หลายคนบอกงานครูซ้ำซาก จำเจ น่าเบื่อหน่าย แต่ผมไม่เห็นอย่างนั้น การได้พบปะพูดคุยกับนักเรียนแต่ละคน แต่ละชั้น หรือแต่ละรุ่น มีความแตกต่างกันอยู่ เมื่อนักเรียนต่าง การเรียนการสอนในชั้นย่อมไม่เหมือนกันไปด้วย ครูจะมาใช้วิธีการเดิมๆอยู่อย่างนั้น เห็นจะไม่ได้ 

เมื่อปีที่แล้ว ผมสอนเรื่องโครงสร้างเซลล์ ด้วยการให้นักเรียนทำแผ่นป้ายชื่อส่วนต่างๆของเซลล์ รูปร่างลักษณะ รวมทั้งการทำหน้าที่ จากนั้นให้นักเรียนแข่งขันจับคู่แผ่นป้ายกัน โดยแข่งหาผู้ชนะในกลุ่มตัวเองก่อน เพื่อเป็นตัวแทนแข่งในระดับห้องเรียน เพื่อหาผู้ชนะเลิศของห้องต่อไป ผมเรียกเกมการแข่งขันครั้งนี้ให้เท่ๆว่า “cell league” 

ผลการเรียนรู้ นักเรียนแข่งขันกันอย่างเอาจริงเอาจัง สนุกมาก มาลุ้นกันเต็มที่ในช่วงท้าย เพราะแต่ละคนอยากให้สมาชิกกลุ่มตัวเองเป็นผู้ชนะเลิศของห้องให้ได้ ทั้งนี้เพื่อคะแนนที่ดีกว่านั่นเอง 

การสอนเรื่องเซลล์ในปีนี้ ผมจึงใช้วิธีการเดิมอีกครั้ง ตั้งกติกาเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผ่านมา กล่าวคือ ในการจับคู่แผ่นป้าย ถ้าจับถูกจะได้ 1 คะแนน แต่ถ้าผิดจะติดลบ 1 คะแนน เพราะการจับคู่ผิดส่งผลกระทบถึงคะแนนเพื่อนคนอื่นด้วย กติกานอกเหนือจากนี้ นักเรียนสามารถตกลงตั้งกันขึ้นมาเองได้เลย

สิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วรู้สึกชื่นชม ผมแนะให้นักเรียนใช้วิธีคว่ำแผ่นป้ายทั้งสองพวก(พวกหนึ่งเป็นชื่อ อีกพวกหนึ่งเป็นหน้าที่) แล้วผลัดกันเปิดทั้งสองพวก ทีละป้าย เพื่อจับคู่ แต่เท่าที่สังเกต นักเรียนแทบจะไม่ทำตามที่ครูแนะเลย(ฮา) นักเรียนบางกลุ่มใช้วิธีคว่ำแผ่นป้ายพวกหนึ่ง ป้ายอีกพวกหงายโชว์ให้เห็น แล้วผลัดกันเปิดแผ่นที่คว่ำไปจับคู่กับแผ่นที่หงาย 

บางกลุ่มหงายแผ่นป้ายทั้งสองพวก แล้วผลัดกันจับคู่แผ่นป้าย ขณะที่บางกลุ่มทำคล้ายกัน คือหงายแผ่นป้ายทั้งหมด แต่ไม่ต้องผลัดกันหรือรอคิว ใช้วิธีแย่งกันจับคู่แผ่นป้ายเลย ใครไวใครได้ ที่เล่ามานี้ นักเรียนมีแค่ 5 กลุ่มเองนะครับ ฉะนั้น อาจกล่าวได้ว่า กติกาการแข่งขันของแต่ละกลุ่มแตกต่างกันแทบทั้งหมดใครว่านักเรียนคิดไม่เป็นผมเถียงในใจ 

อีกสัก 15 นาทีก่อนหมดเวลา เราใช้เวลาเรียนครั้งนี้ 2 ชั่วโมงติดต่อครับ  หลังจากได้ผู้ชนะในกลุ่มแล้ว จึงแข่งหาผู้ชนะเลิศของห้องเป็นขั้นตอนสุดท้าย ด้วยวิธีการเดิม 

ผมคาดการณ์ไว้ เด็กๆคงสนุกและลุ้นกันมาก เช่นเดียวกับการเรียนการสอนเมื่อปีที่แล้ว ผิดคาดครับ นักเรียนประมาณครึ่งห้องเท่านั้นที่เป็นดังนั้น ที่เหลืออีกประมาณครึ่งห้องไม่สนใจเลย หันหลังไปจับกลุ่มคุยกัน แบบเรื่องของแก หรือไม่ใช่เรื่องของฉัน..ประมาณนั้นเลย แต่ครูเฉยครับ อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จนการแข่งขันเสร็จสิ้น ไม่เปลี่ยนแปลง สักครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่สนใจ ลุ้นเอาใจช่วยเพื่อนเต็มที่ เพื่อคะแนนของตนเองด้วย แต่อีกครึ่งหนึ่งยังจับกลุ่มคุยกันไม่หยุด 

เห็นความแตกต่างของนักเรียนแต่ละรุ่นครับ บรรยากาศในห้องที่เกิดขึ้น อาจแตกต่างจากปีที่แล้วอยู่บ้างเป็นธรรมดา ซึ่งอาจจะมีส่วน แต่หลักๆน่าจะเป็นความแตกต่างระหว่างบุคคล 

สิ่งนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้ครูอย่างเรา เห็นว่างานครูไม่ซ้ำซาก ไม่จำเจ หรือไม่น่าเบื่อหน่าย 

ปลอบใจตัวเองอย่างที่พอจะทำได้ครับ