วันนี้ฉันเข้าสอนนักเรียน ชั้น ม.๕/๔ แทนเพื่อนครูที่ไปราชการ   หลังจากหมดชั่วโมงสอน  ทั้งนักเรียนและครูต่างทยอยออกจากห้องเรียนเพื่อเปลี่ยนวิชา   มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งชื่อวิชุดาเดินตามหลังฉันแล้วถามอย่างนอบน้อมว่า  

                 " อาจารย์คะ  ทำยังไงเราจะรักษาความเป็นเพื่อนได้นาน ๆ คะ "
                        "ทำไมหนูถึงถามอย่างนี้ละคะ ?"
                 "หนูขี้เกียจหาเพื่อนใหม่คะ อาจารย์ ?"

          ฉันหยุดคิดสักครู่  แล้วก็คิดถึงคุณธรรมการผูกมิตรตามคำสอนของพระบรมศาสดา หากฉันบอกเด็กไปด้วยภาษาบาลีเด็กคงจำไม่ได้   ได้แต่บอกเป็นคำง่าย ๆ ที่จดจำไม่ยากนัก

                 "หนูก็ต้องใช้คุณธรรมของพระพุทธเจ้าซีคะ เรียกว่าสังคหวัตถุ ๔   

                             ๑. รู้จักให้   ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของผู้รับ
                             ๒. พูดเพราะ ๆ  หนูต้องใช้คำพูดที่อ่อนหวาน  หนูชอบคำพูดยังไงเพื่อนก็ชอบอย่างนั้น
                             ๓. ทำตนให้เป็นประโยชน์  ช่วยเหลือเพื่อน ยามเพื่อนเดือดร้อน
                             ๔. วางตนให้เสมอตนเสมอปลาย  มีจิตใจที่มั่นคง ไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ
จนเพื่อนงง
                หนูทำได้สี่ข้อรับรองมิตรภาพของหนูต้องยั่งยืนตลอดกาล..."

         วิชุดา  เดินจากไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างยินดีและพอใจ ฉันได้แต่คิดต่อ  แท้จริงความเป็นเพื่อนมันมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่   การที่คนจะเป็นเพื่อนกันได้อย่างยั่งยืนยังต้องอาศัยความเหมือนกันในเรื่องของ ศีล  และ ทิฏฐิที่เสมอกันจึงจะคบกันได้    ธรรมชาติของสิ่งที่เหมือนกันจะโคจรไปรวมกันในที่สุด  น้ำย่อมไหลไปรวมกับน้ำ  น้ำมันย่อมไหลไปรวมกับน้ำมัน  

        ฉันได้แต่หวังว่า  เมื่อเธอเติบโตขึ้น   เธอจะซาบซึ้งกับความหมายของคำว่าเพื่อนมากกว่านี้   อย่างไรก็ตาม " นกที่ขาดขน  คนที่ไร้เพื่อนย่อมอยู่ไม่ได้"  เพื่อนนับเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่ชีวิตเสมอ  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่าหรือเพื่อนใหม่    สมดังคำกล่าวที่ว่า  เพื่อนใหม่คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วนเพื่อนเก่า คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า "

         แล้วผู้อ่านละคะ ?  มีวิธีรักษามิตรภาพให้ยั่งยืนอย่างไรบ้าง

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต