งานวิจัยเรื่อง : การศึกษาเกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากรผ้ากระสอบและหาทางเลือกในการจัดตั้งตลาดนัดผ้ากระสอบที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
คณะผู้วิจัย : นายกูอันนูจาร์ ศรีระเด่น
นายมูฮำมัดยาเอ๊ะ มามะ
นายซาการียา กาเด
ปีที่วิจัย : 2550
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษามาตรฐานการประเมินและการเรียกเก็บภาษีศุลกากร รวมทั้งการประเมินราคาและการเรียกเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าผ้ากระสอบของด่านศุลกากรตากใบ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก และด่านศุลกากรอรัญประเทศ
2. เปรียบเทียบมาตรฐานการประเมินและการเรียกเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าผ้ากระสอบของกรมศุลกากรประเทศมาเลเซียกรมศุลกากรประเทศเขมรกับของกรมศุลกากรประเทศไทย
3. มาตรฐานการประเมินและการเลือกเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าผ้ากระสอบเพื่อเสนอต่อกรมศุลกากรประเทศไทย
4. เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการของตลาดนัดผ้ากระสอบของตลาดนัดโรงเกลือในด้านการจัดการพื้นที่ การจัดให้มีบริการขั้นพื้นฐาน การขนส่ง บริการด้านการเงิน การธนาคาร และการบริการประชาชน
5. ศึกษาเกี่ยวกับความเหมาะสมในการจัดให้มีการตลาดนัดผ้ากระสอบที่อำเภอตากใบ รวมทั้งสอบถามความเห็นจากผู้ค้าผ้ากระสอบและประชาชนผู้บริโภคในพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
วิธีการวิจัย
ใช้วิธีการสังเกต สัมภาษณ์ ใช้แบบสอบถาม และการเก็บหลักฐานเป็นเอกสารของทางราชการเกี่ยวกับการเสียภาษีศุลกากร หลักเกณฑ์คำนวณภาษีศุลกากร ภาพถ่าย สไลด์ และสื่อวีดีทัศน์ ประกอบการจัดเวทีประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์และข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเป็นระยะ
ผลการวิจัยพบว่า : ธุรกิจการขายเสื้อผ้ากระสอบเริ่มมีการขายตั้งแต่ประมาณปี 2519 หรือ 27 ปีที่แล้ว โดยแรกเริ่มมีการนำเสื้อผ้าเก่า มาขายในตลาดนัด จากนั้นประมาณช่วงปี 2526-2527 มีการนำเสื้อผ้าจากต่างประเทศ ยังมียี่ห้อเป็นที่นิยมของตลาดเข้ามาขาย โดยมีจุดรวมสินค้าอยู่ที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี สร้างรายได้ให้ชุมชนและส่งเข้ามาขายในกรุงเทพ
- สำหรับในตลาดนัดโรงเกลือ มีเงินหมุนเวียนจากธุรกิจผ้ากระสอบ ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อวัน
- จากการที่ต้องเสียค่าผ่านด่านตรวจทำให้ไม่สามารถส่งขายในกรุงเทพต้องขายในหมู่บ้านจึงทำให้ยอดขายลดลง
งานวิจัยเรื่อง : การวิจัยเพื่อพัฒนาความพร้อมของธุรกิจนำเที่ยวเชิงนิเวศในภาคเหนือตอนบน
ผู้วิจัย : นางสาวสวัสวดี อาสาสรรพกิจ
ปีที่วิจัย : 2543
วัตถุประสงค์
1. เพื่อทราบสถานภาพของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว เชิงนิเวศในปัจจุบัน
2. เพื่อหาปัจจัยที่ใชักำหนดความพร้อม หรือเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนที่จะทำให้เกิดธุรกิจนำเที่ยวเชิงนิเวศในภาคเหนือตอนบน
3. เพื่อกำหนดเกณฑ์ความพร้อมที่เหมาะสมหรือทราบรูปแบบและความเข้มข้นในระดับต่างๆ ของการจัดนำเที่ยวเชิงนิเวศในภาคเหนือตอนบน ทั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและความสามารถในการพัฒนาตนเองของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ
กลุ่มตัวอย่าง : กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่จดทะเบียนกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและ มัคคุเทศก์จังหวัดภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บันทึกเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541
วิธีการวิจัย
รวบรวมข้อมูลจากเอกสารสิ่งพิมพ์ สัมภาษณ์ สำรวจ สังเกตแบบมีส่วนร่วม และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อให้เกิดประโยชน์
ผลการวิจัยพบว่า
1. เกือบทั้งหมดของผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว กล่าวอ้างว่าหรือทำให้สาธารณชนเข้าใจว่า ตนจัดรายการนำเที่ยวเชิงนิเวศในภาคเหนือตอนบนนั้น ไม่เป็นความจริงหากแต่เป็นการจัดนำเที่ยว “ทัวร์ป่า” ที่นักท่องเทียวเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติแต่ไม่ได้ให้ความรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องของธรรมชาติ
2. ปัจจัยความพร้อมประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
2.1 ความพร้อมขั้นพื้นฐานของผู้ประกอบการจำเป็นต้องมี
2.2 ความพร้อมของผู้ประกอบการในแต่ละองค์กรประกอบหลักต้องมี ได้แก่ การจัดการ กิจกรรม ด้านองค์กร
งานวิจัยเรื่อง : โครงการวิจัยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่สอดคล้องกับเครือข่ายในโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในจังหวัดเชียงใหม่
ผู้วิจัย : พระประสิทธิ์ สิรินธโร และคณะ
ปีที่วิจัย : 2548
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหาและสถานการณ์ในด้านศักยภาพ ในการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่
วิธีการวิจัย : เก็บข้อมูลที่หลากหลาย คือ
- ศึกษาข้อมูลจากเอกสารรายงาน สถิติ งานวิจัย
- สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง
- การสนทนากลุ่ม
- จัดเวทีระดับชุมชนเสนอข้อมูล
- สังเกตจากการมีส่วนร่วมกิจกรรมภาคปฏิบัติในพื้นที่
- จัดเวทีระดับนโยบายนำเสนอและเพิ่มเติมข้อมูล
ผลการวิจัยพบว่า : แนวทางการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในปัจจุบันได้ยึดกรอบการเรียนการสอนแบบโรงเรียน ซึ่งมีรูปแบบที่ตายตัวทำให้ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักการ และยังส่งผลให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ ทั้งในระดับประเทศและในระดับพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านบุคลากร หลักสูตร สื่อการเรียนการสอน การจัดระบบข้อมูล งบประมาณวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่เรียน การมีส่วนร่วมของชุมชนและส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้แนวโน้มของจำนวนศูนย์ฯที่เปิดสอนและจำนวนนักเรียนที่มาสมัครเรียนลดน้อยลง
ok ครับคุณสุธา