----//----
ภาพที่ 1: มหาวิทยาลัยคีล (Keele U) ตั้งอยู่ระหว่างเมืองแมนเชสเตอร์กับเบอร์มิงแฮม, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร (UK) [ GoogleMap ]
...
วิดีโอ 1: คำเตือน "การขี่จักรยานโลดโผน (ในมหาวิทยาลัยคีล)" เป็นความสามารถเฉพาะตัว เป็นพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย และให้ผลร้ายต่อสุขภาพ
...
วิดีโอ 2: บรรยากาศสบายๆ สไตล์มหาวิทยาลัยคีล (สถาบันการศึกษาของไทยควรทำวิดีโอขึ้น 'YouTube' เพื่อเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์สถาบันให้มาก)
...
คณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยคีล (Keele) ทำการทบทวนผลการศึกษาวิจัย 25 รายงาน เพื่อสรรหาสุดยอด 8 อาการแสดง หรือสัญญาณอันตรายที่พบว่า มีโอกาสเป็นมะเร็ง
ข่าวดี คือ คนที่อายุต่ำกว่า 55 ปี มีเพียง 2 สัญญาณอันตราย หรืออาการแสดง (signs) ที่มีโอกาสเป็นมะเร็ง 5% หรือ 1/20
...
(1). ตรวจต่อมลูกหมาก (ใช้นิ้วตรวจผ่านทางทวารหนัก) โดยแพทย์ > พบก้อน
(2). คลำพบก้อนในเต้านม
...
ทีนี้ถ้าอายุมากกว่า 55 ปี, สัญญาณที่บอกว่า มีโอกาสเป็นมะเร็งสูง 5% หรือ 1/20 ว่า น่าจะเป็นมะเร็ง พบเฉพาะในผู้ชาย
กรณีนี้, มีข้อเดียวได้แก่ กลืนลำบาก โดยเฉพาะถ้ากลืนอาหารแข็งยาก และกลืนอาหารเหลวหรือน้ำได้
...
และถ้าอายุเกิน 60 ปี, สัญญาณอันตรายทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีข้อเดียวได้แก่ ตรวจพบเลือดในปัสสาวะ
ถ้าท่านมีอาการเหล่านี้ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจ เพราะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่ำกว่า 50%, ขั้นแรก คือ ให้ทำใจ และไปปรึกษาหมอใกล้้บ้านดูก่อน...
สัญญาณอันตรายหรืออาการแสดงที่บ่งชี้ว่า อาจจะเป็นมะเร็งได้แก่
(1). เลือดจาง
(2). มีเลือดในปัสสาวะ (ฉี่)
(3). ไอเป็นเลือด
(4). กลืนลำบาก
(5). ก้อนในเต้านม
(6). ตกเลือดทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน
(7). ผลการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากผิดปกติ
(8). มีเลือดออกทางทวารหนัก (ก้น)
...
สัญญาณอันตรายหรืออาการแสดงเหล่านี้น่าจะมีความแม่นยำในคนตะวันตก (ฝรั่้ง) มากกว่าคนเอเชีย
ตัวอย่างเช่น โรคเลือดจางพบบ่อยมากในไทย และส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง, เลือดในปัสสาวะพบบ่อยในโรคนิ่ว, ไอเป็นเลือดพบบ่อยในวัณโรคปอด, เลือดออกทางทวารหนักพบบ่อยในริดสีดวงทวาร ฯลฯ
...
คนเอเชียเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าชาวตะวันตก (ฝรั่ง) มาก, มะเร็งต่อมลูกหมากส่วนหนึ่งโตช้ามาก
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนที่เสียชีวิต (ตาย) จากสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง, เมื่อทำการตรวจศพก็พบมะเร็งต่อมลูกหมากที่ไม่มีอาการได้บ่อยทีเดียว
...
ถ้าท่านมีอาการเหล่านี้, ขั้นแรก คือ ทำใจ และขอให้ลองไปปรึกษาหารือกับหมอใกล้บ้านดูก่อน
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา
-
Thank BBC
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 27 สิงหาคม 2553.
-
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
เป็นความรู้ที่เราควรใส่ใจมากคะ
ขอบคุณอาจารย์มากคะ
ขอบคุณความรู้ดีดีนะคะ แต่ดิฉันมีเคสหนึ่งคะน่าเป็นห่วงมาก คือแม่ของดิฉันเอง ท่านมีอาการไอเรื้อรังมาเป็นปีแล้วคะ ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้นะคะ ให้ยามากิน ก็ไม่หาย หมอนัด x-ray ถ้าไม่หาย คือบางครั้ง ท่านไอทั้งคืนจนไม่ได้นอนคะ ดิฉันก็คิดไปต่างๆ นาๆ หรืออาจจะเป็นโรคปอดคะ เพราะ คุณยายก็เสียชีวิตด้วยโรคปวดหรือวัณโรคแต่เสียชีวิตนานแล้วคะ เป็นเพราะกรรมพันธ์หรือเปล่าคะ ถ้าคุณหมอว่าง กรุณาให้ข้อมูลด้วยนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูงคะ
ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกๆ ท่าน... // ไอที่หาสาเหตุไม่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกรดไหลย้อน และภูมิแพ้ครับ // อาจารย์ ENT ท่านหนึ่งอธิบายไว้ดี คือ กลไกมี 2 แบบ > (1). กรดไหลย้อนขึ้นไปสูงถึงระดับกล่องเสียง ทำให้อักเสบ ไอเรื้อรัง // (2). กรดไหลย้อนไปกระตุ้นเส้นประสาท ส่งผลทางอ้อม (ผ่าน vagus nerve) ทำให้เกิดการไอ (แบบ reflex) //
ทางเลือกที่น่าลอง คือ (1). ลองค้นเรื่อง "กรดไหลย้อน" และใช้ยาลดกรด เช่น omeprazole วันละ 1-2 เม็ด // (2). ลองใช้ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วงตอนเช้า เช่น loratadine / Clarityne (3 วันจึงจะได้ผล) +/- ยาแก้แพ้แบบง่วงก่อนนอน เช่น Sulidine (ถ้าใจสั่นก็ใช้ chlorpheniramine) // ขอให้ปรึกษาหารือกับหมอ-เภสัชกร (เภสัชกรที่โรงพยาบาลผมเก่งมากๆ เลย - ช่วยเตือนหมอเวลาพลา่ดได้เป็นประจำ) ใกล้บ้านก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะถ้ามีอายุมาก หรือใช้ยาอื่นเป็นประจำ