ความสุขที่แท้จริง คือ ความสุขทางใจ ความสุขจากการที่เราได้ช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

ความสุขที่แท้จริง

      ในชีวิตของการปฏิบัติงานการดูแลสุขภาพของประชาชน สิ่งที่ผมให้ความสำคัญ คือ การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ผมถูกปลูกฝังมาตลอดตั้งแต่ตอนเรียนที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร   จังหวัดสุพรรณบุรี ผมจบมาเมื่อปี    2551   ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน มาทำงานที่กลุ่มงานบริการทางการแพทย์  คลินิกชีวิตใหม่ โรงพยาบาลท่าเรือ  ซึ่งเป็นการให้บริการบำบัดบัดรักษาผู้ติดสารเสพติด ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต / จิตเวช  งานส่วนใหญ่ที่รับผิดชอบ คือ เรื่องยาเสพติด ส่วนงานด้านสุขภาพจิตจะเป็นงานการให้คำปรึกษาเบื้องต้น  เจ้าหน้าที่มีด้วยกันทั้งหมด 4 คน เป็นพยาบาลวิชาชีพ 2  คน  เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน  1 คน และผู้ช่วยเหลือคนไข้ 1 คน  การทำงานก็จะพบกับผู้ป่วยมากมายหลายประเภททั้งผู้ป่วยที่มาบำบัดยาเสพติด  ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ทำให้ผมได้เรียนรู้แนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม จนผมได้มีโอกาสได้มาช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่บ้านใกล้เคียงกับผม  คือ  ครอบครัวของป้าบุญเรือน  ครอบครัวป้าบุญเรือนมีจำนวน 3 คนมีป้าเรือน ลุงเจต และ จอย   ป้าเรือนและลุงเจตไม่มีลูก เลยขอบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงชื่อว่า จอย  แต่จอยก็ไม่ได้ดูแลป้าเรือนกับลุงเจต นาน ๆ ก็จะกลับมาเยี่ยมสักครั้งตอนนี้ป้าเรือนอยู่กับลุงเจต 2 คน ลุงเจตมีโรคประจำตัวเป็นอัมพฤกษ์ที่ทางด้านแถบขวา เวลาเดินต้องใช้ไม้เท้า ป้าเรือนจึงต้องทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว  คอยดูแลลุงเจตทั้งทำกับข้าว และความเป็นอยู่  ส่วนฐานะทางบ้านไม่ค่อนดี แต่ยังดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน และเงินช่วยเหลือผู้พิการ ทำให้มีเงินใช้ในแต่ละวัน บางวันถ้าไม่มีเงินข้างบ้านก็จะนำกับข้าวมาให้ ผมเห็นภาพนี้มาประมาณ 5 ปี    ผมได้เจอกับพี่ต้อย   พี่ต้อยโทรมาบอกว่า ตั้มพี่ต้อยอยากให้ตั้มไปดูป้าเรือนหน่อย ผมถาม
พี่ต้อยว่า แล้วป้าเรือนเป็นอะไรหรอครับ พี่ต้อยบอก พอดีพี่เห็นเขาดูเหม่อลอย ไม่ค่อยพูดจา บางครั้งพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง เดี๋ยวผมจะไปดูให้นะครับพี่ต้อย  หลังจากวางสาย ผมรีบออกไปดูป้าเรือนที่บ้าน ช่วงนั้นฝนกำลังตกพร่ำ ๆ พอไปถึงที่บ้านเห็นป้าเรือน
นั่งสวมถุงพลาสติกที่ทำเป็นหมวกคลุมอยู่ที่ศรีษะ  นั่งตากฝนอยู่ระเบียงหน้าบ้าน ผมจึงเดินไปหาป้าเรือนแล้วบอกให้ป้าเรือนลงมาข้างล่าง เพราะฝนตกหนักมาก ส่วนลุงเจตอาบน้ำเสร็จพอดีก็เดินตามมา ผมเห็นป้าเรือน ป้าเรือนดูผอมจากเดิมไปมากครับ เวลาเดินเดินไม่ถนัดเหมือนกับจะมีปัญหากับหัวเข้าข่างซ้าย เนื้อตัวมีรอยถลอกของผิวหนัง ข้าวของบริเวณบ้านกระจัดกระจาย ป้าเรือนบอกว่ามีอะไรหรอ ผมเลยบอกว่ามาหาครับ แล้วยิ้มตอบไป ผมถามลุงเจตว่าสบายดีไหมครับลุง ลุงบอกว่าสบายดี มีแต่ป้าเรือนไม่ค่อยสบาย ผมถามว่าแล้วป้าเรือนเป็นอะไรครับ ลุงเจตบอก ป้าเรือนแกเหม่อลอย ไม่ค่อยคุย บางครั้งมีเดินออกนอกบ้านไปคนเดียว แล้วกลับบ้านไม่ถูก ผมคิดในใจว่า ป้าเรือนน่าจะมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร ลุงเจตบอกว่าป้าเรือนเป็นมานานแล้ว เป็นมา 1 – 2 ปี ไม่ได้ทานยาอะไร ได้แต่ทานยานอนหลับที่ สอ.โพธิ์เอนให้มา ผมจึงแนะนำว่าวันพรุ่งนี้ให้ป้าเรือนมาหาผมที่โรงพยาบาลท่าเรือครับ เพื่อที่จะประเมินอาการทางจิตช่วยให้อาการของป้าดีขึ้น ป้าเรือนพยักหน้าแล้วบอกว่าได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าไปหานะ พอดีฝนตกนักมากครับผมเลยขอตัวกลับบ้านก่อน พอมาถึงบ้านสักพัก ผมก็โทรขอคำปรึกษาเรื่องอาการของป้าเรือนกับพี่เล็ก พี่เล็กเป็นพยาบาลที่คลินิกชีวิตใหม่ พี่เล็กจะคอยให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด / สุขภาพจิต / จิตเวช  พี่เล็กบอกว่าพาป้าเรือนมาได้เลยพรุ่งนี้ รุ่งเช้าผมไปทำงานตามปกติ ประมาณ 9 โมงเช้าป้าเรือนมาถึงที่ห้อง ผมพาป้าเรือนมาที่ห้องตรวจแล้วให้พี่เล็กตรวจและประเมินอาการของป้าเรือน พี่เล็กบอกว่าป้าเรือนมีปัญหาสุขภาพจิต พี่เล็กจึงให้ยาตามแผนการรักษา ผมบอกป้าเรือนว่าป้าเรือนกลับบ้านได้เลยครับ เดี๋ยวยาผมจะไปรับให้
แล้วตอนเย็นจะนำยาไปให้ป้าเรือนที่บ้าน ป้าเรือนยิ้มตอบแล้วบอกว่าขอบใจมาก หลังจากทำงานเสร็จ ผมก็นำยาไปให้ป้าเรือนพร้อมกับบอกวิธีการทานยาให้ป้าเรือนและลุงเจต ว่าจะต้องทานยาเมื่อไหร่ เพราะกลัวว่าป้าเรือนจะทานยาผิด ผมบอกกับป้าเรือนว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้น มาบอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ แล้วผมจะมาหาอีกนะ ผ่านไป 3 สัปดาห์ ผมแวะไปดูป้าเรือน ลุงเจตบอกว่าป้าเรือนอาการดีขึ้น ทานข้าวได้มากขึ้น พูดคุยรู้เรื่องขึ้น ผมเห็นป้าดีขึ้นก็ดีใจครับ ช่วงหลังผมจึงมารับยาแทนป้าเรือน เนื่องจากป้าไม่สะดวกในการเดินทาง แต่ผมจะคอยดูอาการหากมีอาการเปลี่ยนแปลงก็จะได้ปรับแนวทางการรักษา จากวันนั้นถึงวันนี้ สุขภาพของป้าเรือนดีขึ้นมากครับ ยิ้มแย้มแจ่มใส อ้วนขึ้น เวลาวันพระ ป้าเรือนจะทำกับข้าวมาให้ทาน บางทีก็เอาผลไม้มาให้ ป้าเรือนบอกว่าเอายามาให้เกรงใจ ช่วงหลังผมไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมป้าบ่อยนัก แต่ก็ไปดูแลเรื่องยา และถามอาการบ้าง   แล้วประสานกับ สอ.โพธิ์เอน ในการส่งต่อติดตามการรักษาครับ

            สำหรับการปฏิบัติงานในฐานะบุคลากรทางสาธารณสุข สิ่งที่มุ่งเน้นมากที่สุด คือ การดูแลสุขภาพของประชาชน และตัวอย่างของป้าบุญเรือน จึงเป็นบุคคลคนหนึ่งที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ความสุขที่แท้จริง คือ ความสุขทางใจ ความสุขจากการที่เราได้ช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ แล้วทำให้ผู้ให้มีความสุขครับ

 โดย  น้องตั้ม                                                                                    

กลุ่มเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน

 ( คลินิกชีวิตใหม่ )