ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ มีความสุขที่ได้อ่านหนังสือ บ้าหนังสือ   เวลานี้กำลังหันมาบ้าอ่านหนังสือแบบใหม่ คืออ่านบน eBook Reader เช่น Kindle และ iPad ซึ่งดีและด้อยไปคนละแบบ   การอ่านแบบใหม่เรียกว่าอ่านจอ (screen)   แตกต่างจากอ่านหนังสือ (paper)

          นิตยสาร Smithsonian ฉบับเดือน ก.ค. – ส.ค. ๕๓ เป็นฉบับฉลอง ๔๐ ปี   เขาจัดทำบทความ ๔๐ บทความที่เป็นเรื่องสำคัญ และจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงใน ๔๐ ปีข้างหน้า    เรื่องสุดท้ายชื่อ From print to pixel : Reading in a whole new way เขียนโดย Kevin Kelly   ผมขอเชิญชวนให้ท่านเข้าไปอ่านเรื่องนี้ครับ   จะเข้าใจเรื่องการอ่านตั้งแต่สมัยโบราณ ไปจน ๔๐ ปีข้างหน้า

          อ่านหนังสือสมัย ๕๐๐ ปีก่อนเป็นการอ่่านออกเสียง   การอ่านในใจเป็นเรื่องแปลกและยาก   สมัยผมเด็กๆ ก็ติดอ่านออกเสียง  ต้องหัดอ่านในใจ   จำได้ว่าสมัยเรียนชั้นมัธยม มีเพื่อนหลายคนเวลาอ่านหนังสือต้องพึมพำกับตัวเอง จึงจะรู้เรื่อง

          ผู้เขียนบอกว่า อ่านหนังสือใช้ตาและสมาธิ    อ่านจอใช้มือและการเคลื่อนไหว    แต่ผมกลับคิดว่า เราอ่านหนังสือแบบต้องเคลื่อนไหวมานานแล้ว คืออ่านไปขีดเส้นใต้ไป   ตอนหลังก็ อ่านไป ไฮท์ไล้ท์ ไป   วิธีทำเครื่องหมายลงบนหนังสือ เป็นวิธีการช่วยให้เรากลับมาทบทวนสาระสำคัญได้เร็วขึ้น

          เขาบอกว่า อ่านหนังสือได้สาระที่หยุดนิ่งตายตัว ตรวจสอบยาก   แต่อ่านจอมี link ให้หาข้อมูลต่อเนื่อง หรือสำหรับใช้ตรวจสอบ  โลกของการอ่านจอจึงเป็นประชาธิปไตยกว่ายุคอ่านสิ่งพิมพ์    การอ่านจอที่มี ลิ้งค์ ให้ตรวจสอบ ทำให้คนถูกครอบงำยากกว่าสมัยอ่านสิ่งพิมพ์   ซึ่งผมว่ามีทั้งส่วนที่จริงและไม่จริง   ส่วนที่ไม่จริงคือ ในบางสังคมคนทั่วไปไม่มีทักษะชีวิตในการไม่เชื่อง่าย (กาลามสูตร)    และยุค ICT ก็ช่วยให้ฝ่ายครอบงำมีช่องทางครอบงำได้มากขึ้น แนบเนียนขึ้น

          ยุคอ่านจอ เป็นยุคแห่งความเชื่อมโยง และสร้างโลกเสมือน   ซึ่งผมมองว่า สมัยผมเด็กๆ มีจออยู่ ๒ อย่างคือจอหนังฉาย กับจอหนังตะลุง    เราอ่านหนังสือส่วนหนึ่งเพื่อจินตนาการสร้างโลกเสมือน   โลกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน   สมัยอ่านหนังสือเราอ่านหนังสือแล้วจินตนาการโลกเสมือนด้วยตัวของเราเอง    แต่ยุคอ่านจอ เจ้าจอหรือเครื่องมันสร้างโลกเสมือนยัดเยียดให้เราเสพ   สู้สมัยก่อนไม่ได้ ที่เรามีโอกาสสร้างโลกเสมือนของเราเอง   เรามีโอกาสเป็นผู้สร้างได้มากกว่า

          บทความดังกล่าวบอกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า สถานที่ ติดอยู่กับสินค้า หรือกระจายสู่ WIFI พอเข้าไปใกล้ จออัจฉริยะก็รับข้อมูลและสื่อให้เราอ่านทางจอ   เขาบอกว่าถ้าเอา smart phone จ่อที่ป้ายราคาสินค้า   จะได้รายละเอียดคุณภาพ สถานที่ผลิต ฯลฯ เกี่ยวกับสินค้า    ผมลองเอา BB ของผมเข้าไปใกล้ หรือเอากล้องถ่ายรูปใน BB เข้าไปจ่อ ไม่เห็นมีอะไรออกมาที่จอ   ทำให้นึกขึ้นได้ว่า เจ้าป้ายอัจฉริยะแบบที่เขาเขียนถึงน่าจะเป็นป้ายที่ใช้ระบบ RFID (Radio Frequency Identification) 

          เขาบอกว่าจอมีสภาพ interactive และเก็บข้อมูลได้  คือจออ่านเราได้ และอ่านข้อมูลได้ลึก   ต่อไปข้างหน้าจอจะอ่านอารมณ์ สุขภาพ ฯลฯ ของเราได้   และจอจะเล็กลง น้ำหนักน้อยลง จนอาจเป็นส่วนหนึ่งของแว่นตา

          ผมชอบใช้การอ่านจอเป็นตัวช่วยกระตุ้นจินตนาการ   แล้วจดบันทึกไว้   ผมจึงชอบมีจอเล็กๆ ติดตัว สำหรับไว้จดความคิดหรือจินตนาการ    แล้วเอามาขยายต่อ หรือตรวจสอบกับ ลิ้งค์ ต่างๆ    เป็นชีวิตที่สนุกสนานจริงๆ   น่าเสียดายที่มันมีเพียงวันละ ๒๔ ชั่วโมง

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๑ ก.ค. ๕๓