สรุปสาระสำคัญของงานวิจัย
เรื่องที่ 1
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา
ผู้วิจัย นายปิยะ กรกชจินตนาการ
ปีที่วิจัย 2549
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนารูปแบบศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา ให้เป็นแหล่งสนับสนุนการวิจัยในระดับภูมิภาค
วิธีวิจัย
วิธีการ
1. กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
2. พัฒนารูปแบบศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา
3. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4. ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา
5. ดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา
6. เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง
7. วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการวิจัย
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ บุคลากรซึ่งเป็นประชากรจากกลุ่มต่าง ๆ แล้วทำการคัดเลือกในแต่ละกลุ่มมีลักษณะดังนี้
1. คณะกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ที่มีตำแหน่งระดับผู้อำนวยการ และหรือ รองผู้อำนวยการในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง อยู่ในภูมิภาคเดียวกับวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ จำนวน 14 คน
2. นักวิจัยเครือข่ายที่ผ่านการฝึกอบรมการบ่มเพาะนักวิจัย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักวิจัยประจำศูนย์วิจัย ผ่านการนำเสนอโครงการวิจัย และได้ดำเนินการวิจัยตามโครงการวิจัยที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมนักวิจัยเครือข่าย จำนวน 21 คน
เครื่องมือ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อประเมินรูปแบบศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา คือ
1. แบบสอบถามความคิดเห็นของคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัย
2. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักวิจัยเครือข่าย
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้เป็นกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม คือ ผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่าย
และนักวิจัยเครือข่าย ดังนี้
1. ผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัย ในการประชุมได้แจกเอกสารคู่มือกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัย โดยศูนย์วิจัยนำเสนอโครงสร้างและการบริหารศูนย์วิจัย ที่ประกอบด้วย ภาระหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัยและการดำเนินงานของศูนย์วิจัย เมื่อนำเสนอเสร็จจะให้ผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายซักถามรายละเอียดต่าง ๆ และเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ ในที่ประชุม หลังจากประชุมเสร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยแจกแบบสอบถาม และให้ผู้บริหารสถานศึกษาส่งแบบสอบถามกลับทางไปรษณีย์ภายหลัง โดยเว้นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าแบบสอบถามกลับมาไม่ครบ ผู้วิจัยจะโทรศัพท์กลับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบการส่งแบบสอบถามกลับมา
2. นักวิจัยเครือข่ายเข้าร่วมอบรมการบ่มเพาะนักวิจัย และสัมมนาโครงการวิจัย ในการอบรมจะมีเอกสารคู่มือการบ่มเพาะนักวิจัยและคู่มือนักวิจัยแจกให้ หลังจากผ่านการอบรมบ่มเพาะนักวิจัยเรียบร้อยแล้ว และเมื่อนักวิจัยดำเนินโครงการวิจัยตามแผนการดำเนินงานวิจัยแล้ว ผู้วิจัยจะส่งแบบสอบถามไปทางไปรษณีย์พร้อมกับโทรศัพท์สอบถาม โดยเว้นระยะเวลา 2 สัปดาห์ถ้าแบบสอบถามกลับมาไม่ครบ ผู้วิจัยจะโทรศัพท์กลับไปยังนักวิจัยอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบการส่งแบบสอบถามกลับมา
วิธีวิเคราะห์ผล
ภายหลังจากการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่มแล้วได้นำ
ข้อมูลมาพิจารณา สรุปผลดังนี้
1. การวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ต่อรูปแบบโครงสร้างการบริหารและ
การดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation)
2. การวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักวิจัยเครือข่ายต่อรูปแบบการบริหารและการจัดการ
โครงการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation)
การแปลความหมายค่าเฉลี่ยของแบบสอบถาม 5 ระดับความคิดเห็น โดยผู้วิจัยใช้การแปลผล
ตามเกณฑ์ของ Best (1977: 296) ดังนี้
ช่วงคะแนน 4.50 - 5.00 เห็นด้วยระดับมากที่สุดกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น
ช่วงคะแนน 3.50 - 4.49 เห็นด้วยระดับมากกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น
ช่วงคะแนน 2.50 - 3.49 เห็นด้วยระดับปานกลางกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น
ช่วงคะแนน 1.50 - 2.49 เห็นด้วยระดับน้อยกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น
ช่วงคะแนน 1.00 - 1.49 เห็นด้วยระดับน้อยที่สุดกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น
ผลการวิจัยพบว่า
รูปแบบศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา เป็นโครงการความร่วมมือ ระหว่างวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา ณวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ซึ่งมีสถานศึกษาเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นสถานศึกษาเครือข่าย โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายต่อรูปแบบโครงสร้างการบริหารและการดำเนินงานศูนย์วิจัย และความคิดเห็นของนักวิจัยต่อรูปแบบการบริหารและการจัดการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา ซึ่งสามารถสรุปผลได้ดังนี้
ผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่าย มีความคิดเห็นต่อรูปแบบการบริหารศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษาซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ วิสัยทัศน์ของศูนย์วิจัย พันธกิจของศูนย์วิจัย วัตถุประสงค์ของศูนย์วิจัย และแผนการดำเนินงานของศูนย์วิจัย กองทุนสนับสนุนการวิจัย และมาตรการส่งเสริมการวิจัย ส่วนมากเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 3.57-4.42 ด้านประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของการตั้งศูนย์วิจัยเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ย 4.57 ด้านงบประมาณส่วนมากเห็นด้วยอยู่ในระดับปานกลางโดยมีค่าเฉลี่ย 3.35 ส่วนการแสดงระดับความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้าง และการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคนิคศึกษา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ โครงสร้างของศูนย์วิจัย โครงสร้างคณะกรรมการดำเนินงานของศูนย์วิจัยภาระหน้าที่คณะกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัย การประชาสัมพันธ์ศูนย์วิจัย การสัมมนาเครือข่าย
ศูนย์วิจัย การประชาสัมพันธ์รับนักวิจัย การบ่มเพาะนักวิจัย การพิจารณาหัวข้องานวิจัย การติดตามงานวิจัยการเผยแพร่งานวิจัย การจัดหาและบริหารทุนวิจัย และการประเมินโครงการศูนย์วิจัยส่วนมากเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.07-4.50
นักวิจัยเครือข่าย มีความคิดเห็นต่อรูปแบบการบริหารโครงการวิจัยของศูนย์วิจัย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ คุณสมบัติของผู้รับทุนงานวิจัย ลักษณะโครงการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของการตั้งศูนย์วิจัย พันธกิจของศูนย์วิจัย วัตถุประสงค์ของศูนย์วิจัย วิสัยทัศน์ของศูนย์วิจัยทุนอุดหนุนการวิจัย การพิจารณาคัดเลือกโครงการวิจัย และกำหนดการยื่นขอเสนอโครงการวิจัยส่วนใหญ่ทุกด้านเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 3.65-4.44 ส่วนการแสดงระดับความคิดเห็นของนักวิจัยเครือข่ายต่อรูปแบบการจัดการโครงการวิจัยของศูนย์วิจัย ในด้านการเสนอโครงการวิจัย การรายงานความก้าวหน้าระหว่างการดำเนินงานวิจัย การส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เมื่อทำงานวิจัยเสร็จ ทุกด้านเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.31-4.55
ok ครับ