ปัญหาของการฟัง ที่มาจากฉันทาคติ

             เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ   เป็นเรื่องของความขัดแย้งแล้วผมเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

 

             ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายที่มีกองเชียร์ครับ  และ กองเชียร์  ก็มักจะฟังตามๆกันมาแบบ  "ฉันทาคติ"  อันเป็นการลำเอียงแบบหนึ่ง ที่มาจาก อคติ

 

             การฟังแบบฉันทาคติ  คือ ฟังโดยไม่คิดวิเคราะห์ครับ   ว่าอย่างไรมาก็ว่าตามกันเพราะเป็นกองเชียร์   ต้องหนุนพวกเดียวกันไว้ก่อน  แถมยังให้เหตุผลสนับสนุนใส่ไข่เข้าไปอีก  พร้อมกับหาแนวร่วมเพิ่ม   ทำให้เรื่องชักจะลุกลามไปในวงกว้าง

 

 

             ก่อนที่จะขยายตัวลุกลาม   ผมทำหน้าที่ตรงกลาง   ก็จำเป็นที่จะต้องฟังความทั้งสองฝ่ายครับ   ไปหาข้อมูลอีกฝ่าย  ปรากฏว่าเป็นคนละเรื่องกับที่ฝ่ายที่มีกองเชียร์เข้าใจกัน  ผมก็เลยต้องนำความจริงมาบอกกับประดากองเชียร์ทั้งหลาย  และ บอกเจ้าตัว

 

            ข้อคิดจากเรื่องนี้ คือ สังคมไทยเราเป็นกันมากครับ เรื่อง การฟังแบบ ฉันทาคติ  คือ ขอให้เป็นพวกฉันเถอะ พูดอะไรมาก็ถูกหมด  แต่อีกฝ่ายที่ไม่ใช่พวก พูดอะไรมาก็ผิดหมด

 

           เรื่องนี้ ต้องใช้การฟังแบบ I in you เข้ามาจับครับ   และ I  in you ที่ถูกต้อง คือ  I  in  you แบบ  Empathy  ครับ    ไม่ใช่ แบบ Sympathy

 

           ขอขยายความ

 

           Empathy คือ เห็นใจเขา เข้าใจเขา แต่ ตัวเรา จิตปกติ จิตว่าง มีสติ ไม่มีอคติ ไม่มีลำเอียง ไม่อิน

 

           Sympathy คือ เห็นใจ เข้าใจ แต่ตัวเรา มีอารมณ์ร่วมด้วย อินด้วย เจืออคติลำเอียงไปกับเขาด้วย

 

          ครับ  เรื่องพูดเราเก่งกันมาก  พูดกันเก่งมากก็ไม่เป็นไรครับ ขอแต่เพียงว่าก่อนจะพูด  ควรฟังให้เข้าใจแบบ I  in you เสียก่อนจะดีกว่านะครับ