24-8-53
ดิฉันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาทีมงานในระบบพี่เลี้ยงตามโครงการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและควบคุมป้องกันโรคในระบบพี่เลี้ยง ปี 2553 รุ่นที่ 1 ในระหว่างวันที่ 23 – 24 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมยูนิแลนด์ กอล์ฟแอนด์คันทรีคลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นการจัดครั้งที่4และเป็นครั้งสุดท้ายของงบประมาณปี53ค่ะ
วันจันทร์ที่23สิงหาคม 2553 9.00 พิธีเปิดและบรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายการพัฒนาบุคลากรของกรมโดย นายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรคซึ่งมาแทนท่านรองอธิบดี
ท่านผู้ทรงขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมกันสร้างระบบการพัฒนาคนซึ่งเมื่อก่อนได้แต่คิดแต่ไม่มีการดำเนินการ พูดถึงนโยบายกรมมี4ข้อหลักคือ ระดับนาๆชาติ เป็นเลิศ เชื่อถือได้ ปกป้องคุ้มครองประชาชน มี3M money มีพอเพียง Management มีปัญหาแต่จัดการได้ Manpower กำลังพัฒนา ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแผนให้มียุทธศาสตร์เป็นตัวนำโดยให้ทุกๆกิจกรรมจะต้องมีการพัฒนาคนซ่อนอยู่โดยเงินจะซ่อนอยู่ในpackageเดียวโดยให้แผนHRDของกองการเจ้าหน้าที่เป็นแกนกลาง รวบรวมและหาวิธีผลักดัน
9.30 -12.00 น.การอภิปราย เรื่อง การติดตามผลงานความก้าวหน้าในโครงการน้องเลี้ยง โดยนายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ แพทย์หญิงฉายศรี สุพรศิลป์ชัย นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ นายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ แพทย์หญิงอัจฉรา เชาวะวณิข ผู้จัดการโครงการ Talent Managementเริ่มนำเสนอโดย
นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม จากสคร.8นครสวรรค์เสนอเรื่อง ความก้าวหน้าโครงการวิจัย สถานการณ์ MDR-TB ในประเทศไทยระหว่างปีงบประมาณ 2550-2552 และความก้าวหน้าการพัฒนาไปสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา คุณหมอเล่าเรื่องผลการวิจัยไปได้ดี ตัวเองมีการพัฒนาคือเป็นผู้ร่วมวิจัย เป็นตัวแทนกรมคร.ไปประชุมWHA เป็นผู้จัดการและวิทยากรหลักสูตร MIFA ได้อบรมSRRT ได้อนุมัติบัตรสาขาระบาด เป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัย ได้อบรมJune courseของสำนักระบาด
พี่เลี้ยงพ.ศุภมิตร ชมว่าได้อะไรมากกว่าที่คาด เพิ่มเติมว่าถ้ามีโอกาสถูกเชิญไปสอนก็อย่าหนีเพราะเป็นโอกาส ให้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาวิทยาลัยเหมือนที่CDCที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย Emory ??ดีมาก
พี่เลี้ยงพ.คำนวณ แนะนำว่าการสร้างexpert ต้องมี5บันไดคือ 1 exposure 2 experience 3 connection ดี 4 expert 5 manage เก่ง พี่เลี้ยงต้องส่งน้องเลี้ยงเข้าสู่วงโคจรเพื่อเป็นexpert
นายสีใส ยี่สุ่นแสง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก นำเสนอเรื่อง ความก้าวหน้าของการศึกษาปัญหาสาธารณสุขเรื่องความทันเวลาของการควบคุมโรคไข้เลือดออกตามมาตรฐานของหน่วยงานระดับปฏิบัติการในพื้นที่ สคร.9 พิษณุโลก รายงานว่าได้ข้อมูลเยอะ กำลังรายงาน ได้อบรม June course ได้นำเสนอโครงการที่หลวงพระบางโดยตัดข้อมูลครึ่งปีส่งเป็นposter มีคนมาให้คำแนะนำเยอะ ปัญหาของการเก็บข้อมูลปลายปีซึ่งพื้นที่ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง มีการพัฒนาตัวเองโดยเป็นวิทยากร มีเครือข่ายวิชาการเยอะขึ้น อยากของบเดินทางไปปรึกษาอาจารย์ที่เป็นพี่เลี้ยงเพราะไม่ได้ตั้งไว้
พี่เลี้ยงชื่นชมและแนะนำเรื่องการศึกษาเพิ่มเติมเช่นภาษาอังกฤษ ควรเป็นself learning ไม่ควรเสียเวลาเดินทางมาเรียนส่วนกลาง มีหลายwebที่สอนภาาษาอังกฤษ
นางดารณี จุนเจริญวงศา จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดชลบุรี นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการการพัฒนากรอบการเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อ โรคเรื้อรัง แบบครอบคลุมเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Survillance) เพื่อสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรค ระดับเขต กรณีศึกษา โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดในสมอง ขณะนี้ยังดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ ระยะแรกเจอปัญหาคือ การเฝ้าระวังมีประเด็นย่อยค่อนข้างกว้าง ข้อมูลหาลำบาก แพทย์หญิงฉายศรีได้แนะนำเทคนิคในการค้นหาข้อมูล ปัญหาที่พบคือ ข้อมูลทีได้มาเป็นภาษาอังกฤษทำให้ใช้เวลาในการศึกษาและไม่ได้ทำงาน NCD การเข้าร่วมโครงการทำให้เกิดการพัฒนา 3 ส่วนคือด้านจิตใจ,ความรู้และทักษะ ในอนาคตอยากทำโครงการให้เสร็จแล้วต่อยอดเช่นการทดลองใช้งานจริง การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ใจท้อบ้างเพราะทำเรื่องที่ไม่ใช่งานในหน้าที่ อบรมในสำนักระบาด3ครั้ง ร่วมเก็บข้อมูลกับพี่เลี้ยงทำให้มองภาพออกมากขึ้น ได้ความรู้มากขึ้น เอาเทคนิคจากเพื่อนเช่นคุณสีใสไปใช้
ความเห็นจากพี่เลี้ยง ให้กำลังใจและชื่นชมในความพยายามซึ่งคล้ายกับคุณโอภาส เสวิกุลที่เป็นท่านทูตแต่ว่างก็เขียนนิยายทำให้ต้องใช้พลังเป้น2เท่าเนื่องจากไม่ใช่งานประจำของคุณดารณี
คุณหมอศุภมิตรอยากให้เมืองไทยเปิดใจกว้างที่ไม่แบ่งของฉันของเธอเยอะเกินไปทำให้บ้านเมืองไม่เจริญ คนสมัยใหม่ต้องมีความสามารถหลายด้าน เราเห็นความเสี่ยงอยู่ข้างหน้า โชคดีที่มีพี่เลี้ยงที่ดี งานระบาดสามารถทำจากมุมใหนก็ได้
แพทย์หญิงอรรถยา ลิ้มวัฒนายิ่งยง จากสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการการกำหนดทิศทางของแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบบริหารจัดการวัคซีน แพทย์หญิงอรรถยากล่าวว่า โครงการที่ทำไม่ตรงกับงานหลัก แต่ไม่ได้ต่างกันจนเกินไป ได้นายแพทย์ศุภมิตรช่วย Guide และได้จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเช่น แพทย์หญิงฉายศรี ปัญหาคือคนในกรมมีความเข้าในในด้าน Policy แตกต่างกัน การทำโครงการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคนให้เรียนรู้ อยากให้มี Netwoking ควรมีเวลาในการแลกเปลี่ยนระหว่างพี่เลี้ยงกับน้องเลี้ยงและในการประชุมแต่ละครั้งอาจให้พี่เลี้ยงมาเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการดำเนินงานสักครึ่งชั่วโมง การแนะนำตัวของน้องเลี้ยงว่ามาจากไหน ทำอะไรเพื่อจะได้สอบถามในเรื่องที่เราสนใจ การประชุมวิชาการต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น กรมควรเปิดโอกาสให้ ส่วนโครงการ Talent ควรมี Office ประสานงานและกำหนดเวลาในการประชุมทั้งโครงการเพื่อความสะดวกในการจัดตารางงาน
ความเห็นพี่เลี้ยง พ.ศุภมิตร กรมทำนโยบายไม่เป็น มักจะเป็นการทบทวนคู่มือปฏิบัติงาน กรมมีแต่แนวทางปฏิบัติโดยทำไม่ถึงยุทธศาตร์ซึ่งต้องมาทำเพิ่มเติม การไปต่างประเทศได้ประโยชน์เยอะเพราะช่วยกระตุ้น ขณะนี้ถ้ามีโครงการไปมากกว่า1คน ต้องให้ทางภูมิภาคไปด้วย พ.จรุง ผอ.สำนักวัคซีนให้staffไปประชุมที่เกาหลี ไปแล้วน้องได้attitudeดีขึ้นมาก พ.คำนวณ IHTP เข้มแข็งเรื่องpolicy พ.ฉายศรี เราอ่อนด้าน policyช่วงบ่ายเป็นการอภิปรายความก้าวหน้าในโครงการของน้องเลี้ยงต่อ โดยเริ่มจาก
นายนัพวุฒิ ชื่นบาล จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพฯ นำเสนอโครงการการประเมินความเสี่ยงจากการใช้ก๊าซแอมโมเนียในอุตสาหกรรมผลิตน้ำแข็งเขตกรุงเทพมหานครว่า ในการดำเนินงานโครงการได้มีการ Observe กับทาง กทม.จะทำงานเสร็จประมาณกันยา ได้ทราบว่าโรงทำน้ำแข็งเสียงดังมากๆ แรงงานพม่าสื่อสารลำบาก เริ่ททำช้าเพราะมีภาระงาน มีพี่เลี้ยงเยอะดี
พี่เลี้ยงดร อรพันธ์ ชมน้องเก่งเป็นtalent พี่ให้แต่กำลังใจและสอนการวิเคราะห์ข้อมูลนพ.โสภณ อยากให้นำระบาดไปใช้เพราะต่างจากโรคอื่นๆ CDC มีshort course ทำให้รู้จักผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น เคยเรียน occupational epidermology พ.ศุภมิตร พ.คำนวณ เอาใจช่วย ต้องมีskill ในการขจัดความเครียด
นางสาวจีรวรรณ ชงจังหรีด จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดสระบุรี นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการการสำรวจการใช้สารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีสำหรับควบคุมโรคไข้เลือดออกขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ สคร.ที่ 2 จ.สระบุรี ว่าได้มีการวิเคราะห์และเก็บข้อมูลเรียบร้อยแล้วรอการตรวจสอบแล้วจะตีพิมพ์เป็นรูปเล่มเพื่อแจกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทำเป็น R2R ลงวารสารสาธารณสุขซึ่งเป็นเงื่อนไขของ สคร. ได้การประสานกับท้องถิ่น รู้จักกับพี่ๆที่มาเรียน ต้องพัฒนาภาษาอังกฤษ
พี่เลี้ยงอจวันทนีย์ เป็นตัวอย่างที่ดี งานก้าวหน้า ค้นหาตัวเองเจอ
พ.ศุภมิตร งานTMยังไม่เข้างานประจำ สคร.หลายแห่งจิตใจไม่พร้อมที่จะทำ
เรารับFETPจากต่างประเทศโดยให้กลับไปทำโครงการที่บ้าน ไทยรับมาเรียน อาจารย์ตามไปเยี่ยมที่บ้าน เป็นไปได้ไหมที่เราจะให้พี่เลี้ยงไปเยี่ยมที่บ้าน
จากนั้นเป็นการบรรยายเรื่อง โอกาสและความก้าวหน้าของน้องเลี้ยง โดยนายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ท่านได้ให้แนวคิดจากอธิบดีกรมควบคุมโรค (นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์) ว่าคนรุ่นใหม่ต้องทำงานใน Paradigm ใหม่ นักวิชาการรุ่นใหม่ต้องทำได้หลายอย่าง และท่านได้ยกตัวอย่างของการพัฒนาตนเองสู่ระดับหัวหน้าโดยสูตรของนายแพทย์คำนวณ (Building Capacity) ดังนี้
- Exposer Seeking - Experince Gaining - Connection Forming- Expertise Building - Managing
กรมยังอ่อนเรื่องmanagement แต่กรมมีหลายหน่วยงานที่มีอะไรดีๆเยอะเช่นกองกามโรค บางหน่วยงานกรมมีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเช่นภาคใต้ เชียงใหม่ ขอนแก่น เราทำเพื่อไม่ให้เป็นกบในกะลา
โอกาสสร้างความก้าวหน้าของน้องเลี้ยง ขณะนี้กรมได้เตรียมการดังนี้
- ด้านวิชาการ มีทุน กพ. ทุน IHPP ส่งคนไปปีละ 10 ทุน เน้นเรื่อง Policy Process ขณะนี้มีคนน้อยกว่าทุน โครงการสามารถเรียนถึงปริญญาเอก
- ด้านการบริหาร ส่งเสริมให้พัฒนาเป็นผู้จัดการโครงการ (Program Manager)
15.00-17.00 น. เป็นการอภิปรายเรื่อง การวางแผนพัฒนาปรับปรุงทีมพี่เลี้ยงในปี 2554 โดยแบ่งผู้เข้าร่วมประชุมเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มน้องเลี้ยงและกลุ่มพี่เลี้ยง โดยให้เวลา 20 นาทีในการปรึกษาหารือเพื่อนำเสนอความคิดเห็น เมื่อปรึกษากันเสร็จแล้วกลุ่มของน้องเลี้ยงโดยนางสาวจีรวรรณ ชงจังหรีด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดสระบุรี ได้เป็นตัวแทนในการนำเสนอบทบาทของพี่เลี้ยงในฝันมีดังนี้
- มีศักยภาพ (ด้านวิชาการ,ด้านบริหาร,มีความเป็นครู) คือต้องอธิบายได้พร้อมที่จะชี้แนะ
- มีเวลาให้น้อง เต็มใจในการเข้าร่วมโครงการ ไม่คาดหวังกับน้องจนเครียด
- พี่เลี้ยงและผู้บริหารควรใส่ Exposure ให้เหมาะและเข้าใจเรื่องTalentในทิศทางเดียวกัน
บทบาทของโครงการ
- เปิดโอกาสให้มีพี่เลี้ยงภายนอก
- โครงการน่าจะเกิดจากความต้องการของพี่เลี้ยงหรือผุ้บริหารโดยให้น้องเลี้ยงมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
- บทบาทของผู้อำนวยการของน้องเลี้ยง ควรมีหน้าที่ทำอะไร
- การบริหารงบประมาณควรมีความยืดหยุ่นเช่นมีการสำรองเงินให้ยืมก่อนโครงการอนุมัติ
- ควรกำหนดการเป็นพี่เลี้ยงเป็นงานพิเศษ ที่จะมีแรงจูงใจ
- ควรสรรหาผู้ที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงก่อน จึงค่อยคัดเลือกน้องเลี้ยง
- พี่เลี้ยงมีส่วนในการเสนอหลักสูตรเพื่อพัฒนาน้องเลี้ยง
- มีเวลาให้พี่เลี้ยงและน้องเลี้ยงได้ปรึกษาหารือในการประชุมแต่ละครั้ง
- มีแรงจูงใจให้น้องเลี้ยง เช่นการเรียนต่อ ความก้าวหน้า เพื่อให้น้องเลี้ยงอยู่กับกรม
น้องๆคุยกันไปและพิมพ์กันไปด้วยค่ะ

คุณจีรวรรณนำเสอค่ะ

พี่ๆฟังค่ะ

น้องๆ อาจารย์วิทยา และคุณหมอศุภมิตร

คุณหมอโสภณ อจ.วันทนีย์ ดร.อรพันธ์ คุณหมอไพโรจน์ ฝั่งตรงข้ามกับน้องเลี้ยง
พี่เลี้ยงทำกลุ่มโดยเริ่มจากปัญหาและการแก้ไขค่ะ

คุณหมอโสภณเป็นคนจดและดร.อรพันธ์นำเสนอค่ะ

ปัญหาพี่เลี้ยง1ขาดshared vision ในหมู่พี่เลี้ยง แก้ไขโดยแลกเปลี่ยนหลังการประชุมกรมหรือทำตามโอกาส มอบเป็นภารกิจผู้ทรง(ประเมินPMS ) และการกำหนดบทบาทร่วมกันของพี่เลี้ยง
2ผู้บริหารไม่เห็นประโยชน์(ระดับผอ.) แก้โดยสร้างความเข้าใจเช่นนำเสนอbest practice ตัดสินใจเลือกโครงการร่วมกัน คัดเลือกน้องเลี้ยงร่วมกัน
3ทักษะพี่เลี้ยง แก้โดย ลปรร ดูgap เพิ่มพี่เลี้ยงให้หลากหลายเพราะแต่ละคนมีนิสัย ความรู้ความสามารถต่างกัน เอาส่วนดีมาใช้
4Commitment
คุณหมอศุภมิตรกล่าวว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน งานนี้พัฒนาพี่จะยากกว่าพัฒนาน้อง โครงการนี้ถ้าเริ่มโดยไม่เป็นโครงการพิเศษอาจจะดีเพราะควรสร้างความเข้าใจร่วมกัน ให้หน่วยงานเลือกก็จะแก้ปัญหาของน้องๆได้
วันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2553 09.00 – 12.00 น. บรรยาย เรื่อง เขียนบทความอย่างไรให้ถูกใจและได้ประโยชน์ โดยนายแพทย์วิทยา สวัสดิวุฒิพงศ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญฝ่ายเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลแม่สอดจังหวัดตาก

อาจารย์วิทยาเป็นแพทย์ที่ได้รางวัลเกี่ยวกับการวิจัยทางชุมชน มีผลงานวิจัย60กว่าเรื่องที่ตีพิมพ์ทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นศิษย์เก่าของสำนักระบาด สอนหลักการเขียน การใช้ภาษาอังกฤษ ทำอย่างไรจะได้ตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ อาจารย์เน้นต้องหาจุดขายให้เจอเพื่อให้วารสารรับตีพิมพ์ ดิฉันถามอาจารย์เรื่องการฝึกเขียนภาษาอังกฤษ อาจารย์ใช้วิธีรวบรวมประโยคสวยๆจากMMWRในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของเรา มีdictที่หาศัพท์ที่คล้ายๆกัน พอได้ประโยคสวยๆก็จะเป็นfomatของเราและสามารถใช้ไปได้เรื่อยๆโดยcopyของเก่าที่เราเคยทำไว้ อาจารย์ซักน้องเลี้ยงและให้ข้อแนะนำเยอะ ดิฉันได้ประโยชน์จากการฟังเรื่องนี้มากๆค่ะ ตั้งใจจำไปสอนลูกสาวของตัวเองเพราะต้องทำวิจัยเพื่อปรับซีของตัวเอง
13.00 – 16.30 น.อภิปรายปัญหาทั่วไปและตอบโดยแพทย์หญิงอัจฉรา เชาวะวณิช ผู้จัดการโครงการ Talent Manageme นายสุรพล สงวนโภคัย ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ
เป็นช่วงบ่ายก่อนกลับที่เรามารวบรวมปัญหา สรุปสิ่งที่ได้และต้องไปปรับปรุงเพราะผอ.กองการเจ้าหน้าที่มานั่งฟัง คุณหมอโสภณนำแผนของน้องเลี้ยงรุ่น1ในปีที่2ของการพัฒนาว่ามีอะไรบ้าง ที่มีปัญหาที่ต้องดูแลคือคุณหมอไพโรจน์อยากไปอบรมshort courseที่อังกฤษที่เราต้องไปดูแลเรื่องงบประมาณว่ามีให้หรือไม่ค่ะ
เสียดายจัง ไม่ทราบว่าคุณหมอมานครปฐม โรงแรมยูนิแลนด์ กอล์ฟแอนด์คันทรีคลับ
ขอบคุณอจ.ขจิตที่มาเยี่ยมค่ะ
ขอโทษที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเพราะจำไม่ได้ว่าอจ.อยู่ที่นครปฐมค่ะ
ขอบคุณ คุณหมอที่แวะไปทักทาย หายไปนานจริงๆค่ะ ไม่สบายอยู่เป็นนานเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น นะคะ จิตนี่สำคัญจริงๆ ไม่มีแรงใจอยากบันทึก เลยหยุด เสียยังงั้นแหละค่ะ งานวิจัยน่าสนุกนะคะ แต่ดิฉันเขียนรายงานไม่เป็น เพราะต้องทำให้ถูกระเบียบวิธี ถ้าทำงานวิจัยเก่ง ก็เพิ่มวิทยฐานะได้เร็วค่ะ
ช่วงนี้ไปทำนา ส่งภาพนาข้าว มาให้พักสายตาค่ะ จะคอยอ่านธรรมะจากคุณหมอค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครูเตือนค่ะ
เวลาป่วยก็จะเห็นความอนิจจังของร่างกายเราค่ะ
ขอให้กายป่วยแต่ใจไม่ป่วยนะคะ และขอให้หายเร็วๆค่ะ
หมอป่วยตลอด2ปีที่ผ่านมา อดทน เข้าใจและยอมรับ ทำให้ยังทำงานอยู่ได้ แต่ก็ลดงานลงเพื่อมาเรียนรู้ที่ตัวเรามากขึ้นค่ะ
ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ
สวัสดี ครูคิมค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
มีเวลาก็ติดตามอ่านงานครูคิมบ้าง ต้องขอชื่นชมที่ทำงานยากๆและต้องใช้กำลังใจ แรงกาย แรงใจเยอะค่ะ
ยินดีที่จะช่วยเหลือเรื่องอื่นๆเพราะเห็นประโยชน์ของการพัฒนาการศึกษาและอยากให้น้องๆในชนบทเรามีโอกาสมากขึ้น
อดทนและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำนะคะ
ให้กำลังใจเสมอค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ขจิตค่ะ
หมอเป็นสใภ้เกษตรนะคะ ( วิศวะชลรุ่น18ค่ะ )
เห็นสเต็กแล้วเสียดายเวลาที่ผ่านไปเพราะลืมนึกถึงอาจารย์จริงๆค่ะ
ผมแอบตามท่านอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง มาอย่างเงียบ ๆ ครับ ;)
ขอบคุณที่อจ.Wassawat Deemanที่เข้ามาเยี่ยมอย่างเงียบๆค่ะ
จะหาโอกาสแอบไปเยี่ยมอาจารย์นะคะ
สวัสดีครับอาจารย์หมออัจฉราที่เคารพ
กราบขอบพระคุณอาจารย์มากๆที่กรุณาผมเเละบรรดาTalent มาตลอด
ตลอดเวลาที่ได้ทำงานร่วมกับอาจารย์ผมมีความสุข อบอุ่น เเละสบายใจมากๆเลยครับ
อาจารย์ได้ให้ทั้งความรู้ ทักษะชีวิตเเละเล่าประสบการณ์การทำงานต่างๆ
ผมชอบฟังอาจารย์เล่าเรื่องมากครับ สนุกตื่นเต็นน่าติดตามทุกครั้ง
เเละที่สำคัญเสียดายที่อาจารย์จะไม่ได้มาดูงาน talent ต่อ
เเต่ไม่เป็นไร ผมจะติดตามการโพสต์กระทู้ของอาจารย์เป็นระยะๆนะครับ
หากมีสิ่งใดที่ผมจะรับใช้อาจารย์ได้ ยินดีเสมอครับ
หมอไพโรจน์ สคร.8
ดีใจที่คุณหมอไพโรจน์มาเยี่ยมมากๆค่ะ ปีหน้าพี่คงช่วยงานในลักษณะจิตอาสานะคะเพราะพี่มีงานบางส่วนที่เป็นอุปสรรคทำให้ทำงานให้Talent ไม่ได้เต็มที่ค่ะ กรมคงมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง HRD มากขึ้นเพราะหลังจากมีโครงการTM ซึ่งจัดประชุมที่ภูเขางามรีสอร์ทและโรงแรมพักพิงอิงทาง ทำให้เกิดคณะกรรมการ HRD ซึ่งคุณหมอคำนวณเป็นประธานค่ะ พี่พยายามช่วยกรมเท่าที่ทำได้เพื่อตอบแทนคุณค่ะ
ว่างๆจะไปเยี่ยมที่facebookนะคะ