เมื่อย่อโลกลงเหลือแค่ศอกเดียว

น้ำจะท่วมฟ้า..ปลาจะกินดาว...(และแล้ว..เต่าก็กินผักบุ้ง..ยายธีร้องเล่นต่อเมื่อ..ตอนเป็นเด็กๆ..อิอิ)...ไม่ทราบที่มาที่ไปของวลีนี้..ลืมเลือนไปตามวันเวลา(ใครทราบช่วยเพิ่มเติมความทรงจำกันหน่อย..นะเจ้าคะ)....วันนี้ก็ออกไปเดินเล่นอย่างเคยพร้อมจักรยานคันโปรด..ขี่บ้างจูงบ้างตามประสา...ในสวนสารธารณะวันนี้..เช้ามากเลยไม่มีคน..สบายจังสวนเป็นของยายธีคนเดียว...สวนสวรรค์ยามไม่มีคน...นั่งพยายามสงบจิตเพ่งดูความฟุ้งซ่านของตัวเอง..หาคำตอบให้กับว่า.. น้ำจะท่วมฟ้า..มองลงไปในสระน้ำที่ไม่ลึกนัก..น้ำนิ่งสนิท..มีกอบัวที่มีดอกปิ่มน้ำอยู่..กำลังรอแสงตะวัน..รับแสงเมื่อไร..คงบานโผล่พ้นน้ำทันที...มองลึกลงไปในน้ำแลเห็นก้อนเมฆ..บดบังดวงอาทิตย์อยู่..เมฆฝนที่ยังลอยค้างคาตั้งแต่เมื่อวาน..ลอยอยู่เป็นหย่อมๆ...(อ้ะะๆๆยายธีคิดออกแล้ว..ทำไมน้ำถึงท่วมฟ้า)..นั่นแน่ะ..เจ้าปลาตัวน้อยว่ายผ่านมาพอดี...เจ้าคงจะกินดาวไปหมดแล้ว..เมื่อคืนนี้..

เมื่อคืนนี้...โลกที่ถูกย่อลงเหลือเพียงแค่ศอกเดียว...ยายธีได้เห็นภาพของทิเบฒ(ใช้..ฒ..เพราะ..เป็นภาพเหตุการณ์..สมัยหนึ่งของทิเบตเมื่อหกสิบกว่าปีก่อน..มองเห็นเหตุการณ์ความเป็นอยู่..ความเชื่อถือต่อศาสนาพุทธของชาวทิเบต..ตลอดจนพิธีกรรมต่างๆ..การแต่งกาย..ของชาวทิเบตสมัยนั้น)..ได้มองเห็นชัดถึงเวลาที่ผ่านไป...ความเปลี่ยนแปลง..(ที่ประทับใจ)...เขาตัดภาพเล่าเรื่องราว..อย่างงดงาม..ด้วยภาพของท่านดาไลลามะ ชี้ ไปที่ภาพแล้วพูดปนหัวเราะว่า...ดูๆๆนั่นเป็นฉันเมื่อตอนเด็กๆ...นั่นแม่ของฉัน..เธอเป็นผู้หญิงที่ประเสริฐสุด..เธออ่านหนังสือไม่ออกนะ..แต่ฉันได้สอนให้เธอจนเดี๋ยวนี้อ่านคล่องแล้ว..ฉันรักแม่มาก..ฉันคิดถึงเธอนะเวลาที่ต้องจากเธอมา..และนั่นก็พี่ชายของฉัน..เราสนิทกันมากนะ..ตอนเป็นเด็กๆ..เล่าไปหัวเราะไป...(บางตอน)..ท่านนั่งอยู่ในวอ..ที่เขาหามไปตอนทำพิธี...ท่านก็ชี้ไปแล้วพูดว่า..ตอนนั้นน่ะ..ฉันชอบชะเง้อดูผู้คน..ฉันชอบที่จะส่งยิ้มให้เขาเหล่านั้น..เพราะฉันรู้ว่าเขาเหล่านั้นมีความสุขเมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉัน.....