วิชาชีพสาธารณสุขคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆหากมีมันจะเหมือนกับมีกรอบในการปกป้องตนเองจากอะไรอีกหลายๆอย่าง และแน่นอนคงสร้างความภาคภูมิใจและมีกำลังใจในการทำงานอีกไม่น้อย

 

      วันนี้อาจารย์โจ แวะมาเยี่ยมผมเนื่องจากเป็นทางผ่านในการเดินทางกลับ ผมกับอาจารย์โจเคยร่วมงานกันตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ผมเรียกอาจารย์ทั้งๆที่อันที่จริงเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าสถานีอนามัย ที่อยู่ห่างไกลแห่งหนึ่งของจังหวัด เราคุยกันหลายเรื่องแต่เริ่มต้นด้วยตำแหน่งอันใหญ่โตแต่บริหารทรัพยากรที่มีจำกัด ทั้งงบประมาณและกำลังคนซึ่งอาจารย์มีลูกน้องหนึ่งคน ผมจับใจความได้ว่าเนื้อหาการพูดคุยบ่งบอกว่าอาจารย์ให้ความสำคัญกับการมี พรบ.วิชาชีพ แม้บางครั้งก็จะยังสับสนว่า วิชาชีพสาธารณสุขคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆหากมีมันจะเหมือนกับมีกรอบในการปกป้องตนเองจากอะไรอีกหลายๆอย่าง และแน่นอนคงสร้างความภาคภูมิใจและมีกำลังใจในการทำงานอีกไม่น้อย ในกระบวนการเคลื่อนไหวอาจารย์ให้ความเห็นซึ่งผมคิดว่าคงเป็นส่วนมากว่า แกนนำยังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และขาดระบบการจัดการที่ดี และที่สำคัญจุดชี้ขาดน่าจะอยู่ที่การเมือง

ผมพบว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขส่วนมากมีความรู้และความใฝ่รู้ พยายามที่จะเรียนให้มีคุณวุฒิเพิ่มขึ้น(ดังเช่นอาจารย์โจก็กำลังจะจบปริญญาโท)แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้รับการยกย่องและได้รับความก้าวหน้าในวิชาชีพเท่าใดนัก ระบบที่มีอยู่ปัจจุบันไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มความสามารถ..น่าเสียดาย แต่ผมก็ยังรู้สึกชื่นชมอาจารย์โจและเพื่อนพ้องชาวสาธารณสุขอีกหลายคนที่ไม่หยุดตัวเอง ยังพัฒนาทั้งความคิด และพยายามที่จะลอดช่องของระบบที่คับแคบ และไม่อ่อนโยนเอาเสียเลย เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันครับ