หลังอาหารเที่ยงเราเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป เมืองอินสบรูค ประเทศออสเตรีย แสดงว่าเราจากลาประเทศสวิสอย่างถาวรแล้ว

โบกมือลาประเทศสวิส-2

โสภณ เปียสนิท 

....................................

                หลังอาหารเที่ยงเราเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป เมืองอินสบรูค ประเทศออสเตรีย แสดงว่าเราจากลาประเทศสวิสอย่างถาวรแล้ว ระหว่างการเดินทางมัคคุเทศก์จับไมค์ให้ข้อมูลเหมือนเคย เมื่องอินสบรูคมีร้านขาย คริสทัลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ชื่อ ชวาร็อฟสกี้ ร้านนี้รู้จักคนไทยเป็นอย่างดี จนเจ้าของร้านต้องหาเจ้าหน้าที่ไทยมาให้บริการ ลูกค้ารายใหญ่ครับ ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดี

 

                ลีโอนาโด ดาวินชี่ เป็นชื่อของจิตกรอมตะชาวอิตาลี่ ผู้วาดภาพ “โมนาลิซ่า” อันโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ภาพดังกล่าวปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เมื่อไม่นานที่ผ่านมา มีการประมูลบันทึกเล่มเล็ก ๆ ของดาวินซี่ ภายในสมุดบันทึกมีภาพประกอบราว 20 ภาพ มหาเศรษฐีบิลเกต ชนะการประมูล ด้วยจำนวนเงิน 7 ล้านเหรียญ (ดอลลาร์)

 

                มีเกล็ดประวัติชีวิตของดาวินชี่อยู่ว่า ตอนปลายของชีวิตเขาได้ย้ายบ้านไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส หากเปรียบเทียบระหว่างดาวินชี่และไมเคิลแองเจลโล่ แล้วละก็ ดาวินชี่มีผลงานน้อยมากอย่างเทียบกันไม่ได้ แต่ดาวินชี่เป็นนักคิด ไม่ค่อยชอบงานที่ไม่ท้าทาย ทำงานใดได้แล้วไม่ชอบทำซ้ำอีก แต่จะคิดหาวิธีการใหม่ ทำงานใหม่ ๆ ส่วนไมเคิลแองเจลโล่เป็นนักปฏิบัติขยันสร้างผลงาน นับตามความรู้ความสามารถแล้วกินกันไม่ลง หากจะวัดความสุขในการดำเนินชีวิต ไมเคิลก็มีความสุขมากกว่า

 

                ภาพสองข้างทางระหว่างการเดินทางจากสวิสสู่ออสเตรีย สวยงามน่าประทับใจ เมื่อมัคคุเทศก์พักผ่อน จึงเปิดวีซีดีเรื่อง เธอะโพสแมน (The Postman) ให้ชมแทน ความรู้สึกจึงขัดแย้ง ระหว่างการบันทึกการเดินทางซึ่งต้องใช้จินตนาการ ส่วนการชมวีซีดีเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้จินตนาการ

 

                สองข้างทางมีเครื่องกั้นตลอดแนว หลังเครื่องกั้นมีทุ่งกว้างใหญ่ไพศาล บางช่วงมีแนวต้นสนขนาดใหญ่เขียวขจีเป็นแนวกั้นลม การเดินทางบางช่วงไต่เขา ถนนเล็ก แคบ มองเห็นวัว แพะ แกะ ต้นแอ๊ปเปิ้ลมีผลดก ภูเขาย่อม ๆ แห่งหนึ่งมีต้นไม้เพียงต้นเดียว ดูแล้วให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย บ้านบางหลังมีมอสสีเขียวจับเต็มหลังคา รถลัดเลาะขอบเขาไปเรื่อย ๆ บางแห่งพบว่ามีนกนางนวลจำนวนมากอยู่กลางทุ่งกว้าง หมู่เมฆเคลียยอดเขา ไร่องุ่นเขียวสด บางแห่งมีไร่ข้าวโพด กลางทุ่งมีถุงสีขาวห่อฟางห่อหญ้ากองอยู่เป็นหย่อม ๆ ข้าง ๆ บ้านมีฟืนเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบทุกหลังคาเรือน

 

                ระหว่างการเดินทางรถลอดอุโมงค์หลายครั้ง ครั้งละนาน ๆ บางแห่งนานถึง 15 นาที ภูเขาบางแห่งสูงเสียดฟ้ามีน้ำตกไหลลงมาสองสายคู่กันสีขาวโพลนเห็นได้แต่ไกล บางแห่งมีโรงวัวไว้ให้วัวได้หลบหิมะอันหนาวเย็น ภาพทิวทัศน์บางช่วงให้ความรู้สึกแปลก ขวามือมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องจับยอดเขาขาวโพลนจัดจ้า ส่วนซ้ายมือมีเมฆฝนครึ้มหม่นมัว มัคคุเทศก์บอกว่า สำนักงานขององค์การค้าโลกอยู่ที่ประเทศออสเตรียนี่เอง

 

                รถพาเราพักผ่อนเข้าห้องน้ำที่ลิคเค่นสไตล์ประมาณ 15 นาที มีห้องน้ำสาธารณะไว้บริการนักท่องเที่ยว ที่นี่มีร้านค้าขายของที่ระลึกของคนไทยอยู่แห่งหนึ่ง ด้านบนเขาเป็นหน้าผาสูงชันกว่า 20 วาขึ้นไปมีปราสาทเก่าแก่ของกษัตริย์ประดับเด่น เดินซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ แวะถ่ายภาพ แล้วกลับขึ้นรถ

 

                ระหว่างนั่งรอทุกคนขึ้นรถ นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีคนหนึ่งเดินตามพวกเราขึ้นรถ พอเห็นหน้าพวกเรา ซึ่งไม่เหมือนหน้าพวกพ้อง จึงร้องว่า “Oh, no sorry” แล้วรีบกลับลงไป คงขึ้นรถผิดคันครับ

 

                มัคคุเทศก์เล่าเรื่องราวของพระเจ้าโจฮันอาดัมวาหุส และมีคำคมให้จดบันทึก “เครื่องร่อนขึ้นได้ดีเพราะลมแรง มนุษย์จะเจริญได้มากเพราะอุปสรรค” และแจ้งให้รู้ว่าถนนสายที่เรากำลังจะเดินทางผ่านไปนี้ เป็นถนนสายโรมันติกอันเลื่องลือ สองฝากฝั่งทางมีภูเขาต้นไม้อุโมงค์ยาวถึง 7 กิโลเมตร มีการเก็บเงินค่าด่าน มีตรวจหนังสือเดินทางโดยเจ้าหน้าที่เดินขึ้นมาตรวจบนรถที่ละคนใช้เวลาพอควร

 

                เดินทางผ่านไป 3-4 ชั่วโมงจึงได้แวะพักที่จุดพักรถ โทรฟาน่า ไทโรล มีทั้งโรงแรมร้านกาแฟ ร้านสรรพสินค้า ห้องน้ำสะอาด ใช้ภาพบอกห้องหญิงห้องชาย หญิงบางคนดูไม่ชัด จึงเดินเข้าห้องน้ำชายโดยไม่รู้ตัว

 

                ด้านหน้าของจุดพักรถ ยืนมองภาพไกล ๆ แล้วสวยงามประทับใจ ด้านซ้ายมือเป็นเทือกเขาสูงตลอดแนว เบื้องหน้าไกลออกไปมีภูเขาลักษณะมียอดแหลม ด้านขวามือเป็นอีกเทือกเขาหนึ่งเหมือนล้อมจุดพักรถไว้ในอ้อมกอด