การพัฒนากระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม

สรุปสาระสำคัญของงานวิจัย

 

เรื่องที่ 2

ชื่อเรื่อง การพัฒนากระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม

ผู้วิจัย  นางอุไร อภิชาตบรรลือ

ปีที่วิจัย  2550

วัตถุประสงค์ 

1. กำหนดกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม

2. พัฒนาแบบประเมินและเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม

3. พัฒนาคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรม

4. ประเมินกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม

วิธีวิจัย

วิธีการ

1. การกำหนดกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม

2. การพัฒนาแบบประเมินและเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม

3. การพัฒนาคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรม

4. การประเมินกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม

5. การจัดประชุมเพื่อสรุปปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ไข

                กลุ่มตัวอย่าง  

                1. ผู้ประเมินแบบประเมินและเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม ในขั้นตอนการพัฒนาแบบประเมินและเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมที่ทำหน้าที่บริหารการฝึกอบรมของหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรม

2. ผู้ทดลองประเมินผลการฝึกอบรมในขั้นตอนการพัฒนาคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมเพื่อหาประสิทธิภาพของคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรม คือ ผู้ที่มีหน้าที่ประเมินผลการฝึกอบรมของหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรม ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ประเมินผลการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น

3. ผู้ประเมินผลการฝึกอบรม ในขั้นตอนการประเมินกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม คือ ผู้ที่มีหน้าที่ประเมินผลการฝึกอบรมของหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรม ซึ่งผ่านการทดลองประเมินผลการฝึกอบรม ในขั้นตอนการพัฒนาคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมมาแล้ว

                เครื่องมือ

                1.  แบบสอบถามชนิดปลายเปิด เพื่อสอบถามถึงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรมและตัวบ่งชี้ ในด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้และข้อเสนอแนะ

2.  แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และ/หรือแบบสังเกต โดยให้คำถามตรงตามเนื้อหา และครอบคลุมสิ่งที่ต้องการประเมิน

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล  

ใช้วิธีการขอสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล ภายใต้หัวข้อความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม และตัวบ่งชี้ในแต่ละด้านของการประเมินผลการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยได้กำหนดขึ้น

วิธีวิเคราะห์ผล

นำข้อมูลที่ได้มารวบรวมข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรมและตัวบ่งชี้ในแต่ละด้านของการประเมินผลการฝึกอบรม

การวิเคราะห์ข้อมูลจะต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการประเมินผล เช่น

จุดมุ่งหมายข้อที่ 1 : เพื่อประเมินความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมในการอบรม

การวิเคราะห์ข้อมูล : วิเคราะห์เนื้อเรื่องจากการสัมภาษณ์และจากตัวโครงการ

จุดมุ่งหมายข้อที่ 2 : เพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินการอบรม

การวิเคราะห์ข้อมูล : วิเคราะห์เนื้อเรื่องจากการสัมภาษณ์ โครงการ เอกสาร และการสังเกต

                  : คำนวณหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสำรวจความคิดเห็น

ผลการวิจัยพบว่า

1. การกำหนดกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม สรุปได้ว่ากระบวนการประเมินผล

การฝึกอบรมประกอบด้วยการประเมินผลใน 3 ด้าน คือ

     1. ด้านปัจจัยเบื้องต้นก่อนการฝึกอบรม (Input) เป็นการประเมินผลก่อนการฝึกอบรมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเตรียมการก่อนฝึกอบรม โดยมีตัวบ่งชี้ที่บ่งบอกถึงคุณภาพ 9 ตัวบ่งชี้ คือ การหาความต้องการของหน่วยงานที่ขอให้จัดการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรม เนื้อหาสาระวิชา วัตถุประสงค์การสอน สื่อการสอน อุปกรณ์เครื่องมือ วิธีสอนคุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและวิทยากร ตลอดจนกระบวนการวัดและประเมินผล

    2. ด้านกระบวนการดำเนินการฝึกอบรม (Process) เป็นการประเมินผลระหว่างการดำเนินการฝึกอบรม เพื่อตรวจสอบว่าการฝึกอบรมได้ดำเนินการตามแผนการฝึกอบรมที่ได้กำหนดไว้ในปัจจัยเบื้องต้นก่อนการฝึกอบรมหรือไม่ โดยมีตัวบ่งชี้ที่บ่งบอกถึงคุณภาพของการฝึกอบรม 5 ตัวบ่งชี้ คือ การสอนของวิทยากร พฤติกรรมการแสดงออกของผู้เข้ารับการฝึกอบรมสภาพแวดล้อมในการฝึกอบรม การดำเนินกิจกรรมขณะฝึกอบรมและความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม

    3. ด้านผลของการฝึกอบรม (Output) เป็นการประเมินผลหลังจากฝึกอบรมไปแล้วในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและหน่วยงานที่ขอให้จัดฝึกอบรม ซึ่งมีตัวบ่งชี้ที่บ่งบอกถึงคุณภาพ 4 ตัวบ่งชี้ คือ ปฏิกิริยาของผู้เข้ารับการฝึกอบรม การเรียนรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม พฤติกรรมของผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกอบรมเมื่อนำกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม และตัวบ่งชี้ให้ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่บริหารงานฝึกอบรม ในหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรมจำนวน 5 ท่านตรวจสอบ พบว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเห็นว่ากระบวนการประเมินผลการฝึกอบรมและตัวบ่งชี้เหมาะสมดีแล้ว

2 .  การพัฒนาแบบประเมินและเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม ผู้วิจัยทำการกำหนดจุดประเมินที่สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพของการฝึกอบรม ในด้านปัจจัยเบื้องต้นก่อนการฝึกอบรม(Input) กำหนดได้ 42 จุดประเมิน ด้านกระบวนการดำเนินการฝึกอบรม (Process) กำหนดได้ 29จุดประเมิน และด้านผลของการฝึกอบรม (Output) กำหนดได้ 16 จุดประเมิน แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 11 ท่านที่บริหารงานฝึกอบรม ในหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรม ประเมินตัวบ่งชี้ จุดประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน และเกณฑ์การประเมิน ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่เพราะเหตุใด เรื่องความชัดเจนของภาษาที่ใช้ ความสอดคล้องกับการประเมินในแต่ละด้าน และสามารถนำไปประเมินผลการฝึกอบรมได้จริงหรือไม่ โดยผู้วิจัยได้นำเสนอแนวความคิดและวิธีการดำเนินการวิจัยให้ผู้เชี่ยวชาญทราบเป็นรายบุคคล เมื่อนำผลที่ได้จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ

มาหาค่าความถี่และรวบรวมข้อเสนอแนะ พบว่า ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่า ตัวบ่งชี้ จุดประเมินและเกณฑ์การให้คะแนนมีความเหมาะสมดีแล้ว มีเพียงเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรมที่ควรปรับช่วงคะแนนเฉลี่ย และอธิบายความหมายให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3. การพัฒนาคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรม ผู้วิจัยได้สร้างคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมขึ้น ซึ่งประกอบด้วยคุณสมบัติของผู้ประเมินผลการฝึกอบรม วิธีการใช้คู่มือการประเมินผลการฝึกอบรม ความรู้เกี่ยวกับการประเมินผลการฝึกอบรม คำอธิบายตัวบ่งชี้ คำอธิบายจุดประเมินเกณฑ์การให้คะแนนและเกณฑ์การประเมินในด้านปัจจัยเบื้องต้นก่อนการฝึกอบรม (Input) ด้านกระบวนการดำเนินการฝึกอบรม (Process) และด้านผลของการฝึกอบรม (Output) วิธีการประเมินผลการฝึกอบรม การรายงานผลการประเมิน โดยจัดทำให้อยู่ในรูปเล่มของเอกสารและซีดีสื่อผสม แล้วนำไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบ หลังจากแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องแล้ว ผู้วิจัยได้เลือกผู้ประเมินผลการฝึกอบรมแบบเจาะจง จากหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรม จำนวน 11 ท่านที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด แล้วจัดสัมมนาผู้ประเมินผลการฝึกอบรม เพื่อชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย แล้วให้ผู้ประเมินศึกษาคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมที่เป็นเอกสาร ประกอบกับคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมที่เป็นซีดีสื่อผสมด้วยตนเอง และทำการประเมินผลการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้เครื่อง CMM วัดงาน โดยตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ได้จัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และสังเกตการสอนของวิทยากรจากแผ่นซีดีตัวอย่าง ที่ถ่ายทำจากการฝึกอบรมจริงในการประเมินผู้ประเมินจะใช้แบบประเมิน และเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น แล้วนำคะแนนของแต่ละตัวบ่งชี้ในแต่ละด้าน มาทดสอบการกระจายของการให้คะแนนด้วยการทดสอบแบบนอนพาราเมตริก กรณีกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว ด้วยวิธี The Kolmogorov-Smirnov One Sample Test พบว่า ผู้ประเมินผลการฝึกอบรมส่วนใหญ่จะให้คะแนนไปในทางเดียวกันในตัวบ่งชี้ที่ 1, 3, 4, 5, 6, 7 และ 9 ของด้านปัจจัยเบื้องต้นก่อนการฝึกอบรม (Input) มีเพียงตัวบ่งชี้ที่ 2 และตัวบ่งชี้ที่ 8 ที่ผู้ประเมินผลการฝึกอบรมให้คะแนนแตกต่างกัน มีความเห็นไม่เป็นไปในทางเดียวกัน ซึ่งเกิดจากข้อบกพร่องของภาษาที่ใช้ในคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมจึงทำการปรับปรุง แก้ไขให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนในด้านกระบวนการดำเนินการฝึกอบรม(Process) และด้านผลของการฝึกอบรม (Output) ผู้ประเมินผลการฝึกอบรมส่วนใหญ่จะให้คะแนน

ไปในทางเดียวกันทุกตัวบ่งชี้ แสดงว่ากระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม แบบประเมินและเกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม และคู่มือการประเมินผลการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นทำให้ผู้ประเมินมีความเข้าใจตรงกัน มีความสามารถในการประเมินผลการฝึกอบรมได้เหมือนกันและสามารถนำไปใช้ในการประเมินผลการฝึกอบรมได้

4. การประเมินกระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม ทำโดยให้ผู้ประเมินจำนวน 9 ท่านที่เคยทำการประเมินผลการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้เครื่อง CMM วัดงานมาแล้ว ทำการประเมินผลการฝึกอบรมหลักสูตรเทคนิคการตรวจประเมินผลกิจกรรม 5 ส แล้วนำคะแนนของแต่ละตัวบ่งชี้ในแต่ละด้าน มาทดสอบการกระจายของการให้คะแนน ด้วยการทดสอบแบบนอนพาราเมตริกกรณีกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว วิธี The Kolmogorov-Smirnov One Sample Test พบว่า ผู้ประเมินส่วนใหญ่ให้คะแนนไปในทางเดียวกันทุกตัวบ่งชี้ ทั้งด้านปัจจัยเบื้องต้นก่อนการฝึกอบรม (Input)ด้านกระบวนการดำเนินการฝึกอบรม (Process) และด้านผลของการฝึกอบรม (Output) จึงสรุปได้ว่า กระบวนการประเมินผลการฝึกอบรม และเครื่องมือในการประเมินผลการฝึกอบรม ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น สามารถนำไปใช้ประเมินผลการฝึกอบรม หลักสูตรตามความต้องการของหน่วยงานที่ขอให้จัดการฝึกอบรม ที่จัดโดยหน่วยงานหรือสถาบันฝึกอบรมได้จริง