เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซว
จากจุดเริ่มต้นจนถึง
ขั้นการแสดงอาชีพ
ตอนที่ 11 ตัวอย่างบทร้องเพลงอีแซว (บางส่วน)
โดย ชำเลือง มณีวงษ์ กลุ่มกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซว
เครือข่ายนันทนาการต้นแบบประเทศไทย รุ่นที่ 1
ในบทความตอนที่ 11 เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซวจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงขั้นการแสดงอาชีพ มีกระบวนการมีขั้นตอนที่จะต้องฝึกหัดอย่างเป็นระบบและสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ บทร้องที่นักแสดงจะนำเอามาร้อง เล่น ทำท่าทางจะต้องมีความถูกต้องตามแบบฉบับของเพลงอีแซวให้มากที่สุด ผมได้นำเอาบทร้องฉบับครู ของครูเคลิ้ม ปักษี บ้านดอนเจดีย์ บรมครูเพลงอีแซวคนสำคัญ และของครูเพลงเก่า ๆ มานำเสนอเป็นแนวทางในการเขียนยทร้องหรือประกอบการฝึกหัดไว้ ดังนี้
ตัวอย่างบทร้องเพลงอีแซว 5 บท (สำหรับการแสดง)
1. บทร้องไหว้ครู
ก่อนจะเล่นให้ดู ต้องไหว้ครูเสียก่อน
จะได้กราบขอพร เอาไว้คุ้มภัย
สิบนิ้วประนม กราบก้มวันทา
ก่อนที่ลูกจะว่า เอ๋ยเพลงไป
จะไหว้พระพุทธที่ล้ำ ไหว้พระธรรมที่เลิศ
จะไหว้พระสงฆ์องค์ประเสริฐ อรหันต์ขวาซ้าย
ขอให้เป็นฉัตรแก้ว แล้วกางกัน
ขออย่าให้มีอัน อันตราย
จะไหว้คุณบิดร เชียวหนอมารดา
ที่ท่านได้เลี้ยงลูกมา จนโตใหญ่
ขอให้มาปกเกศ แล้วป้องกัน
อย่าให้ลูกมีอัน อันตราย
ลูกขอไหว้คุณครู ผู้สั่งสอน
ขอให้มาต่อกลอน ของลูกไว้
ขอมานั่งอยู่ในคอ คอยต่อปัญญา
เมื่อลูกจะว่า แล้วเพลงไป
ลูกจะไหว้ครูพัก ที่ลักจำ
บทกลอนที่แนะนำ ส่งเสริมให้
ร้องอะไรก็อย่าให้ผิด คิดแคล่วคล่อง
ขอให้หัวสมอง ลูกว่องไว
แล้วร้องว่าไชโอ เอ๋ยไชยยะ
ขอให้ลูกชนะ ทุกคนไป
ให้ว่ากลอนเฉาะๆ เสนาะสำเนียง
ขอให้กลอนกลมเกลี้ยง เปล่งเสียงถูกใจ
2.1 เพลงออกตัว (ชาย)
เอ๊ย ไหว้ครูเสร็จพลัน ฉันก็ไม่อยู่ช้า
เสียงเพื่อนเรียกหา ว่าต้องรีบไป
จึงหันมาจัดแจง ตกแต่งกายา
หวีผมผัดหน้า กะว่าจะไป
เสกแป้งผัดหน้า โอมมหานิยม
ใครเห็นต้องชม กันทุกคนไป
รับจัดแจงแต่งตัว ฉันไม่มัวตะบอย
เพื่อนๆ เขามาคอย กันก็นานหลาย
หยิบน้ำหอมขึ้นมาประ ลงนะหน้าทอง
ผู้หญิงเป็นต้อง มองจนตาลาย
แต่งตัวเสร็จสับ ฉันก็ขยับเดินย่อง
เดินออกจากห้อง ก็ว่าชั้นใน
เหลียวซ้าย แล้วก็แลขวา
เสียงใครเรียกหา เอ๊ย ว่าอยู่ที่ไหน
จะเดินกระชดกระชัน กันกระช้อย
ฉันเลยเดินยิ้มน้อย แล้วก็ยิ้มใหญ่
พบสาวน้อยงามแฉล้ม ดูแก้มขาว
ว่าปีนี้เป็นสาว ขึ้นกว่าปีกลาย
เมื่อก้าวเหยียบหัวรอด ตลอดหัวพรึง
ยกเท้าก้าวไปถึง ขั้นบันได
พอไปถึงบันได ฉันเลยยืนชะงัก
ไม่เห็นมีคนร้องทัก เอ๊ย ยังไม่ไป
มองออกไปนอกรั้ว เหมือนเห็นหัวดำๆ
มองสูงมองต่ำ เห็นแต่หัวไรๆ
มองเห็นหัวไรๆ พุ่มไม้โยๆ
จะเป็นผีหรือคน ฉันยังแปลกใจ
ฉันมองเห็นเงาหัว ตัวดำๆ
นึกว่ากอระกำ โดนไฟไหม้
ได้ยินเสียงของคน ปนเสียงสัตว์
ฉันจำได้ไม่ชัด เลยยังไม่ไป
2.2 เพลงออกตัว (หญิง)
จะไปพบผู้ชาย ต้องแต่งกายเสียก่อน
เราหญิงบ้านนอกแน่นอน จะดูสวยตรงไหน
เห็นเพื่อนๆ อาบน้ำ ก็ดูธรรมดา
จะอาบน้ำล้างหน้า ล้างข้างนอกข้างใน
ฉันจะอาบเสียบ้าง สะสางราศี
ถ้ากลิ่นไอไม่ดี จะไปไหนไม่ได้
ฉันล้างโน่นล้างนี่ ล้างปี้ล้างป่น
ล้างทั้งล่างทั้งบน ล้างกันให้สบาย
ฉันล้างแขนล้างขา ล้างลงมาถึงเข่า
นอกจากนั้นนึกเอา ว่าฉันจะล้างอะไร
ฉันกำลังยืนนึก อยู่เดี๋ยวนี้
เธอต้องล้างตรงที่ พูดออกมาไม่ได้
ว่าพี่เอ๊ยก็แต่ง น้องหรือก็แต่ง
เราผัดหน้าทาแป้ง พี่ไปน้องไป
ว่าหวีผมทรงกระทุ่ม สาวหนุ่มโบราณ
โจงกระเบนพื้นบ้าน สวมเสื้อระบาย
เอาผ้าแพรมาห่ม ดูเหมาะสมสดสวย
เอาเชี่ยนหมากไปด้วย เพราะฉันอดไม่ได้
หมากเจียนพลูจีบ จัดแจงบรรจง
ย่ำเสร็จแม่ก็ลง ลงบันได
หันไปชวนเพื่อนเรา เดี๋ยวจะเลยเวลา
จึงรีบแก้ผ้า ออกมาสไบ
3. เพลงประคารม “ตับลงกระได” (ชาย-หญิง)
(หญิง) พอแต่งตัวเสร็จสับ เราไม่มัวรอช้า
หวังจะไปดูหน้า ว่าเป็นหนุ่มที่ไหน
พอเดินมาถึงบันได ไม้ก็หักกระเด็น
เลยหันหลังไปเข็น แล้วก็ลงบันได
ไอ้ลูกบันไดมันหัก สลักโคลงเคลง (เอิง เงอ เอ๊ย) สลักโคลงเคลง
แล้วมันแกล้งกระเด้ง ได้หรือบันได (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) หรือบันได
(ชาย) เองจะทำเลินเล่อ ตาเหม่อไม่มอง (เอิง เงอ เอ๊ย) เหม่อไม่มอง
เดี๋ยวจะพลาดโดนกระดอง ลูกกระได (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) ลูกกกระได
(หญิง) ถึงเวลาจะเดิน ตาน้องมัวดู
บ้านช่องเคยอยู่ ตั้งแต่เล็กจนใหญ่
เคยขึ้นเคยลง กันแล้วทุกวัน
ฉันก็เคยนับขั้น ลูกบันได
เมื่อเวลาจะลง น้องจะไม่ลงเปล่าๆ
สองมือจะยึดเหง้า แล้วบันได
ถ้าพลั้งตัวพลั้งตา ว่ามักจะโดนตอ (เอิง เงอ เอ๊ย) ว่าโดนตอ
มันแค้นใจจริงหนอ มาโดนตอเสียได้ (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) แล้วเสียได้
(ชาย) ฉันก็มาแอบซุ่ม กันอยู่ที่พุ่มสะเดา
ฉันแอบซุ่มคอยสาว แก้มใสใส
เมื่อจะลงกระได ต้องตั้งใจให้ดีดี
ว่ากระไดมีผี อยู่ที่กระได
เดี๋ยวจะหล่นกระได ลงมาหงายกระเด่า (เอิง เงอ เอ๊ย) หงายกระเด่า
จะนอนกระเด้งเห็นดาว อยู่ที่ข้างกระได (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) ข้างกระได
(หญิง) ว่าจะลงบันได ต้องตั้งใจอย่างดี
ไม่เคยพลาดสักที ไม่ต้องมาทักมาทาย
ว่าสี่ตีนยังพลาด นักปราชญ์ยังพลั้ง (เอิง เงอ เอ๊ย) ว่ายังพลั้ง
น้องต้องคอยระวัง นะลูกบันได (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) ลูกบันได
จะว่าเสียงคนก็ไม่ชัด เสียงสัตว์ไม่เชิง
หรือเสียงกระบือเที่ยวเบิ่ง เมื่อตะวันจวนบ่าย
หรือเป็นควายเขาเขียว เที่ยวสูดเยี่ยวเขาหยด
ได้สูดกลิ่นกินรส แล้วยืนสูดน้ำลาย
หรือว่าเป็นพ่อเพลง ที่เคยบรรเลงร่วมเรา (เอิง เงอ เอ๊ย) ว่าร่วมเรา
ชักชวนเพื่อนสาวๆ ให้มาฟังเสียงชาย (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) ว่าเสียงชาย
4. เพลงที่เป็นประโยชน์ “ประวัติเพลงอีแซว” ขวัญจิต ศรีประจันต์
บรรจงจีบสิบนิ้ว ขึ้นหว่างคิ้วทั้งคู่ (เอิง เงอ เอ๊ย) คิ้วทั้งคู่
เชิญรับฟังกระทู้ เอ๋ยแล้วเพลงไทย (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) แล้วเพลงไทย
เชิญสดับรับรส กลอนสดเพลงอีแซว
ฝากลำนำตามแนว เพลงอีแซวยุคใหม่
เพลงอีแซวยุคใหม่ ผิดกับสมัยโบราณ
ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน นับวันจะสูญหาย
ถ้าขาดผู้ส่งเสริม เพลงไทยเดิมคงสูญ (เอิง เงอ เอ๊ย) แล้งคงสูญ
ถ้าพ่อแม่เกื้อกูล ลูกก็อุ่นหัวใจ (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) อุ่นหัวใจ
อันว่าเพลงพื้นเมือง เคยรุ่งเรืองมานาน
สมัยครูบัวผัน และอาจารย์ไสว
ประมาณร้อยกว่าปี ตามที่มีหลักฐาน
ที่ครูบาอาจารย์ หลายๆ ท่านกล่าวไว้
ทั้งปู่ย่าตายาย ท่านก็ได้บอกเล่า (เอิง เงอ เอ๊ย) ได้บอกเล่า
การละเล่นสมัยเก่า ที่เกรียวกราวเกรียงไกร (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) แล้วเกรียงไกร
ในฤดูเทศกาล เมื่อมีงานวัดวา
ทอดกฐินผ้าป่า ก็เฮฮากันไป
หรือยามตรุษสงกรานต์ ก็มีงานเอิกเกริก
งานนักขัตฤกษ์ ก็เอิกเกริกกันใหญ่
ประชาชนชุมนุม ทั้งคนหนุ่มคนสาว
ทั้งผู้แก่ผู้เฒ่า ต่างก็เอาใจใส่
ชวนลูกชวนหลาน ไปร่วมงานพิธี (เอิง เงอ เอ๊ย) งานพิธี
ถือเป็นประเพณี และศักดิ์ศรีคนไทย (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) แล้วคนไทย
ที่จังหวัดสุพรรณ ก็มีงานวัดป่า
คนทุกทิศมุ่งมา ที่วัดป่าเลไลยก์
ปิดทองหลวงพ่อโต แล้วก็โมทนา
ให้บุญกุศลรักษา มีชีวาสดใส
ได้ทำบุญทำทาน ก็เบิกบานอุรา
สุขสันต์หรรษา ทั่วหน้ากันไป
ได้ดูลิเกละคร เวลาก็ค่อนคืนแล้ว (เอิง เงอ เอ๊ย) ค่อนคืนแล้ว
เพลงฉ่อยเพลงอีแซว ก็เจื่อยแจ้วปลุกใจ (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย)แล้วปลุกใจ
หนุ่มสาวชาวเพลง ก็ครื้นเครงล้อมวง
เอ่ยทำนองร้องส่ง ตั้งวงรำร่าย
ร้องเกี้ยวพาราสี บทกวีพื้นบ้าน
เป็นที่สนุกสนาน สำราญหัวใจ
เพลงพวงมาลัย บ้างก็ใส่เพลงฉ่อย (เอิง เงอ เอ๊ย) แล้วเพลงฉ่อย
ทั้งลูกคู่ลูกข้อย ต่างก็พลอยกันไป (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) พลอยกันไป
5. เพลงลา-ให้พร
ก่อนจะจากกันไป ผมจะขอให้พร
ให้พ่อแม่สถาวร กันทั้งหญิงชาย
ให้ถาวรสวัสดิ์ บริบูรณ์สมบัติ
โพยภัยแคล้วคลาด อยู่สุขสบาย
ขอให้ท่านอยู่ดี เชียวหนอกินดี
อันตรายอย่าได้มี เข้ามากล้ำกลาย
ขอให้ยุ้งข้าวเหนียว สูงเท่ายอดมะพร้าว
ขอให้ยุ้งข้าวจ้าว สูงเท่ายอดไผ่
ขอให้อายุสุขขัง มังคโล
ได้อยู่เป็นร่มโพธิ์ แล้วร่มไทร
ถ้าใครมาคิดแคบๆ ขอให้อับปาง
ให้พ่ายแพ้อนิจจัง ลงไปวอดวาย
ขอให้เงินไหลเข้า ไปวันละเก้ากำปั่น
ไหลออกวันละพัน วันละไพ
ขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี
ขอให้ท่านจงมี เงินทองมากมาย
ขอให้ร่ำรวย ถูกหวยล็อตเตอรี่
หัวปีท้ายปี กันเรื่อยไป
หากใครคิดส่อเสียด ขอให้อายุมันสั้น
ตลอดทั้งแม่ของมัน ให้บรรลัย
ขอให้มีเมียน้อยเป็นพวง เมียหลวงเป็นพัน
ไอ้พันนั้นเมียบาน เอ๊ย...บานตะไท
ขอบคุณอาจารย์ที่นำเอาบทเพลงพื้นบ้านเก่า ๆ มาให้พวกเราคนรุ่นใหม่ที่สนใจในเพลงอีแซว ได้เรียนรู้
จะคอยติดตามผลงานของอาจารย์ต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ มีสุขภาพแข็งแรง จาก ศิษย์
สวัสดีครับ คุณครู
ผมชื่อแสนภูมิครับ เคยเรียนร้องเพลงอีแซวกับครู แล้วก็พี่รัตนา ผ้ดเเสนลูกศิษย์เอกของครูด้วยครับ บทเพลงบางเพลง เนื้อบางท่อนที่พี่รัตนาสอนแล้วผมนำมาร้องโดยไม่ได้ขออนุญาตครูผมต้องกราบอภัยครูด้วยจริงๆนะครับ เนื่องจากสามารถร้องได้แต่เรื่องการแต่งให้ไพเราะและได้ใจความเป็นเรื่องที่ยากมากๆสำหรับผม จึงเรียนขออนุญาตครู มา ณ ที่นี้เลยนะครับ