มีคำถามจากคนที่รู้จักผม หลาย ๆ คน  ชอบถามผมว่า...
เรียนจบ ป.โท ทำไมไม่ไปทำงานอื่น ๆ เช่น ไปเป็นอาจารย์ หรือ ไปทำงานนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
หรือคำถาม... มาทำอะไรอยู่ที่สถานีอนามัยทำไม เรียนจบตั้งสูง
น่าจะไปอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ, จังหวัด หรือโรงพยาบาล
 

 

ผมก็อึ้งกับคำถาม และคิดจะตอบและจัดการกับคำถามเหล่านั้นอย่างไง
ผมรู้เพียงว่า ตอนนี้ ผมมีความสุขที่ได้ทำงานที่สถานีอนามัย
รู้สึกสนุกเมื่อเริ่มทำงาน ให้บริการ หรือออกหมู่บ้าน
ยืมคำพูดของพี่ท่านหนึ่งที่เล่าว่า
"เราทำงานสร้างสุขภาพให้ชาวบ้าน  ไม่เหนื่อย และเป็นภาระเลย  แต่กลับรู้สึกมาสร้างและรับบุญ"
 

 

หมู่บ้าน และชาวบ้านของผม...
คือ...ห้องสมุด ที่ได้ความรู้ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และองค์กร
คือ...โรงทาน ที่ผมไม่ได้ลงทุนลงแรง แค่เอามันสมองและแรงงาน  ก็ได้รับผลบุญแล้ว
คือ...โรงเรียน ที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้  ได้ทั้งรับ.. ทั้งมอบ แบ่งปัน
ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ชาวบ้าน  อสม. เครือข่ายสุขภาพ และเพื่อนร่วมงาน
 

 

และที่สำคัญ...ผมอยู่ที่นี้ด้วยความรัก
ความรัก (เล็ก ๆ ของผม) เป็นเพียงสิ่งเดียว... ที่ทำให้โลกเคลื่อนไหวครับ. 
 

 

กับคำพูดของน้อง ๆ หมออนามัยที่มีต่อ "หมออนามัย"
 
"...รักหมออนามัย รักประชาชน

ท้อแท้เบื่อหน่ายกับระบบที่ไม่เป็นธรรม

รักอาชีพนี้มากที่สุด

แต่สุดท้าย เมื่อมีทางเลือกที่ดีกว่า

ก็จำเป็นเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ชีวิตตัวเอง

และวันนั้น หมออนามัยก็อยู่ในความทรงจำตลอดไป..."
  

  

"...สิ่งที่ทำมาจากใจ ล้วนมีค่าเสมอ
ถึงแม้..จะไม่มีใครเห็น หรือมองว่ามีคุณค่า

แต่อย่างน้อย..เราก็รู้และมันก็มีค่าเสมอสำหรับคนที่เห็นคุณค่า


ความคิดและอุดมการณ์ที่จะเป็นหมออนามัยก็ยังคงมีอยู่

แล้วยิ่งได้รู้ว่าแบบนี้..ยิ่งอยากทำตามอุดมการณ์ของตัวเองมากขึ้น

ถึงคนจะบอกว่า..ไม่ใช่งานที่สบาย
แต่อย่างน้อยก็สบายใจ เพราะได้ทำงานที่เรารัก..และอยู่อย่างมีความสุข

ก็ขอให้มีความสุขกับการทำงาน...เพื่อชาวบ้าน เพื่อชุมชน และเพื่ออุดมกาณ์ของเรา..


สู้ๆๆๆๆ ต่อไป ค่ะ....หมออนามัย..."
  

 

" ...ส่วนตัวคิดว่าจะปฏิบัติงานราชการในหน้าที่หมออนามัยไปจนเกษียณ
 เพราะคิดว่าทำแล้วมีความสุข ที่ได้ช่วยเหลือคนในชุมชน ได้รู้จักชาวบ้าน ได้ความรักใคร่กลมเกลียว ได้อะไรๆ มากมายหลายอย่างที่เงิน ซื้อไม่ได้
ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะไม่มากมายอะไร แต่ผมมีความสุขทางใจมากกว่าครับ
เคยมีชาวบ้านพูดกันหลายคนครัวว่า ระหว่างหมออนามัย กับ นักการเมือง เค้าเชื่อใครมากกว่ากัน ซึ่งหมออนามัยก็คงรู้กันดีอยู่..."
 
 
 
*********
บันทึก ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2553