอธิปไตย” Polity คือ รูปแบบการปกครองที่มีชนชั้นกลาอยู่ในสังคมจำนวนมากเศรษฐกิจกับการเมือง
1) เศรษฐกิจมีอิทธิพลต่อการเมือง ความมั่นใจในการซื้อขาย การดำรงชีพ
2) การเมืองมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจ นโยบาย การค้าเสรี
2. การเมืองกับสังคม
ในสังคมมนุษย์ย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นเพราะการฉกฉวยแย่งชิงสิ่งที่มีคุณค่าของสังคม
การลดความขัดแย้ง คือ การสร้างกิจกรรมสาธารณะ Public Affair
ปัญหาและแนวโน้มทางการเมือง
1. ปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญของไทย
2. ที่มาของรัฐธรรมนูญของไทย
3. สาเหตุที่นำไปสู่การล้มเลิกรัฐธรรมนูญในประเทศไทย
a. ความขัดแย้งระหว่างรัฐธรรมนูญกับอำนาจนิยม
b. การขาด “รัฐธรรมนูญนิยม” กลุ่มแกนนำมีความเคยชิน
c. นักการเมืองไม่เคารพปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
4. แนวทางในการรักษารัฐธรรมนูญไทยให้มั่งคง
5. ปัจจัยด้านนักการเมือง
6. ปัจจัยด้านผู้นำฝ่ายทหาร
7. ปัญหาด้านโครงสร้างระบบราชการไทย
8. ปัญหาด้านทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมของข้าราชการไทย
9. ปัญหาระบบการเมืองไทยยังถูกครอบงำโดยระบบราชการ
10. สถาบันและกระบวนการทางการเมือง
11. การมีส่วนร่วมในการสร้างจิตสำนึก และผลกระทบของประชาชน