วันแม่ปีนี้ “ร้านสุกี้ชื่อดัง” ไม่น่าจะได้กะตังค์จากผู้เขียนเพราะว่าจะไม่พาแม่ไปทรมานและก็ไม่อยากเห็นภาพคุณแม่ผู้ใดทุกข์เพราะความหิวและการรอคอย...อิอิ

ก่อนอื่นต้องขอประทานโทษลูกๆท่านใดก็ตามที่คิดจะทำ กำลังทำ หรือทำไปแล้วในสิ่งที่ผู้เขียนกำลังจะเล่า

แต่เป็นความสัจจริง ผู้เขียนมิได้อยากเล่าเพราะแรงกระตุ้นอันใดชองใครอื่น นอกจากโทรศัพท์ของน้องชายซึ่งกำลังจะนำมาเล่าต่อไปนี้

คนขวาสุด "อีน้อย" น้องชาย ...

 

“เฮ้ย!...ยาย”

นี่คือเสียงเรียกจากน้องชายผ่านโทรศัพท์ ซึ่งเหมือนๆคนในบ้านคนอื่นๆที่มักเรียกผู้เขียนสั้นๆว่า ยาย(แฉะ) จนลูกๆเคยงงว่าทำไมคุณยายเรียกแม่ว่ายาย ทำให้ลูกลำดับภาพต้นไม้ครอบครัวลำบาก

“เออ...วันแม่ ลื้อ...จะพาแม่ไปกินข้าวที่ไหนหรือเปล่าวะ” น้องชายถามต่อ

“...แล้วเธออยู่ที่ไหน” ผู้เขียนสงสัย ว่า order นี้มันมาจากที่ไหน

“อั๊วอยู่กรุงเทพฯ นี่กำลังจะพาอ้อน(เมียเค้า)ไปอุดร(ที่ทำงานเค้า)”

“เออ...คิดอยู่เหมือนกัน แต่ฉันโทรฯบอกแม่แล้วว่าร้านสุกี้ที่แม่กับป๋าชอบกินน่ะ วันแม่ปีนี้ว่าจะไม่พาไป จะพาไปวันหลังเพราะไม่อยากพาแม่ไปทรมานว่ะ คนเยอะ อาจจะพาไปกินข้าวริมบึง”

“เหรอ...เออๆๆ...” คงผิดหวังนิดนึงที่ไม่ได้ตาม orderที่แอบไว้ในใจและถูกดักคอ

 

เฮ้ย!... เอาหมาไปเลี้ยงมั้ย หลังอาน สีน้ำตาลแดง ส๊วยสวยว่ะ”

“โอยๆๆๆ... ไม่เอาว่ะ ไม่เอา ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน จะเป็นภาระคนอื่น ตอนนี้จะเลี้ยงอะไรต้องคิดถึงความลำบากลูกหลาน ไปไหนทีเดือดร้อนคนอื่น...ไม่เอาๆ...”

“เออว่ะ...จริง...อย่างไอ้ตั๊ส...หมาแก่...ฮาๆๆๆ..”

“ฮู้ยยย...เดินกระย่องกระแย่งน่ะเธอ แก่มาก สงสารว่ะ ดีหน่อยที่ยังกินเองได้ ไม่ฉี่ราด เลี้ยงกว่าจะตาย 10กว่าปี แล้วบ้านนี้เลี้ยงหมาอายุสั้นที่ไหน ไอ้บูตั๊สเกิดหลังพี่ตูนสองปี จนตอนนี้พี่ตูน20กว่าแล้ว มันน่ะเกือบ20ปีแล้ว ยังอยู่เล้ย....”

“ฮาๆๆๆ.....”

จริงๆจะพูดเรื่องแม่ ทำมั้ยไพล่ไปถึงหมาได้ “อีน้อย” ไม่น่าเล้ย

 

คนนี้แฟนแม่เค้า

 

จริงแล้วเนี่ยเมื่อเช้าผู้เขียนโทรฯหาแม่แล้วแหละ บอกว่า

“แม่...สุขสันต์วันแม่ค่ะ”

“เออออ..เฮอะๆๆ...”

“วันนี้พี่หมูติดอบรมอาจารย์ภาษาอังกฤษ ระดับ master อะไรของเค้านี่แหละ กว่าจะกลับคงเย็นๆ อาจพาแม่ไปกินสุกี้วันนี้ไม่ได้นะ แต่ยังไม่แน่แล้วเดี๋ยวจะนัดอีกที อาจจะไปกินที่อื่น แล้วจะโทรฯบอกอีกทีค่ะ”

“เออๆๆ...ไม่เป็นไรลูก”

“อีน้อย มามั้ย?แม่”

ผู้เขียนหมายถึงน้องชายหรือนายสุรศักดิ์ ขจรศรี ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาบ้านผือ อุดรธานี คนที่โทรฯหาข้างบนน่ะแหละ แม่ชอบเรียกว่า “อีน้อย” พ่อชอบแซวว่า “อีน้อยเป็นลูกชายคนโปรดของแม่...”  จะไม่โปรดได้ไง เวลาแม่เรียกทำกับข้าวหรือขนม “ติ๋วๆๆๆ.....” ติ๋วก็หนีเข้าห้อง นั่งโต๊ะทำการบ้านซะงั้น แม่ก็ไม่กล้าควักออกมา ตกหนักถึง “อีน้อย” อีน้อยเลยทำกับข้าวเก่ง แซ่บ...และทำขนมเป็นหลายอย่าง เวลาอีน้อยมาบ้าน แม่ก็จะยิ้มแฉ่ง...เพราะมีมือขวา...

 

ภาพนี้ 3 ตา...3 ยาย...เมื่อคราวน้องชายที่เหลือสองคนของแม่มาเยี่ยม (คุณตาวินิจฉัยและคุณตาวีระ)  ตาฉัย(ภาพขวาสุด)เคยเอารถลงข้างทางไปทีนึงเมื่อคราวมาเยี่ยมพี่สาวเมื่อสามปีก่อน

 

ว่าเรื่องแม่ต่อดีกว่า...แม่พูดต่อว่า

“อีน้อยมันก็ไปหาเมียมันน่ะและ...มันจะมาทำไม... ฮาๆๆ" น้ำเสียงไม่ได้น้อยใจแฮะ...แต่ติดตลก

 

หลายๆปีก่อนพวกเรามักพาป๋ากับแม่ไปกินสุกี้จนเป็นวัฒนธรรม...ในวันสำคัญๆของครอบครัว เช่นวันเกิด วันโน่น วันนี่ วันนั่น วันแม่ แม้“วันเกิดอยากกิน” ก็มี ไปบ่อยเพราะคนแก่ชอบ ผักเปื่อยๆ น้ำจิ้มอร่อย เป็ดเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย มีเต้าทึงร้อนเย็นของโปรดให้ทานด้วย

 

เคยพาไปเข้าคิวคอยเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงคิวเราเพราะกว่าครอบครัวอื่นที่ไปกินก่อนจะอิ่ม สนุกจนพอแล้วกลับ...สุดทรมาน

ปีถัดๆไปใช้วิธีโทรฯจองคิวก่อน...ตอนหลังมาเขาไม่รับจองคิวทางโทรศัพท์

ปีที่แล้วใช้วิธีไปก่อนแล้วค่อยให้ป๋ากับแม่ตามมา จะได้ไม่ต้องคอย...ดูว่าเราฉลาดขึ้น

 

แต่ในบรรยากาศการได้กินก่อนนั้นในใจของเราไม่มีความสุขเท่าไหร่ เพราะเห็นครอบครัวอื่นๆพาพ่อแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย อาม่า อากง ผู้เฒ่าผู้แก่มานั่งคอย ยืนคอย กอดอกคอยแล้ว... เรารู้สึกว่าขืนครอบครัวเรากินกันนาน ครอบครัวอื่นๆเขาคงจะหิว... พวกเราจึงสนุกคุยกันไม่ได้นาน

 

 

ถ้าจะพาแม่ไปกินสุกี้(ชื่อดังที่แม่ชอบ พร้อมเป็ดย่างแสนอร่อย...)ในวันแม่ปีนี้อีก ก็คงต้องไปคอยเข้าคิวจอง แม่คงหิ้วท้องแขวนคอยเช่นเคย

 

วันแม่ปีนี้ “ร้านสุกี้ชื่อดัง” ไม่น่าจะได้กะตังค์จากผู้เขียนเพราะว่าจะไม่พาแม่ไปหรอก และก็ไม่อยากเห็นแม่คนอื่นทุกข์กับการรอคอยด้วยความหิว

แต่เอ...ร้านริมบึงที่คิดจะพาแม่ไปเปลี่ยนบรรยากาศก็อาจจะมีคนเยอะเหมือนกันนา...ว่าไปแล้วนี่ก็ยังเสี่ยงเหมือนเดิม...

หรือปีนี้เราจะเปลี่ยน “ร้านทรมานแม่” หว่า

จากหนูเองค่ะ

 ..........................................

"ความสุข" เป็นของฝากวันแม่

"เรื่องเล่าจากน้องปุ๊"

เรื่องที่1

“ป้าติ๋วรู้มั้ยว่า อะไรมาก่อนสุข”

“ทุกข์ไง...”

“ม่ายช่าย....พฤหัสต่างหาก ถ้าอยากสุขก็เอาทุกข์ไปไว้วันพฤหัสนะ”

...โอว...งง งง

เรื่องที่2

"ป้าติ๋ว...คณบดียกมือไหว้ปุ๊ด้วยแหละ...เป็นไง...งึด(ทึ่ง)บ่..."

"หา...จริงง่ะ..."

"จริงฮะ..."

"เฮ้ย...ทำไมล่ะ"

"ก็ปุ๊ยกมือไหว้เพิ่นก่อน....ฮี้...แฮ่...แฮะๆๆๆ...."

...โอว...อามิตา..พุด..โธ่ 

อิอิ