เอี้ยงจะเอียงคอคอย

Bright Lily
  จ๊ะเอ๋  

คำสำคัญ (Tags)#จ๊ะเอ๋

หมายเลขบันทึก: 38884, เขียน: 14 Jul 2006 @ 17:23, แก้ไข, 08 Apr 2012 @ 12:57, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (9)

.........
IP: xxx.136.199.92
เขียนเมื่อ 14 Jul 2006 @ 20:50

 ในนามแห่งความรัก..ถึงคุณอร..ด้วยรักล้นใจค่ะ

นวลบุญ..
กำลังเอนกายลงนอนบนเตียงไม้ไผ่
ในกระท่อมพุดไพร(พุทธิปัญญา)อย่างช้าช้า

ที่มีฟูกอัดนุ่น ปูผ้าสีขาวสะอาดสะอ้าน รอรับร่าง
มีหมอนสองใบที่ริมหมอนยังหอมกรุ่น
ด้วยดวงดอกลั่มทม ราวรับรู้ระทมระกำล้ำลึก
ภายในดวงใจดวงรานดวงหวานซ่อนซึ้งโศกดวงนี้
ที่กำลังดายเดียวสุดทน..แล้ว

เธอ..คนดี..
นอนนิ่งงัน..กับทุกสรรพสิ่ง

มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรนกไพร
ร้องหวานแว่วแผ่วมาราวรับรู้ซึ้งโศกสะเทือนแทน

ในท่ามแสงตะเกียงวูบไหว
กับชายมุ้งไหวระบัด
ที่เธอค่อยๆผูกเก็บชายขึ้นไว้อย่างเรียบร้อย

มีเพียงโต๊ะเล็กริมหน้าต่างกับลั่นทมดอกงามสะพรั่ง
กำลังบานพราวอวดดอกหวานเศร้า

ให้ยิ่งหนาวใจในทุกราวกิ่งราวใจให้ยิ่งเงียบงาม

น่าแปลกนัก
ที่ในราตรีเงียบงามนี้

ผู้หญิงที่เจ้าน้ำตาเหมือนเด็กขี้แย อ่อนแอ อ่อนหวาน
ด้วยนวลใจรับรานเศร้าดายเดียวได้ง่ายดายนัก

กลับ..สิ้นไร้น้ำตา...
เสมือนเคยมีคนกล่าวว่า..แสนจะน่าเป็นห่วง...

หากวันใดที่หัวใจดวงนวลละมุนสลาย!
คล้ายแม้นน้ำตาก็มิอาจหลั่งริน

นั่นคงหมายถึงความสูญสิ้ถวิลเทวษเหลือคณานับ..

เธอ..
เห็นบุหลันงาม...
ลอยดวงเด่นเหนือทิวเขาสลับซับช้อน
แห่งไพรพฤกษ์พงพนา
ที่ซ่อนตัวหลับลึกหลีกเร้น

จากความวายวุ่นของเมืองหลวง



ในท่ามกลาง*กระท่อมพุทธิปัญญา (พุดไพร)*
กระท่อมที่ก่อเกิดในพื้นพิภพนี้
ที่มีเพียงแห่งเดียวในหล้าโลก

ด้วย*นามแห่งความรักภักดี*ระหว่างเราสอง..

ด้วยน้ำพักน้ำแรงของ..
ยอดรักยอดหฤทัยของเธอ

*ภาคย์*
คือนามแห่งเทวดา
ผู้หอบรักแท้รักนี้รักพลีภักดิ์เดียว
มามอบให้แด่เธอ...

ผู้ฝังตัวปลีกร่างห่างไกลจากแสงสีศิวิไลซ์
ห่างไกลจากใจผู้คนในโลกวัตถุทุกข์ทนมากมายวายวุ่น
ราวอยู่ปลายโลกร้างลำพัง
อันแสนงามเงียบเรียบง่าย
ที่เธอและเขาพอใจที่จะเลือกมาใช้ชีวิตด้วยกัน..

เขาคนดี
สุภาพบุรุษชาติไพร
ที่มีหัวใจดวงธรรมดวงทองอันผ่องผุด
ที่บานพราวราวดอกบัวแก้วพิสุทธิ์
ลอยเหนือโลกย์นิรพาน

เขา....คนดี!

ที่สอนให้เธอได้เรียนรู้รัก
รับตระการดอกไม้หวานบานพราว
*ราวอัญมณีเพชร*
ที่พรายพร่างช่วงโชติชัชวาลย์
หวานแสนหวานงามแสนงาม

มาส่องกระจ่างนำเส้นทางใจเส้นทางจิตเส้นทางชีวิต
ให้เคียงคู่จับมือกุมกันไปในเส้นทางธรรมเส้นทางทอง
เพื่อลอยล่องพานาวาทองแห่งชีวิต


ไปสถิตทอด
*เป็นดั่งรักนิรันดร์*
ในอาณาจักรแห่งพระนิพพาน
แดนดินที่มิไกลห่างหากมีกุศลทานมากบารมี

เพียงเพียรให้พอ
ด้วยการรักษาศีลบริสุทธิ์ฝึกสมาธิภาวนา
จะเกิดดวงปัญญาฉายฉานชัด
แจ่มจำรัสราวนิรมิตจับจิตใสว่าง

จนพบวิมุตติหลุดพ้นทาง
แห่งการเวียนว่ายตายเกิดนับอสงไขยชั่วกาลกัปป์

เขาคนดี ...เทวดาแห่งภักดิ์พลี
ที่มาสอน..

ให้รู้ค่าคำ*รักด้วยจิต*
อันล้ำลึกเหนือโลกย์โศกสุขนี้

ที่มิหวังครอบครองแค่เนื้อหนัง
ที่มินานวันก็จะเน่าเปื่อยหลุดร่วง
เป็นหนึ่งเดียวกับธุลีหล้าฟ้าแลดิน
แลบางทีอาจสูญสิ้นสลาย
กลายร่างงามเป็นเหยื่อเต่าตมเสียก่อน
หากประมาทและพบกับการหลับไม่ฟื้นตื่นไม่ได้แล้ว



ฝึกคำตายก่อนตาย
การใช้ชีวิตไม่หลงยึดติดยึดมั่น
ให้มีมรณาณุสติกำกับใจกายมิให้ประมาท
และ...
เพียรวาดวงชีวี
ให้ใช้เวลาทุกนาที
กับลมหายใจนี้ที่พลีพร้อมยังประโยชน์
เพื่อผองชนคนทุกข์ทนยาก
อีกมากมายนัก

ที่เกิดมา
เป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

ให้รู้ซึ้งถึงค่าคำล้ำเลอเลิศ
*ปาฎิหารย์รักมหัศจรรย์รอ*

มาโบกโบยความงาม
แลมาสอนให้เชื่อมั่นศรัทธา
รู้ค่าแห่งความงามความดีพลีจิต
อุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง..

ที่เราผองได้พากันหยัดยืน..ในผืนดินอันงามอุดม
ทั้งด้านจิตวิญญาณและทรัพยากรธรรมชาติ
ราวฟ้าบันดาลสวรรค์เมตตา

นวลบุญ...
รัก..*กระท่อมพุทธิปัญญา*
ที่ราวสวรรค์เรียบง่ายลอยลงมาเยือนหล้า
บ้านป่าบ้านไพร

ที่มาสอนให้เข้าใจ
ถึงวิถีงามแห่งการพึ่งพาพึ่งพิง
ได้เอนอิงอ้อมจิตอ้อมใจไปกับธรรมชาติงาม
รู้รักความพอดีพอเพียง

ทุกสิ่งภายนอกในโลกนี้ก็เพียงแค่นี้แค่นั้น
หากจิตใสภายในรู้อิ่มทิพย์อิ่มฝันอิ่มสุขอิ่มงาม

ก็ราวอัญมณีพร่างพราว
ไร้ความต้องการมายาวัตถุใด
มาต่อเติมมาเพิ่มสุขเพียงภายนอกอีกต่อไป

ที่แค่หลอกให้หลงยึดมั่นถือมั่น
หลงฝันหลงเพ้อละเมอวนว่ายในวิบาก

เทวดา..เดินดิน...ที่เธอแสนรัก

สร้าง*กระท่อมทับแห่งรักนิรันดร์นี้*ด้วยน้ำพักน้ำแรง

ด้วยแรงรักภักดีที่เธอแสนภาคภูมิปิติ
ที่เขาบอกชั่วชีวิตนี้
เขามีเธอเท่านั้น
ที่จะจำตราติดตรึงไปตราบชีวิตจะหาไม่..

ที่ช่างแผกคิดพิเศษพิสุทธิ์นัก

กระท่อมไม้ไผ่หลังย่อม
มุงด้วยจาก ที่ภาคย์คนดีที่แสนรัก
เพียรเลือกใบจากแต่ละใบด้วยตัวเขาเอง
ก่อนที่ผู้เฒ่าในหมู่บ้าน ผู้แสนอารี
รับปาก เต็มใจทำหลังคาจากให้กับเขา

โดยไม่รับค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว

ไม้ไผ่ที่เรียงรายขนาน
ไปกับสายน้ำที่หล่อเลี้ยงหมู่บ้านแห่งนี้

น้องชายคนดีหัวใจซื่อ
ที่เขาแสนถูกชะตา อาสาตัดให้เขา

และ
ลำเลียงมาส่งให้ถึงกระท่อม
โดยให้ญาติช่วยกันแบกไม้ไผ่มาส่งให้ถึงที่

นวลบุญ
รำลึกด้วยน้ำตา

วันที่...ภาคย์โอบกอดเธอไว้ในวงแขนอันแน่นหนัก
ด้วยรักภักดี
และกระซิบริมหูว่า

คนดีครับ...

ผมจะสร้าง
*กระท่อมรักนิรันดร์ที่นี่นะ
*ชื่อพุทธิปัญญา*

เพราะผมรู้ดีว่าคุณต้องชอบที่นี่


คนดีรู้ไหมที่นี่
มีแต่ผู้คนเอื้ออารีเอื้อเฟื้อแบ่งปัน
ระหว่างกันภายในหมู่บ้าน
ใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน
หากไม่ใช่สักแต่ว่าใช้

พวกเขายังช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟู
ดูแลเพื่อเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานต่อไป
 

ยอดรัก
มองที่โค้งฟ้าสิครับ งามนักงามหนา
ยามวสันต์ลา
ฟ้าใกล้ค่ำ
หรือ...
วันที่บุหลันลอยดวงอวดอรชรอ้อนสองเรานะดวงใจ

ที่เราจะประคองเคียงกันชี้ชม
บนเปลยวนหน้ากระท่อม
ที่ผมจะผูกไว้ให้เราสองได้เบียดซุกแอบอกอุ่น
อิงแก้มแลกหอมให้แก่กันและกัน
เป็นระยะยามคลอเคลียเฝ้ามอง

คนดี..ดวงใจ
ผมรู้นะครับ
คุณรักสถานที่สงบ สันโดษ เรียบง่าย
ซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามแห่งวิถีธรรมชาติ

คนดี..ครับ
ฝันของยอดรักยอดดวงใจของผมกำลังจะเป็นจริง
คือสิ่งที่ผมพลีได้เพื่อคุณยกเว้นดาวเดือน

ผมจะสร้างกระท่อมนี้
ที่ไม่มีพื้น เป็นไม้
หากใช้ทรายละเอียดเป็นพื้น

ที่ผมจะหาบหามาเองจากแม่น้ำก่อนใส่
ด้วยตาข่ายสีน้ำเงินชนิดละเอียด
เพื่อให้ได้เม็ดทรายละเอียดที่สุดเท่านั้น


ก่อนโรยกรวดไว้เต็มพื้นกระท่อม
และ...
ผมจะบรรจงเรียงหินกรวดมนจากแม่น้ำ
ที่เช้าตรู่ทุกวัน
ผมจะไปเดินลุยลำธารน้ำใส

เพื่อคัดเลือกหินกรวดมนแต่ละก้อน
ด้วยหัวใจละเอียดอ่อน
ที่ผมจะวางเฉพาะจุดที่เป็นทางเท้าสำหรับ
เดินในกระท่อมเท่านั้นครับคนดี

นวลบุญ..

เศร้านัก..!
หากในวันนี้เธอรู้ดี

คืนวันแสนดีแสนรักระหว่างกัน
ที่ได้ผูกพันถักทอ
ด้วยรักด้วยเข้าใจก็เกินมากพอ

ที่จะตราจำหวาน
ให้เธอทบทวนด้วยความงามความภาคภูมิใจ
ในรักอันแสนยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยายนี้

ที่เธอแสนโชคดี...
ได้พบได้รักได้ภักดี
ได้มีคืนวันที่แสนดีแสนงาม
ยามเคียงข้างประคองได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

คืนวัน..
ที่มีแต่คำหวานคำรัก
เฝ้าคอยทนุถนอมห่วงใยกันและกัน

ปันแบ่งทั้งทางโลกทางธรรม
เพื่อน้อมนำชีวิต
ให้งดงามเตรียมผ่านภพภูมิรักนิรันดร์
มิพัก..
พรากจากแล้วจากเล่า
รักแล้วรักเล่า
เฝ้าแต่โหยหาคร่ำครวญ
ยามอีกฝ่ายจากไปไม่หวนคืนกลับมาอีก...
ยอดรัก

นวลบุญ..กำลังหลับตา
และในเวิ้งฝันอนันตกาล

นวลบุญ
พาร่างตัวเองไปเคียงกับคุณแล้ว
*ในดอกบัวแก้วนิรมิตแสนงามจิตงามใจ*

สองดวงใจคงมั่น*หลอมรวมรักภักดี*
แล้ว
ก้มศิระลงกรานกราบ
เบื้องหน้าพระพุทธองค์
ด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้งปิติเกษม
พร้อมกันแล้วนะบัดนี้


ก่อนที่จะหันมายิ้มหวานฉ่ำเย็น
ให้แก่กันและกันนะยอดรัก
*ในอ้อมภักดิ์แห่งรักนิรันดร์*
*ในนามแห่งรักนี้*
ที่จะไม่มีวันพรากลากันอีกต่อไป
ตราบนานแสนนาน
ตราบจนชั่วกาลกัปป์กัลป์...ที่มิมีวันจะสิ้นสลายลา!

........................


ในฝัน ..ทูล ทองใจ 

หากฝันว่าฉันและเธอ
ละเมอความรักร่วมกัน ทุกๆ วันแสน สุขฤทัย
หากความรักนั้นหนักเหลือ
แนบเนื้อเชื้อ รักดังไฟ ฉันขอตายบน ตักนาง
หากเราได้รักร่วมกัน
ผูกพันกระสันแน่นเหนียว
ขอรักเดียวไม่ จืดและจาง
หากเป็นดั่งเช่นที่หมาย
จะตายฉัน ไม่ขอห่าง
ขอรักนางเนื้อนวลแน่นอน
มอบ ใจ และกาย ทุกสิ่งมั่นหมาย
ถึงตัวตายไม่คลายรักก่อน
สู้ ทน อ้อนวอน ยอมฝันแม้ยามหลับนอน
ทนกอดหมอน นานมา
หากฝันฉันไม่หลอกหลอน
ตื่นนอนคงพบหน้าน้อง สมดังปองใจปรารถนา
หากเป็นดังเช่นที่หมาย
จะตายฉัน ไม่นำพา ขอบูชาน้องนางแน่นอน

หากฝันฉันไม่หลอกหลอน
ตื่นนอนคงพบหน้าน้อง สมดังปองใจ ปรารถนา
หากเป็นดังเช่นที่หมาย
จะตายฉัน ไม่นำพา ขอบูชาน้องนางแน่นอน...

Bright Lily
เขียนเมื่อ 15 Jul 2006 @ 10:16
ซาบซึ้งมากค่ะ  ขอบคุณนะคะที่กรุณาแบ่งปันค่ะ
............
IP: xxx.136.199.8
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 09:44

เจ็บเพียงตาย..!


ดวงใจระกำช้ำแดงดั่งสีทับทิมเลือด
เมื่อถูกเชือดเฉือนเนื้อใจจนขาดวิ่น
ไม่มีรักไม่ต้องรอน้ำตาริน
หยุดถวิลสิ้นภักดิ์สิ้นรักรอ..

ใต้ฝ่าเท้าคือแก้วร้าวธุลีหล้า
สิ้นน้ำตาสิ้นน้ำใจใครเคยพ้อ
ทรมานดั่งถูกทับใต้โลกโศกเกินพอ
เมื่อเธอรอย้ำคำลานาทีนี้

ทรมานเพียงตายก็เท่านั้น
มายาฝันวิวาห์หลอกพลีศักดิ์ศรี
พร้อมยอมตายทั้งเป็นใช่ไหมเล่าเจ้าคนดี
เพราะภักดิ์พลีเพียงแค่ครั้งหวังยังราน

นับจากนี้สิ้นสวาทขาดกันแล้ว
ดั่งเศษแก้วทิ่มแทงน้ำผึ้งหวาน
หยาดเลือดรักพลีสังเวยตราบชั่วกาล
รับทรมาน.หนาวเหน็บ เจ็บเพียงตาย ..ก็เท่านั้น..!



คิดถึง..

จันทร์ กระจ่าง ฟ้า
นภา ประดับ ด้วยดาว
โลก สวย ราว
เนรมิต ประมวล เมืองแมน
ลม โชย กลิ่น
มาลา กระจาย ดินแดน
เปรืยบ มี แสง
คนึง ถึง น้อง นวลจันทร์

งาม ใด หนอ
จะพอ ทัดเทียบ เปรียบน้อง
เจ้า งาม ต้อง
ตาพี่ ไม่มี ใครเหมือน
ถ้า หาก น้อง
อยู่ด้วย และช่วย ชมเดือน
โลก จะ เหมือน
เมืองแมน แม่นแล้ว
นวลเอย...
.....
IP: xxx.136.199.8
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 09:49

 แด่*ทุก ทุกข์พันธนารัก นี้ที่หนีไม่พ้นค่ะคุณอร..

เพชฌฆาตใจ

มาทายท้าเธอคนดีนะที่รัก!
คนเคยภักดิ์รักมั่นมิหวั่นไหว
ฉันยินดีพลีพร้อมรอเธอประหารใจ
เดินจากไปอย่าหันมา..ถ้าเบื่อแล้ว..!!

เพราะใจฉันมันดีเกินไปจะทำร้าย
คนชิดใกล้ด้วยดวงใจใสดั่งแก้ว
หากใจเธอเห็นฉันไร้ค่าแล้ว
ไม่เหลือแววอาลัยก็ไปเลย....

ใจดวงนี้ชินชากับรอยช้ำ
ใครจะย้ำกี่เจ็บก็เฉยเฉย
คนไร้ใจไม่มีแล้วรอใครเชย
มันชาเฉยชอบเงียบงามตามลำพัง

อย่าเยื่อใยเบื่อเบื่อแล้วอยากอยาก
ตัดใจพรากหาคนใหม่ดั่งใจหวัง
แทนที่ฉันไปตามฝันอย่าหยุดยั้ง
คนที่หวังจะดีกว่านะดวงใจ

ฆ่าฉันเสียวันนี้ดีกว่านะที่รัก
อย่าฝากภักดิ์ให้พลีหลงหวั่นหวามไหว
ลงมีดเชือดทาเกลือทั้งเนื้อใจ
แล้วหันหลังลาไปอย่าไยดี

ไม่เสียใจครางครวญรอยหวานเจ็บ
แค่หนาวเหน็บสาสะใจจบแค่นี้
ตราบวันตายลมหายใจสุดท้ายที่ฉันมี

ขออโหสิ..พลี
เลือดภักดิ์ทาสรักเธอเพียงชาติเดียว!นะเจ้าจอมเพชฌฆาตใจ..!!!

.............



เพชฌฆาตใจ ....ชินกร ไกรลาส

น้อง เอ๋ย
ใครเขาเคยเหมือนพี่บ้างไหม
ช้ำ ช้ำ เท่าไหร่ พี่เป็นแผลใจ
ใคร จะเห็น
เจ็บเท่านี้เจ้ายังทรมาน
หรือเป็นพรานล่าใจ
ผลาญหัวใจใครเล่น
หรือเจ้าเป็นเพชฌฆาต
ที่เชี่ยวชาญ
โปรดฆ่าพี่เสีย
อย่าอ้างเอ่ยความสงสาร
จงประหารถ้าแม้ว่าเจ้าไม่รัก
ฮืม ฮืมฮืมฮืมฮืมฮืม

อิเหนา เอ๋ย
เคยรักนุชบุษบา
พี่ หลงไหลยิ่งกว่า
พี่สัญญาได้ ในเรื่องรัก
ปวดและช้ำในดวงฤดี
เหมือนดังมีมีดคม
ฝังใจจมเจ็บหนัก
รักของเจ้าฆ่าพี่อย่างเลือดเย็น
พี่เจ็บดวงใจคงไม่มีใครเล็งเห็น
เวร นี่เวรเธอเห็นพี่เป็นเช่นไร
ฮืม ฮืมฮืมฮืมฮืมฮืม...

.....
IP: xxx.136.199.8
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 10:23
คุณอรคนดี
เรื่อง*เพชฌฆาตใจนี้*

จริงๆแล้ว
รจนาเพียงหวังสะท้อนผัสสะ
ทุกข์ผัสสะเจ็บปวดทรมานค่ะ
จากใจและกาย


ที่หากเราทุกดวงใจ
ยังหลงในวนว่ายในวัฎฎกิเลสรัก
ทุกพันธนารักค่ะ

และ
จริงๆกำลังรจนาเรื่อง
วิปัสนากรรมฐาน
การเข้าถึงจิต
ที่จักพาให้กายและทุกข์ผัสสะทรมาน
พลันแตกดับหากเราเททุ่มฝึกหนักมิท้อ
ตามคำเทศน์
ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโนนะคะ

จากหนังสือ*หลักของใจ*
ที่แสนงามจิตวิญญาณเหลือจะกล่าวค่ะ

ที่อยากพลีเล่ารจนา
มาเป็นบรรณาการใจ
แด่ทุกดวงใจในGotoknow

หวัง
จักเป็นแรงบันดาลบันดลใจ
ให้หันมาฝึกหนักเพียรหนัก
เพื่อค้นพบด้วยตัวเองค่ะ

และ
หวังจักผ่านพ้นทุกทุกข์เรื่องราว
ทรมานมิว่ากายใจ
ที่เราหลงฝันใฝ่ไปในมายานั้น
ให้พลันแตกกระจาย
เหลือเพียงพบความว่างเปล่า
ดั่งตายก่อนตายอย่างงามเงียบ
อย่างไม่น่ากลัวอีกเลยค่ะ

ที่ผู้รจนาอ่านแล้ว
อยากไปบวชไม่สึกแล้วค่ะ
ละทิ้งทุกอย่าง
ไม่อยากรอเวลาอีกเลยแล้วค่ะ
แต่
มีหน้าที่ที่ยังต้องจัดการ

เลยยังคงมารจนางานงาม
ฝากพลีบรรณาการแด่ทุกดวงใจ
พลางๆก่อนค่ะ นะคะ


และได้เริ่มเรื่องใหม่ที่แสนงามจิต
ดั่งมิ่งขวัญชีวิตเอาไว้ดั่งนี้ค่ะ
และรอติดตามนะคะ

เธอ..คนดีที่ชื่อ ชิมบุญค่ะ
มิใช่อิ่มบุญนะคะ
กำลังนั่งในท่าสมาธิภาวนา
กำหนดลมหายใจอย่างช้าช้า
ตามดูลมอย่างละเมียด

เธอนั่งนิ่งเงียบ
ผมถูกเกล้ารัดร้อย
เผยลำคอระหงและศีรษะตั้งตรง
ในขณะกำหนดจิตภาวนา

และ
ตรงหน้า
คือพระพุทธรูปองค์โตที่พระพักตร์
แย้มละไมด้วยสายใย
แห่งน้ำพระเมตตามากล้นบารมีธิคุณ....
รอท่านะคะ
ว่านางเอกจะ
ผ่านพ้นช่วงทรมานสังขารปานกระดูก
และร่างจะแหลกละเอียดไปได้ด้วยวิธีใด
ดับทุกข์กายร้อนใจดั่งไฟเผาลน
จนแทบมอดไหม้ร่างได้ด้วยอะไรนะคะ



ด้วยรักปรารถนาดีค่ะ

Bright Lily
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 12:17

เรียน คุณ ....

ไม่ว่าลำนำไหน อย่างไร

ทุกบท ทุกตอน เข้าถึงอารมณ์จริงๆ นะคะ

คุณเคยถามตัวเองไหม ว่าทำไมเก่งอย่างนี้

คุณมี Vision และจินตนาการสุดยอดค่ะ

 

Bright Lily
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 12:24

ดิฉันเป็นคนชอบสีขาวมากค่ะ รักความอิสระ ชอบงานบทกวีและศิลปะ รวมทั้งเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง

ในขณะที่ดิฉันก็หลงรักงานเขียนของคุณด้วย  อย่าเพิ่งหนีไปบวชชีนะคะ เป็นกำลังใจให้ และรออยู่เสมอค่ะ

.....
IP: xxx.136.192.219
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 15:36
ศกุนตลา!

ชื่อของผม..คือ..ทิน ครับ
เป็นหนุ่มใหญ่ร่างเพรียวผิวคร้าม
ตามแบบอย่างผู้พิสมัยกีฬากลางแจ้งทุกชนิดครับ
และ
ที่สำคัญทั้งไฟรักไฟแรงในการทำงานยังมิมอดดับครับ



ผมดัดแปลงส่วนหนึ่งของบ้านเป็นสำนักงานสถาปนิก
สำนักงานเล็กๆ..
ที่มีผมและเพื่อนสองสามคนรวมหุ้นกัน
มาสานฝันแบบมิหวังเงินงามเป็นใหญ่
ขอให้ได้ออกแบบอะไรก็ได้อย่างที่ไม่อัปลักษณ์สายตา
ฝากโลกหล้าเอาไว้ ก่อนตายจากโลกนี้ไป
และ
ยังพอมีกำไรแบ่งปัน
ให้มีชีพชอบทำสิ่งแสนรักสานฝันต่อไป
ที่หลังๆงานชักน้อยลงๆทุกที



เพราะพวกผม..ทนเบื่อรับงานกับไอเดียนายทุน
ที่ไร้สมองแทบไม่ไหว
ที่พลอยพาให้บริษัทผม...เริ่มเห็นแววรำไรๆแล้วว่าไม่ช้านาน
เราอาจต้องพากันแตกกระจายกระจุย
ลุยร่างไปแบกหามทำอย่างอื่นแทน



หากก็ยังดีกว่า ทนขายจิตวิญญาณ
ขายอุดมการณ์อุดมคติทำงานแลกเงิน
แค่เอาใจนายทุนทำลายสิ่งแวดล้อม
ด้วยตึกหน้าตาอัปลักษณ์
ที่ถึงเอาเงินมากองทับแทบท่วมเท้าก็รับไม่ไหวละครับ
ยอมอดมื้อกินมือหรือสามมื้อ...ถือคุณธรรมค้ำจุนโลกเสียยังจะดีกว่า...



กลับมาที่บ้าน..ผม..
ที่ใช้เป็นสำนักงานอีกทีจะดีกว่านะครับ

บ้านที่เต็มไปด้วยกระจกรายรอบปล่อยโล่งว่างหากมิร้างไร้ด้วย
รายรอบเต็มไปด้วยแมกไม้ไทยไหวสะพรั่ง
พาพลังเย็นฉ่ำสดชื่นให้ไหลรื่นเข้ามาให้เราได้รับรื่นรมย์


และ
เป็นเกราะกั้นกำบังตาจากโลกภายนอก
ราวกับว่า...
ผม..มีบ้านในป่าแถวอัฟริกาก็มิปาน ประมาณไหนประมาณนั้นเลยละครับ



เพราะว่าเวลาตื่นเช้ามา
ผมเองยังหลงฝันหลงเพ้อ

ยามถูกปลุกด้วยเสียงสิงสาราสัตว์อันมากมาย

โดยเฉพาพนกไพรหลายพันธุ์หลากชนิด
ที่มาสิงสถิต..ไกวเปลต้นไม้พากันร้องระงม..


จน...บางทียามอุษาสาง
ผม..ก็หลงละเมอว่าผมนอนอยู่
ในท่ามป่าใหญ่ไพรกว้าง..ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในโลก
ที่แสนสุขสงบอย่างที่สุดเลย


คุณ..อย่าอิจฉาผมเลยนะครับ..
ที่ได้ใช้ชีวิตชิดใกล้ธรรมชาติแสนงามอย่างนี้
ก็ไม่เห็นจะยากสักนิดเลย

คุณก็สามารถเนรมิต..ให้มีได้...



ก็! เพียงเริ่มทำ..เลยละครับ
วันหยุดนี้

คุณก็ลองเปลี่ยนทัศนคติชีวิต...ลิขิตร่างและขา
พาไปเดินดูสวนต้นไม้พันธุ์รุกขชาติดาษดา...

แทนที่จะ
เดินห้างสรรพสินค้าดูสวรรค์ลวง
ล้วงเงินงามให้พลันพรากจากภายในพริบตา

แค่เพียงสักวัน
ก็คงไม่เลวนักดอกนะครับ..


ผม...อยากกระซิบบอกอะไรนะครับว่า
คนเรา..ทุกวันนี้..
ที่เกิดอาการ...เซ็ง..เซ้ง..เซ็ง..เบือ เบื้อ เบื่อ

ถึงกับมีหมอจิตวิทยาพากันวิเคราะห์เจาะลึก
และ
พากันตั้งสมญานาม...
ให้คนในโลกรานร้าวเศร้าสิ้นสุขไร้สนุกสนานเบิกบานใจ

ในชื่อใหม่ว่า*โรคหน่าย*



ที่หากปลอยไว้นานๆจะพาลพาไปพบโรคซึมเศร้า
อยากตายวันละหลายๆหนเข้าก็เป็นได้

โรคนี้ผมอ่านพบจากคอลัมน์
มองชีวิตของศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระในนิตยสารดิฉัน
*คุณหมอบอกว่าคิดว่า .....


.............
...........
มาจากระบบความเร่งรีบ
กลางวันกินอาหารเร็วๆบ่ายๆก็ดื่มกาแฟแก้ง่วง
หรือทำงานจนถึงเย็นเสร็จ
แล้วก็รีบกลับบ้าน

หรือไปออกกำลังกาย ซ้ำที่เดิม
พบคนเดิมๆเมื่อกลับบ้าน
ก็พบเหตุการณ์เดิมๆที่ทุกคนในบ้าน
มีกิจกรรมซ้ำๆเหมือนกันไม่มีอะไรน่าสนุกตื่นเต้น
.........
........



ท่านสรุปเอาไว้น่าฟังว่า
ดีกรีของความหน่ายชีวิตนี้
ขึ้นกับพื้นฐานของบุคลิกภาพของแต่ละคน




การจะลดความหน่ายชีวิตได้นั้น
ก็ขึ้นกับความสามารถ
ที่จะปลุกตัวเองให้พ้นจากความหน่ายได้
ลดความกลัวการเปลี่ยนแปลง
ใจกว้างกับตัวเองและคนอื่นให้มากขึ้น


......
เพราะในสังคมวัตถุนิยม
และคนต้องทำงานหนักกันทุกวัน
ทำให้ผู้คนลืมสร้างมิตรภาพ
และความรักในจิตใจกับตนเองและคนอื่นๆ
จนทำให้คนเป็นโรคหน่ายชีวิตกันมากขึ้น..*
............



ฉะนั้น..วันนี้ผมเห็นว่าท่าจะดีนะครับ
หากคุณๆจะลองปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตดูบ้าง
จากเส้นทางชีวิตธรรมดาเดิมเดิม

เช่นวันหยุด
ก็เอาแต่นอนเขลงฟังเพลง
กับดูทีวีบรรเลงอยู่อย่างเดียวคนเดียวทั้งปี
(กรณีไม่มีพันธนาหาแฟนแม่แขนอ่อน
มานอนหนุนแขนคล้องขามัดใจเพ้อพรรณนาออดอ้อนออซาะฉอเลาะรักนะครับ)


ผมขอให้ลองหัดปรับเปลี่ยนทำอะไรๆแปลกๆบ้าง
จะได้สร้างสีสันให้กับวันหยุดแห่งชีวิต
ให้ได้พบเห็นมีอะไรใหม่ๆทำขึ้นมาบ้าง...



ผมมีเพื่อน..คนหนึ่งครับ
เขาคนนี้เป็นนักปรัชญาราวรู้ชะตาฟ้าดิน
รักในธรรม ธรรมชาติ

แต่..มิเคยฉลาดคิดสามารถปลูกต้นไม้
หรือหาต้นไม้มาไว้ประดับตาประเทืองใจ
ในห้องแคบๆราวกรงขัง
เพื่อสร้างหวังหวานแรงบันดาลใจได้เลยแม้แต่สักต้นเดียว..จริงๆ



ให้ตัวเขาเองได้แลเหลียวไปพบพันธุ์ไม้
ที่สามารถปลูกในกระถางวางไว้ริมระเบียงเคียงใจ
ยามลืมตาแล...



ราวได้เห็นไสวไพรพง
แทนดงเมืองน้ำครำ..คลาคล่ำด้วยผู้คนอลวนเอลเวง
ตะเบ็งเสียงแต่เช้ายันหัวตรอกท้ายตรอก
ด้วยดนตรีเมืองอันแสนเปลืองหูที่จะรับฟัง



ผม...คิดว่าคนเราหากจะขยันรักธรรมชาติ
ก็คงต้องลงทุน
คิดหามาปลูกเพาะพันธุ์สร้างฝันประดับจิต
สร้างพลังชีวิตดีกว่ามาบ่นเพ้อ..เบื่อบ้า
ชั่วนาตาปีว่าอยากหนีกรุงกรง



ที่จำต้องปลอบให้ปลงๆว่า

คนเรา..จริงๆแล้วอยู่  *ที่ใจ..*

ไม่ว่าอยู่ที่ไหนหากทำใจได้
ก็เหมือนราวกับอยู่ในป่า
ก็โอเคแล้วละนะครับ

ในเมื่อชะตาบังคับ
และ..
เรายังมิกล้าลิขิตเลือกตัดสินใจ
พาตัวเองไปให้พ้นดงเมืองมิเรืองรุ่งริ่งได้



ก็จำต้องชดร่างใช้ใจในวิบากเมือง
แบบประเทืองสรรสร้าง
ไปตามกระแสโลกย์

หากยิ่งเอาแต่โศกก็คงยิ่งเหือดหายไฟฝัน
ทั้งน้ำหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณก็พลันจะแห้ง
ก็ต้อง..รู้ทำใจ
ทนทนทนเอา.ตาม..โลกแสร้างสวรรค์เมิน..
...........


ผม...ร่ายมายาวเลยครับ

แค่อยากเผยใจให้ทุกคน
ได้พบใจดวงแผ้วพร้อยสว่าง
หาหนทางพบสุขในทุกแรงโลกย์รานโหม


ก็...จึงอยากฝากให้
ทุกดวงใจได้คิดปลูกต้นไม้ปีละสักต้นก็ยังดี
ดีกว่า
ปล่อยให้ดาบวิชัยปลูกแทนอยู่คนเดียวทั้งประเทศไทย

โลกจะได้มีเขียวไพร..
ให้ได้พักตาพักใจให้ฝนตกได้ในทุกฤดูกาล


ผม..นอนมองแมกไม้สายใจสายใยรัก
รายรอบวิมานดินกระท่อมไพรของผม
ผ่านกระจกบานกว้าง

เห็นกล้วยน้ำว้าสล้างเริ่มลบเหลี่ยมเป็นมนป้อม
และนั่น...มีเหลืองละออสุกแล้วในบางลูก
ที่ผมลงแรงปลูกมากับมือ..


อย่ากระนั้นเลยนอนเฉยๆอยู่ไยเล่า
ก่อนที่..
เจ้ากระรอกน้อยจะมาเจาะ
เลาะเปลือกกินหวานเสียทุกลูกให้ช้ำรานหัวใจ

ผมจึงจำกระโดดผลุงลงไป
หาบันไดไม้ไผ่พาดแล้วก็ตัดสวาทหวีงาม..จากลำต้นนะทันที!



และ
นี่คือ..อาหารเช้าชีวจิตรสธรรมชาติพิลาสล้ำ
เอมอิ่มยามชิมลิ้มลองฉ่ำรสหวานจากกอกล้วยหวี

ด้วยประมาณว่าหวานนี้หวานกว่าหวานใด
ใช่เพราะอะไร..เพราะบวกแรงพยายามภาคภูมิ
ที่เราได้ ปลูกเพาะทะนุถนอมรดน้ำมากับมือ

ที่ดีกว่าไปซื้อหามา เข้าท่ากว่ากันเยอะเลย..



และ
อร่อยเกินเลยคำว่า*ปอกกล้วยเข้าปาก*
เมื่อมาดื่มกลั้วกล้ำกับน้ำองุ่นแดง
เพิ่มพลังแรงให้รับอรุณแสนงาม
ในยามเช้าอย่างได้รสชาติชีวีชิวิต..



แถมยังได้แบ่งให้เพื่อนบ้าน
ต่างพากันได้ลองลิ้มหวานงามตามๆกันไป
ได้ใช้เพาะไมตรีจิต
ให้น้ำใจมิตรไปพร้อมกับกล้วยไปอย่างกล้วยๆก็หลายหวี



ผม....
ชอบที่จะนั่งนิ่งนิ่ง
ทิ้งสายตาสายใจฟังเสียงนกไพร
นกน้อยๆตัวเล็กๆ
มาเกาะก้านกอแก้วกิ่งไกวไหวโยกในยามอุษาาง

และ
พลางทอดตาแลดูมะม่วงเขียวเสวยพวงงามห้อยย้อยระย้าดก
รอ..ยกตะกร้อสอย..คอยมันส์อีกสักนิด


และ..
แอบจ้องมองใบกล้วยนวลไสว
*แม่สไบสีไพลสีแพรแสนสวยใส*

ที่กำลังโบกใบอรชรอ้อนรับสายลม แลแสงแดดอ่อนอุ่น
ให้ใจผมละมุนเสียไม่มี
.......



และ......!
ก่อนที่..
วิมานฝันของผมจะพังทลายลง....
ด้วยเสียงแหลมใสของเทคโนโลยี่สมัยใหม่...

ที่พร่าผลาญความเป็นส่วนตัวเสียสิ้น
ตามไปให้ได้ยินแม้กระทั่งยามสุขี
มีสุขปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำ
ทั่วทุกโถทุกข์ถิ่นทั่วไทยทุกข์ถ้วน
กวนด้วยเสียงโทรศัพท์
เจ้ามือถือฤามือไม่ถือ

ก็มิอาจเลี่ยงหลบกลบเสียงเลี่ยงไปไหนพ้น
หากมีธุรกิจหรือธุรเกินเผลอเพลินลืมปิดระบบ


เสียงตะริ๊ดติ๊ดติ๊ดๆๆๆ
ที่ตามติดราวมีชิวิตวิญญาณ
ตามล้างตามล้วงตามกวนตามล่า
ตามหารักแท้ตามทวงหนี้
ตามทวงชีวีให้แทบวายวอด
ยามต้นเดือนปลายเดือนแทบไม่พอกิน


เพราะลิ้นหลงพะวงเผลอละเมอรัก
ที่จะพูดๆๆให้หูรับรสหวาน
จากสาวฤาหนุ่ม
ให้กระชุ่มกระชวยใจ
หากพอเวลายามจ่ายก็แล้วแต่ตัวใครตัวคนนั้น
ให้ฝันสลาย..เงินมลายหายวับกันเอาเอง



และ
เพราะทุกเสียงสัมผัสพาให้ทุกผัสสะที่กระทบ
มักจบลงด้วยความพ่ายแพ้ใจต่างต้องไปเติมเงิน..
เอาไปใส่กระปุกให้นายทุนที่รวยกว่า..และยิ่งรวยกว่าๆ
จนกว่าทุกชีวาจะลาล่วงมิตกบ่วงมาร...บ่วงทาส...



หัวใจยามเช้าผม..
เริ่มรอรับระทมมากกว่าสุข
กับทุกเสียงในวันหยุดนี้

ที่ผมอยากอยู่...
กับความนิ่งว่างวางไว้ไร้ร่างเสียบ้างบางวันก็ยังดี



ที่จะไม่มีใครสักคน
ที่ไม่ว่าหวังดีหวังร้ายมากวนใจ..
ให้หูอยู่ไม่เป็นสุขทุกข์ไปตามเสียงที่ได้ยินหากรับไว้

ไม่ก็ต้องผุดลุกผุดนั่งคอยหาจังหวะวางสาย
คล้ายต้องเกรงใจ
ในกับบางคนที่ทนมาจนเคยชิน



แต่...ทว่า
สำหรับนาทีนี้..กับยามเช้าแสนดีนี้..
กลับ
ทำให้ชีวีผมไหวหวั่นผิดคาด
จาก...
เสียงใสใสหวานนุ่มนวลที่มาแปลกดี
ตรงที่แนะนำตัว
ด้วยชื่อที่แสนแปลกมิมีใครเหมือนพอกัน


*สวัสดีค่ะ ศกุนตลาค่ะ
ขอโทษนะคะ
ที่รบกวนคุณในเช้าวันหยุด (ใจผมคิด...*รู้แล้วโทรมาทำไมล่ะ*)

ดิฉันได้เบอร์คุณมาจากเพื่อนค่ะ
อยากปรึกษาคุณเรื่องบ้านนะคะ



เพราะเพื่อนบอกว่าคุณถนัดเกี่ยวกับเรือนไทยค่ะ*
*ดิฉัน..มีเรือนไทยริมทุ่งแถวมีนบุรี

ตอนนี้มีปัญหานิดหน่อยค่ะ
อยากให้คุณมาดู
ทั้งๆที่เกรงใจคุณมากนะคะ


แต่...
พอดีระยะนี้ฝนหลงฤดูโปรยมา
เกรงว่าจะแก้ไม่ทันการณ์ค่ะ
อยากขอความกรุณา หากคุณว่าง นะคะวันนี้
เชิญได้มั้ยคะ
จะบอกเส้นทางให้นะคะ
ได้โปรดเถอะค่ะ..


เธอว่ามาเป็นชุด..พลางรอคำตอบ...
ที่ชอบมิชอบก็สุดแล้วแต่ผมจะกรุณา

โอ้อนิจจาฟ้าดิน สิ้นแล้ว...วันหยุด

กับใจดวงถวิลรักธรรมชาติ
ที่ชอบสะดุดด้วยใจอ่อน
กับคำอ้อนออดของสาวๆเสมอมามิหลาบจำ



*ผม...เองเลยเริ่มอึ้งอั้นงันงง
หลงเสียงนางเข้าให้แล้วละกระมัง
ถึงดันไปรับปากรับคำ

ทำให้ต้องรีบอาบน้ำแทบไม่ทัน
หากางเกงนุ่งก็แทบไม่ถูก
ขาแทบขวิดไปขวิดมา



แล้วยังรีบต้องพาร่างบึ่งขับรถอย่างสุดชีวิต
มาตามคำประกาศิตสุดท้ายของนาง

ที่ทอดเสียงแสนหวานได้ราวนางละคร
ผู้กำลังอ้อนพระเอกให้มาตามหารักแท้ประมาณนั้น...
.........


ว่าแล้วไม่นาน
ผมผู้จำต้องรับบทพระเอกผู้ใจดี
ที่มีหรือจะปฎิเสธทั้งเงิน(หวังจะงาม)ทั้งงาน..
ทั้งนายจ้างที่ดูราวจะใจดี..
อันนี้พยายามคิดเข้าข้างตัวเองเข้าไว้...จะได้มีแรงขับรถ
แบบรีบเร่งบุกป่าผ่าดงแบบไม่ชำนาญทาง
ที่ขับพลางโทรพลาง ถามทางมาเรื่อยราวกามนิตหนุ่มทีเดียวเชียว



ผมตะลอนๆมาแสนไกล
คิดไปคิดมาคงใกล้ฉะเชิงเทราเข้าไปทุกทีแล้ว..
หากเส้นทางชนบทสายสวย
ที่ทอดตัวอรชรก็ช่วยจิตใจผมไว้ได้มากทีเดียว
ที่ช่างแสนงดงามแพร้วพร่าง

ด้วยนาข้าวสีไพลไหวระบัดราวแพรพรม
ช่างแสนบรรเจิดใจเสียนี่กระไร



ไหนจะคูนสองข้างทางไสวเหลืองละออ
ที่กำลังพร่างพ้อพรายพรมรับลมร้อน
เป็นทิวแถวริมทางให้งามสว่างไสวไปทั้งถนน

ที่ไม่ค่อยมีรถและคนจะผ่านมา
นั่น..ตะแบกพราวม่วงหม่น
ปนกับชมพูพันทิพย์จนแทบแยกไม่ออก




นั่นแคร์ฝรั่งแกมกับหางนกยูงสะพรั่งแดงแรงร้อน
อ้อนสายแสงแรกแห่งอรุณงาม
ที่กำลังเริ่มเข้ายามสายแล้ว




และ..
โน่นโอนเอนดงตาลริมนาสุดลูกหูลูกตา

ผมเริ่มเห็น..เรือนไทยไวไวในคลองตา
ก่อนที่
จะขับรถมาหยุดลงตรงหน้าประตูรั้วไม้
ที่เขียนไว้ด้วยลวดลายฉลุแสนงามนามว่า..


*เรือนศกุนตลา*
แลไปรายรอบในกรอบตา
คือนาข้าวไสวเขียวขจีที่ราวเพิ่งหว่านกล้า
และ
ก่อนจะข้ามสะพานทอดโค้งไปสู่เรือนไทย
ที่ถมที่ปลูกไว้ณ..กลางบึงบัว



ที่บัดนี้พากันชูช่อแข่งสีสันอวดอรชรว่อนงาม
ไปทั่วทั่งบึงกว้างมิให้ร้างรักราดอก..
ผมค่อยๆเดินก้าวเท้าข้ามสะพานไม้อย่างช้าช้า
และ
แปลกดี ที่ลมพัดไหวมาวูบหนึ่ง
ราวกับพลอยพาหัวใจผมพลันถูกตรึงด้วยพลังลึกลับกับบางสิ่ง



ที่ผม..ยิ่งงันงง
ราวหลงเข้ามาในแดนดินโบราณผ่านยุคสู่ต้นรัตนโกสินทร์
ผมรีบ..สลัดความคิดวูบไหวนั้นออกไปจากจิตรำลึกรู้

แล้ว...
ค่อยๆเดินดูบัวพร่างแสนงามในท่ามตะวันสีทอง
และมวลภมรผีเสื้อกางปีกร่ายฟ้อน
ว่อนภิรมย์ดมกลิ่นเกสรอ้อนสายแสงสีเงินกับฟ้าคราม



กับตระการตาของนาข้าว
และดงตาลหวานแสนหวานริมรั้ว
ก่อนที่จะถามทางครั้งสุดท้าย
ยืนยันว่าผมนั้นมายืนไม่ผิดที่ผิดทาง
กับ
สาวน้อยนามศกุนตลา...



ที่ณ..บัดนี้..
ผมเห็นเธอคนดีแล้ว..

ผู้หญิง..งามเศร้าราวนางในวรรณคดี..ศกุนตลาเสียจริงๆ
นางที่ผมพอจำวรรคทอง
บทพรรณณาอันแสนเพริศพริ้งจากท้าวทุษยันต์ได้ว่า


*ดูผิวสินวลละอองอ่อน มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น
สองเนตร์งามกว่ามฤคิน นางนี้เปนปิ่นโลกา
งามโอษฐดั่งใบไม้อ่อน งามกรดั่งลายเลขา
งามรูปเลอสรรขวัญฟ้า งามยิ่งบุษบาเบ่งบาน
ครวฤามานุ่งคากรอง ควรแก่เครื่องทองไพศาล
ควรแต่เปนยอดนงคราญ ควรแก่ผู้ผ่านผไท..*
..............



เธอ..งามมาก
และค่าคำว่างามสำหรับผม
ในฐานะผู้รักศิลปะ
ผมตีค่าเสมอว่า...คือแผกพิศพิเศษพิสุทธิ์



คำว่างามคือคำ
ที่ละม่อมละมุน
หอมหวานกว่า
มีอะไรมากกว่าในร่างที่เห็น


ผม..บอกได้เพียงว่าเธอมีนัยน์ตาโศก..สีน้ำผึ้งรวง
มีมาดนุ่มนวลยามแย้มยิ้ม ที่แสนพริ้มเพรา
ที่ลบเหงาใจได้มากกว่าการยิ้มร่า
มีความนวลในทีท่าแสนสงบงาม
ในยามทายทัก



และ
ที่ผม..คิดว่างามนักงามหนา
แสนจะยอดงามสำหรับผมคือ

เธอมีดวงตา
ที่ยิ้มรับขวัญโลกได้
ทุกคราที่เธอคลี่ยิ้มราวโลกแสนไสวสว่าง
แม้นจะแฝงฝังความเศร้าเอาไว้อย่างลึกเร้น..


และ
ที่ทำให้หัวใจดวงโบราณผม
ที่รักงามศิลปะวัฒนธรรมไทยในทุกลีลาทึ่งนักทึ่งหนา
คือเธอย่างก้าวมารับผม
ในผ้าซิ่นสีชมพูลายขวางสลับทางฟ้าจางๆ
และ
พรางร่างบอบบางอรชรอย่าง
น่าทะนุถนอมนวลในเสื้อแขนกระบอกสีไพล



นี่ราว..นางในวรรณคดีไทยเสียจริงๆ
ที่ผม..พยายามสังเกตอย่างรวดเร็ว..

ไม่เกี่ยวกับคำพูดแสนมีมนต์ขลังของเธอที่ตามมา
ในนาทีต่อไป ที่ไหวหัวใจผม
ให้วูบวาบ หวามไหวอย่างแปลกสิ้นดี

อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ..


เธอ..
กำลังต้อนหน้าต้อนหลัง
เจ้าสุนัขที่หน้าตาน่ารัก
หากเสียงเห่าทายทักกลับไม่ค่อยน่ารักตามใบหน้าเอาเสียเลย

มันคงแค่อยากทำความรู้จักผมเฉยๆด้วยละกระมัง
ให้เธอต้องคอยรั้งปลอกคอ



และ
ค่อยๆก้มลงกระซิบบอกให้มันหยุดเห่าเสียที
ก่อนที่เธอจะบอกให้มันนั่งลง
ให้ผมงงในความเชื่องแสนดีของมัน
ที่คงภักดียิ่งนักต่อเจ้าของ..



เธอ..สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่มานะคะ
คงหาทางเข้ายากหน่อย
เพราะว่าไกลมากนะคะ
อย่ากลัวเจ้าแตงไทยนะคะ


เดี๋ยวจะให้มันไหว้ทักทายคุณค่ะ

ว่าพลางเธอยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เจ้าแตงไทย
ที่ราวกลายเป็นเจ้าแตงอ่อนแสนว่านอนสอนง่ายเสียไม่มี

ก่อนที่มันจะยกร่างชันขาหน้า
และทำท่าสวัสดีแสนตลก



ที่ทำให้บรรยากาศคลี่คลายด้วยความน่าเอ็นดู
ที่ผมอดเมตตามันไม่ได้
ในความจงรักภักดีของมัน
เจ้าสุนัขพันธุ์ไทยที่แสนซื่อสัตย์ต่อเจ้าของเสียนี่กระไร


ได้เบอร์คุณ..มาจากเอื้องค่ะ
เจ้าของบ้านเก่าทรงยุโรปโบราณ
ที่คุณรับซ่อมแซมตกแต่ง
ทั้งภายในภายนอก

และออกมางามไม่หลอกตา
ยังคงรักษาเอกลักษณ์เอาไว้ได้
ไม่ใช้สีโดดเกินไปค่ะ
ยังคงรักษาเอกลักษณ์เก่าให้ดูกลมกลืนรื่นรมย์
มีชีวิตชีวาไปกับบรรยากาศร่มไม้ริมชายคลอง
ราวย้อนยุคสมัยกลับไปในกาลก่อนค่ะ



ฉันจึงประทับใจ
แต่...ที่นี่เป็นเรือนไม้เรือนไทยนะคะ
อยู่กันมานาน
แต่ตอนนี้มีเพียงฉันค่ะ



เธอ..นิ่งงันเงียบ
ก่อนจะค่อยๆกล่าวออกมา
*คุณพ่อ..คุณแม่ฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ค่ะ*



นาทีนั้นหัวใจผมไหวระริก
ราวรับรู้ความเศร้ารานร้าวในน้ำเสียง
แม้เธอจะเลี่ยงหลบตา
แล้ว..
กล่าวด้วยเสียงธรรมดาๆว่า



*ฉันรักผูกพันกับที่นี่มากค่ะ
เพราะบรรพบุรุษฉัน
อาศัยและอยู่กันมาหลายชั่วคน...นานมากแล้ว
หากคุณชอบอะไรๆที่โบราณ
หวังว่างานนี้คุณคงได้รับความสุขแถมนะคะ*



หญิงสาว...
ค่อยๆเดินนำทางเข้าสู่ภายในบริเวณลานกว้าง
ที่รายรอบปลูกพันธุ์ไม้ไทย
มีทั้งลำดวน ปีบ  จำปี ราตรี กระดังงา
พะยอม หอม นวลดอกแก้วริมรั้วโมก..
มะลิลามะลิซ้อนหลากพันธุ์หลายกอ
และ....อีกมากมายนัก



*เรามีเรือนสามเรือนเรียงรายล้อมชานกลางไว้นะคะ
มีเรือนนอน เรือนครัว..
ที่ดัดแปลงเป็นเรือนรับรองแขก
และที่สำหรับรับประทานข้าว


กับ
อีกเรือนเป็นหอพระค่ะ
เพราะว่าฉันใช้สำหรับนั่งสวดมนต์สมาธิภาวนา
สำหรับ
ชานเชื่อมตรงกลาง
เป็นที่สำหรับเอนอิงพิงหมอนขวานนอนดูดาวเดือนค่ะ


ตรงนี้จะงามมากหากมิใช่ฤดูฝน
พอฤดูฝนก็ต้องขยับไปนั่งในชายคาเรือน
คอยดูสายฝนพรำย่ำหยดลงกระทบแผ่นไม้
ก็งามไปอีกแบบค่ะ


และ
จะได้กลิ่นแมกไม้ไทย
แก้วราตรีกอ..
โมกจะพ้อพิไรลมพรมพร่างขึ้นมาถึงบนนี้เลยค่ะ

บางคืนที่อากาศดี..ดาวเดือนจะเกลื่อนฟ้า
ฉันจะมารับแสงจันทราด้วยแสงเทียนวูบไหว
หาอะไรมาร้อยเรียงมาเขียนมาอ่านมาทำค่ะ


บางทีก็นั่งร้อยมาลัยไปถวายพระ
ก็ได้บรรยากาศงามสงบสุขไปอีกแบบ
แถมมีเสียงเรไรร่ำจิ้งหรีดร้อง
ก็ได้ฟังดนตรีไพรแถมค่ะ



เอาละนะคะ
จะพาคุณไปชมหอพระค่ะ
จริงๆแล้วหอพระมีพระมากมายค่ะ
สะสมมายาวนานมาก
แต่ฉันเก็บไว้ในตู้บานกระจกเห็นมั้ยค่ะ
ให้ดูงามสงบและเป็นระเบียบค่ะ



มีเพียง
พระพุทธรูปจำลองพระชินราชศิลปะสุโขทัยองค์ใหญ่
ประดิษฐานวางไว้เพียงองค์เดียว
เพื่อเพียรนำน้อมมาจับนิรมิตค่ะ
ที่ทุกคืนค่ำ
ฉันจะมานั่งสวดมนต์ฝึกสมาธิภาวนา



และ
นั่งสงบใจดูแสงเทียนระย้าระยับ
จับพระพักตร์ท่านราวทองทาบทางามจรัสเรือง
มลังเมลืองไสวสว่าง
ด้วยดวงใจสุขสงบงามมากค่ะ



และ
มีตู้เก่าเก็บหนังสือธรรมะมากมาย
เพราะว่าฉันชอบอ่านซ้ำไปมาค่ะ
หลบชีวิตวายวุ่นพาร่างใจไปฝากไว้ในโลกธรรม
ที่แสนฉ่ำเย็นและแอบน้อมนำมาสอนใจให้พลังใจได้ค่ะ

เห็นมั้ยคะ
หากคุณอยากหยิบยืมไปอ่าน
ก็รีบซ่อมหลังคาเรือนให้หลังคากันน้ำไม่รั่วซึมก่อนนะคะ
แล้วจะได้สบายใจเสียทีว่า..อะไรๆจะไม่สูญเสียไปมากกว่านี้
.......


*ต่อไป..ตามฉันมาค่ะ
ก็ห้องนอนค่ะ
เพราะมีปัญหาที่สุดเลย
นอนๆอยู่ฉันงงมาก
คิดว่านอนอยู่ท่ามกลางสายฝนโปรยที่ไหน



และถึงหัวใจฉันจะรักสายฝน
และแสนโรแมนติกสักประมาณไหน
ก็ไม่ไหวค่ะ เมื่อตื่นขึ้นมา
พบว่าน้ำท่วมที่นอนหมอนมุ้งหมดเลยค่ะ


และ
กับกองหนังสือ
และเล่มที่นอนอ่านจนหลับไป*สิทธารถะของเฮอมานเฮสเส
ละลายยุ่ยเลยค่ะ
สงสัยเพราะกระเบื้องเก่ามีรอยแตกค่ะ
อันนี้สันนิษฐาน
คุณต้องดูอีกทีนะคะ*


ผม..เดินตามเธอ
อย่างแขกที่ดี
อย่างคนที่มีพลังจะรับงานทำให้ดีที่สุด
จึงได้แต่ฟังฟังและฟัง
ให้เธอบอกกล่าวเล่าถึงทุกปัญหา
นานๆทีถึงจะถามหากสงสัย



เธอ..
พาผมเข้ามาถึงห้องนอน
ที่เธอคงจะมิเคยยอมให้ใครเข้ามาก่อน..(อันนี้ผมพยายามคิดเข้าข้างเธอและตัวเอง)

ไม่น่าเชื่อ
ว่าเธอคนดี..จะยิ่งทำให้ผมงงงันอั้นอึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม



เพราะมีบางคนบอกว่า
คนเรานั้นหากเราอยากรู้จักรู้ใจรู้วิถีความเป็นไป
ก็ให้ตัดสินดูจากบ้าน จากความเป็นอยู่
และ
แค่ทุกห้องหับที่ผ่านมา
ก็เพียงพอจะบอกผมได้แล้วว่า



เธอนั้น...
ต้องได้รับอิทธิพลอันงามล้นมากค่า
จากคำสอนของคนยุคโบราณ
ให้เก็บกวาดบ้านงามสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย



และ
แทบทุกห้องที่ผ่านมา
ผมทึ่งมาก ว่าเธอแสนมีรสนิยม
แห่งความเป็นไทยที่สมถะรักษาความงามเรียบง่าย
ราวรู้จักใช้ชีวิตบนวิถีความพอดีพอเพียงกระนั้น


และ
ผมยิ่งราวฝันไป
เมื่อเปิดประตูไม้เข้าไปพบ
ความละไมละมุนนวลนุ่มน่านอนในห้องนอนเธอ
ที่แสนสงบสุข



เธอมีเตียงไม้..เสากลมสี่เสา
ที่มีมุ้งนวลพราวขาวพ้อพันด้วยริบบิ้นไหมเกลียวทอง
ปูฟูกที่นอนด้วยผ้าลินินขาวสะอาด
พร้อมหมอนสีขาวเช่นกัน


มีม่านฉลุลายนกยูงรำแพน
ลงแป้งรีดเรียบงามระบัดไหว

เคียงหัวนอนมีโต๊ะกลมขางอนเรียว
ไว้วางพานดอกไม้
ที่นะบัดนี้มีดวงดอกพุดซ้อน
วางอรชรอยู่สามสี่ดอกเริ่มเหลืองนวล


ตรงข้ามกับเตียง
มีโต๊ะเครื่องแป้งโบราณ
ที่บานลิ้นชักทุกอันมีหูจับด้วยเม็ดมะยมสีขาว
มีกระจกหูช้างซ้ายขวา

มีตู้เสื้อผ้าที่เป็นกระจกสามารถมองเห็นผ้าพับไว้
อย่างเป็นระเบียบไม่กี่ชิ้นเป็นชั้นช่องน่ามองน่าใส่



และ
ที่งามผ่องผุดให้หัวใจแสนไหวหวามคือ
มีภาพวาดเธอในชุดไทย
ที่งามราวกุลสตรีไทยโบราณ
ราวนางศกุนตลาลอยเลื่อนลงมาจากสวรรค์สรวง



ในภาพ
ดวงตาเธอหวานซึ้งราวน้ำผึ้งรอหยาด
ให้ผู้หยุดมองผาด
มิอาจผ่านตาและราวกับว่าจะต้องมนต์ขลัง
ให้แม้..มิอยากจะคิดหันหลังกลับได้นานนาที


เธอ..บอกผมว่า
หมดแล้วทุกห้องที่ควรจะแก้ไขพร้อมกับชี้ให้ดูรอยร้าว
พร้อมกับที่ผมรับปากจะกลับมา..



*คุณรู้ไหม..
ใครๆก็ว่าฉันราวผู้หญิงโบราณลงมาเกิด
ค่าที่นอนเตียงโบราณ คิดแบบโบราณ
รักเรื่องราวโบราณ*



และ
ทุกคืนฉันก็ยังกางมุ้งนอน
แถมเปิดหน้าต่าง
รอรับพร่างละอองฝนพร่างกับอากาศธรรมชาติแสนดีแสนหอม
ด้วยพวงพะยอมไพรนานาพรรณ




คุณเห็นดวงดอกลั่นทมริมหน้าต่างมั้ยคะ
มาพร่างพ้อล้อหน้ามาเยือนแย้มยิ้ม

ราวกับเพื่อนเคียงนิทราทุกราตรีฝันเลยค่ะ
มากล่าวคำว่าราตรีสวัสดิ์ทุกคืนค่ำ
มาร่ำรินกลิ่นหวานเศร้าเฝ้าเอาอกเอาใจ
ให้ฉันหลับไหลอย่างแสนสุขเสียไม่มี


แล้ว..
ฉันก็ชิน
กับการที่จะนอนดอมดมกลิ่นแสนละมุนคุ้นใจนี้ไปค่ะ
ตั้งแต่เล็กมาจนโตเลยทีเดียว


ดีว่าที่นี่ไม่มีขโมยค่ะ
และฉันมีผู้พิทักษ์..
ทั้งสัตว์คือเจ้าแตงไทย

กับคนคือ..*ลุงใหญ่* คนเก่าคนแก่
ที่ฉันให้ที่นาท่านทำนาฟรี
จะได้เลี้ยงลูกเมียค่ะ
ท่านปลูกกระท่อมก่อนข้ามบึงมาถึงเรือนค่ะ
ใครไปใครมาผ่านด่านหน้าไม่พ้นค่ะ
นอกจากฉันจะสั่งไว้ให้ผ่านมาได้*



เธอ..
ค่อยๆนำผมลงมายืนริมบึงบัวกว้าง
พร้อมกับที่ผมได้พร่างกลิ่นเกสรพรายกระจายจรุงใจ



ตะก่อนที่ตรงนี้ไม่มีบึงบัว
ฉันเพิ่งขุดเองให้รายรอบเรือน
ดูงามดีจังเลยค่ะ
เวลามายืนรับเยือนแย้มยามเย็นยามตะวันโพล้เพล้น่ะนะคะ



และ..
เพราะ
ฉันรักที่จะเด็ดบัวมาจับพับจีบ
นำไปพลีบูชาถวายหน้าพระพักตร์พระพุทธผู้พิสุทธิคุณทุกคืนค่ะ

ก่อนที่จะทำพิธีสวดมนต์
จะรู้สึกดีแสนสงบงามปิติล้ำลึกเลยละค่ะ



คุณก็รู้นี้นา บัว...คือสัญลักษณ์
แทนมนุษย์พุทธภูมิทุกคน
ที่มีกมลพร้อมจะโผล่พ้นน้ำ
หากเพียรพยายามอย่ายอมพ่าย
กลายเป็นเหยื่อเต่าตมจมโคลนไม่ยอมผุดโผล่


เพราะ...
พระพุทธองค์..ท่านจะมิทรงทิ้งทอดกุลบุตรกุลธิดา
ผู้รักษาศีลภาวนาจะพาให้มีปัญญาพบท่าน..ที่รอ
ในเส้นทางธรรมทอดรอธรรมทายาท
ผู้เพียร  มีจิตกระจ่างใสไสวพิลาสที่งามล้ำ
ให้พบทางแห่งความว่างสว่างสะอาดสงบ..ไปตราบชั่วนิจนิรันดร์



และ
นั่นท้องนา..
คุณค่าแห่งทุ่งธรรมรวงทอง
ที่จะสอนบทเรียนให้เราเพียรน้อมนำมาเคียงใจ
มาคิดมาสนิทจิต

ให้รู้คิดรู้คุณกตัญญุตา
รู้ค่าคำชาวนาไทยผู้มีหัวใจดวงผ่องผุดดุจทองคำ
มีพลังแห่งความเสียสละมาอย่างยาวนาน
ให้เราหัวใจไทยทุกร่างใจ


ได้ไหวตระหนักรู้ซึ้งถึงค่าข้าวทุกคราวคำที่เปิบกิน
ว่าคนแห่งดินกลิ่นแห่งวัวควาย
ได้หยาดน้ำตาพรายตกต้องผืนหล้า
กว่าจะเพาะพันธุ์หลอมมาเป็นรวงเรียวให้เคี้ยวกลืน


ที่สู้ทนพลีกมลแลหยาดเหงื่อ
หยดน้ำตา

หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาอย่างยาวนาน
ผ่านกร้านกล้าแดดร้อนพายุโหมโรครวงเรียว
ด้วยแรงอันแกร่งกล้า



ที่ยอมทายท้า
มิยอมทิ้งถิ่นแผ่นดินธรรมผืนดินทองแผ่นดินแม่มาตุภูมิ
ยังคงคอยประคองสู้
แม้ใครจะดูถูกดูหมิ่น
มิเห็นค่าคนค่าควายก็ตามที


และ..
เพราะเหตุนี้..ฉันจึงยังรักทุ่งนา..เรียวรวง
และ
ฉันชอบลุกมาดูดาวประจำเมืองลอยดวง
มาดูดวงดอกน้ำค้างร่วงรินกลิ้งกลางใบบัวสล้าง
และ
หุงข้าวท่ามกลางแสงดาวพราวพร่างฟ้าแสนสุกใสค่ะ



และ
ชอบที่จะได้ยินเสียงดุเหว่าไพร..ไก่ขัน
พร้อมหอมกลิ่นอันละไมละมุน
ของดวงดอกหอมกรุ่นดอกไม้ไทย
มะลิซ้อนโมกพิไรร่ำรำพัน
กับหยาดน้ำค้างก่อนสว่าง


บางทีจะจุดเทียนนั่งสวดมนต์ทำวัตรเช้า
เฝ้ารอสายแสงแรกแห่งพรายพระอาทิตย์
และรอใส่บาตรค่ะ



และ
นี่คือชีวิตเจ้าของบ้าน
ที่คุณคงต้องทราบก่อนการซ่อมเรือน
เผื่อจะได้เข้าใจความต้องการใช้ใช่ไหมคะ
และขอบคุณที่ทนฟังให้ฉันได้เล่าระบายค่ะ



ผม..อยากกระซิบบอกเธอว่า
ทำไมนะ..ทำไมหนอ ..!

ที่..ผมแสนเพลิดเพลิน
ยามได้ฟังบทสนทนาจากเธอ
ที่ทำให้เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก


เธอ..ตรึงตาตรึงใจผม..ด้วยลีลาโบราณๆนี่แหละ
ที่ผมคิดว่า..แผกจากผู้หญิงทุกคน
ที่ผมเคยผ่านมา
ดู..มีอะไรให้น่าค้นหาในความงามเงียบ



และ
นี่คือเสน่ห์ของเธอคนดี
ที่ผม..คิดแสนยินดี
ที่ได้มาที่นี่ ได้รู้จัก ได้ทำงานให้กับเธอ
ผู้หาญกล้า และน่าศรัทธาใจ

ที่เธอยังมีความรักในเรือนไทยมรดก
มิยกขายให้ใครไป..


กลับรู้ซึ้งในค่างามนั้น
ราวกับเธอได้รับการปลูกฝังมาให้รักวัฒนธรรมอัน
แสนจะเหลือน้อยเต็มทีแล้วใ

.....
IP: xxx.136.195.190
เขียนเมื่อ 16 Jul 2006 @ 16:43
งานไปฝากไว้ที่ ROADแล้ว นะคะเพราะตรงนี้ระบบมีปัญหา

แล้วลบอันนี้ทิ้งนะคะ

กราบขอโทษค่ะ