งานศพ
............เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้น เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของผู้ตาย และแสดงถึงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เมื่อใครมีทุกข์ก็มาร่วมให้กำลังใจ และร่วมแสดงความเสียใจ.........
นี่คือเหตุผลที่ใครต่อใครตอบกันเมื่อมีคนถามเรื่องงานศพ
งานศพที่เราพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ช่างเป็นงานเศร้าโศก งานที่ต้องมีคนเสียใจ ที่ใหญ่โตและสวยที่สุดก็ว่าได้ เป็นการไม่น่าเชื่อว่าคนจัดงานเป็นคนที่กำลังอยู่ในภาวะสูญเสียในสิ่งที่ตนเองรักมากที่สุด แต่กลับบรรจงรังสรรค์งานอย่างนี้ออกมาได้ งานศพแต่ละงานยังกับมีการประกวดประชันแข่งขันกันจัด ว่างานของใครใหญ่ที่สุด อลังการที่สุด ลงทุนมากที่สุด ข้าฯได้มีโอกาสได้สัมผัส งานศพมามิใช่น้อย แต่ไม่เห็นงานใดเลยที่ผิดเพียนไปจากที่กล่าวมาข้างต้น มันช่างไม่สมเหตุสมผลเลยกับศพที่พระพุทธองค์เรียนว่าท่อนไม้และท่อนฟืน หาประโยชน์มิได้(ดูในบททำวัตรเช้าแปลเพิ่มเติมนะครับ)
เราลองมาคำนวนค่าใช้จ่ายของงานศพแต่ละงานกันเล่นๆ นะครับว่า เจ้าภาพ จะต้องควักกระเป๋าจ่ายอะไรบ้าง เป็นเงินเท่าไหนในแต่ละงาน
1. ค่าน้ำยาและค่าจ้างฉีดยาศพ 3000 บาท
2. ค่าโลงศพ 5000 บาท
3. ค่าตกแต่งหน้าโลงศพ 10000 บาท
4. ค่าเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ (กรณีจัดที่บ้าน) 50000 บาท
5. เงินถวายพระสวดพระอภิธรรม คืนละ 800 บาทเป็นอย่างต่ำ
6. ค่าวัสดุจัดทำอาหารประกอบเลี้ยง 80000 บาท
7. ค่าเครื่องดื่มของมึนเมา 10000 บาท
8. เงินถวายพระสวดมาติกา 5000 บาท เป็นอย่างน้อย
9. บำรุงฌาปณสถานและค่าจ้างสัปเหร่อ 2000 บาท
10.ค่าของชำร่วยแจกแขกวันเผา 10000 บาท
และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกไม่ต่ำกว่า 30000 บาท
เมื่อรวมกันแล้วเป็นเงินมากโขอยู่นะครับกับการจัดงานศพในแต่ละงาน เราอาจจะตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้อะไรและต้องเสียอะไรบ้างในการจัดงานศพในแต่ละครั้ง เราลองมาแยกเป็นประเด็นให้เห็นชัดนะครับ
ส่วนที่ได้
- เจ้าภาพ
1) คิดไปเองว่าได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายที่เรารัก
2) ได้รู้ว่าการที่เราอยู่ในสังคมมีเพื่อนกี่คน(วัดจากคนที่มางาน)
3) ได้หน้าในกรณีที่จัดงานออกมาได้ใหญ่โตและดูดี
- คนที่ไปร่วมงาน
1) ได้ระลึกถึงความดีของเจ้าภาพและผู้ตาม
2) ได้เรียนรู้มรณสติ
- วัด
1)ได้ค่าเช่าฌาปณสถาณ(เมรุ)
- พระสงฆ์
1) ได้รับถวายเงินปัจจัย
2) มีโอกาสสอนธรรมะตามพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ (ที่หลายคนฟังไม่รู้เรื่องเพราะแปลไม่ได้)
- เจ้าของธุรกิจ
1)ร้านขายโลงศพ ได้ขายโลงศพและอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
2)ร้านขายพวงหรีด ได้ขายพวงหรีดจำนวนมาก
3)พ่อค้าแม่ค้าตลาดสด ได้ขายวัสดุสำหรับทำอาหารประกอบเลื้ยง
4)ร้านเต้นท์ ได้ให้เช้า เต้น โต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องครัว
ส่วนที่เสีย
- เจ้าภาพ
1) ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่กล้าวมาในข้างต้น
2) ต้องเสียหน้า ถูกตำหนิ ถูกนินทา หากจัดงานออกมาไม่ดี
- ผู้ไปร่วมงาน
1) เสียเวลาไปร่วมงาน
2) เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วมงาน
3) เสียเงินค่าช่วยงาน(เงินอนุมทนา)
เราลองเอาส่วนได้มาเปรียบเทียบส่วนได้ส่วนเสียกันดูเล่นๆนะครับ ว่ามันคุ้มค่าไหมสำหรับการจัดงานเพื่อที่จะเผาสิ่งที่ไม่มีประโยชน์อย่างซากศพที่พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเสมียนท่อนไม้และท่อนฟืน
ต้องการอ่านข้อมูลครับ...แต่ที่เห็นกันในปัจจุบันนั้น งานศพคืองานที่ "คนตายขายคนเป็น"
สวัสดีค่ะ...
คอยติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ...cheer...
สวัสดีครับอาจารย์ โลกนี้กลมจริงๆนะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอครับ