การนิเทศการศึกษา
สองวันมานี้ (วันนี้และเมื่อวาน) ผมได้ออกไปนิเทศติดตามงานของโรงเรียนในโครงการหนึ่ง
การนิเทศของผม ผมกำหนดรูปแบบในการนิเทศของผมเองว่า "นิเทศแบบถามถึง"
นิเทศแบบถามถึง หลักใหญ่ คือ ใช้คำถามในการนิเทศ ถามถึงความคืบหน้าของโครงการที่ติดตาม ถามถึงความสำเร็จ ถามสภาพปัญหา
เมื่อถามแล้วก็ตั้งใจฟังเขาอย่างเดียว โดยไม่ไปบอก ไปสอน หรือทำตัวเป็นผู้รู้
ทั้งครู และ ผู้บริหาร ต่างก็กระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องกันอย่างเต็มที่ละครับ ผมก็พยักหน้า สบตา และ สอบถามเพิ่มเติม เป็นระยะ
สิ่งที่ผมได้จากการฟัง คือ ได้ทั้ง ความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ และ วิธีคิด หลากหลายเลยละครับ
และ ผมสังเกตดูว่าสิ่งที่ได้จากการพูด ของผู้รับการนิเทศ(ทั้งครูและผู้บริหาร ) คือ ได้เล่าเรื่องที่ตัวเองทำลงไปอย่างมีความสุขด้วยความภาคภูมิใจ
เสียดายที่เวลามีน้อยไปหน่อย เพราะต้องไปหลายโรงเรียน พอขอตัวกลับ คุณครูและ ผู้บริหาร มักจะบ่นว่าทำไมกลับเร็วนัก
ครับ นิเทศด้วยให้มีพลัง ควรฟังมากกว่าพูดครับ
อาจารย์ ครับ เป็นมุมคิดที่น่าสนใจ นะครับ
การนิเทศบางครั้ง ผู้นิเทศมักจะพูดมากกว่าฟังครับ ผู้ถูกนิเทศ เลยไม่มีโอกาสได้พูด เหมือนกับการสื่อสารทางเดียว
ผู้รับการนิเทศ ดูไม่มีความสุขเลยครับ จากการที่ต้องมานั่งฟังอย่างเดียว
ขอบคุณครับ
คงเป็นการนิเทศแบบที่เรียกว่าสุนทรียสนทนากระมังครับ
ผมก็ว่าน่าจะเรียกได้ว่านิเทศแลลสุนทรียสนทนา ก็พอจะได้อยู่ครับ
ขอบคุณครับ
เรียนท่านอาจารย์ที่นับถือ
ถูกต้องค่ะอาจารย์ เดี๋นวนี้คนไทย"ฟัง"ไม่เป็นค่ะ ดีแต่พูดๆๆๆๆๆโดยไม่มีใครฟังใคร ถึงได้วุ่นวายไม่จบไงคะ
* แต่ละโรงเรียน ผมไปนั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองครับ ช่วงสั้นๆ
* ตอนนี้ แยกประถม - มัธยมแล้วครับ ผมคงไปวุ่นกับมัธยมเขาลำบาก
ขอบคุณครับ
ครับ ตอนนี้ ผมต้องฝึกเป็นฝ่ายฟังให้มากๆครับ
ขอบคุณครับ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
สวัสดีค่ะ
หลักๆ คือ พยักหน้า สบตา และสอบถามเพิ่ม
ต่อไป Krudala จะไม่ตื่นเต้นเมื่อมี"ท่าน" จากเขตฯ มานิเทศ
จะพยักหน้า สบตา และสอบถามเพิ่ม เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ค่ะ
ขอบคุณที่แนะวิธีรับมือกับศ.น.ค่ะ
ขอบคุณคุณไม่แสดงตนครับ ที่เข้ามาเยี่ยม
ครับ การสนทนากับผู้มาเยือน ก็แล้วแต่บุคลิกของแต่ละคนครับ
ขอบคุณครับ