หลักการผลิตครูมัธยมที่เรียนวิชาการสายหลักจนได้ปริญญาตรี แล้วจึงค่อยมาเรียนเพิ่มวิชาครูหรือวิชาว่าด้วยการเรียนรู้ เป็นหลักการสากลที่ใช้กันทั่วไปในประเทศที่ระบบการศึกษาเข้มแข็ง
 
          เมื่อวันที่ ๕ ส.ค. ๕๓ กกอ. โต้เถียงกันอย่างดุเดือด (แต่ฉันมิตรและสุภาพ) เรื่องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการผลิตครูในหลากหลายด้าน   ในวาระขออนุมัติ TQF ด้านศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์  ที่เป็นหลักสูตร ๕ ปี
          จนถึงตอนจะต้องมีมติว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านร่างนี้   ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุง หลังจากไม่ผ่านมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเดือน ก.พ. ๕๓   ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าผ่านก็ต้องผ่านแบบมีการปรับปรุง   มีกรรมการส่วนหนึ่งเห็นว่าไม่ควรผ่าน   เพราะยังไม่ปฏิรูประบบการสร้างครูอย่างถึงขนาด  

          หัวใจอยู่ที่ครูสอนระดับมัธยม   มี กกอ. ถกเถียงกันมาก แล้วยืนยันว่าการผลิตครูมัธยมให้ใช้หลักสูตรวิชาเอกเดี่ยวเท่านั้น และวิชาที่เรียนก็ต้องเรียนวิชานั้นโดยตรง ไม่ใช่วิชาด้านการสอน   เช่นวิชาเอกเคมีก็ต้องเรียนเคมี ไม่ใช่เคมีศึกษา   และวิชาเอกนั้นต้องสอนโดยคณะวิชาด้านนั้นโดยตรง ไม่ใช่สอนโดยคณะศึกษาศาสตร์   เช่นวิชาเคมี ต้องสอนในคณะวิทยาศาสตร์    วิชาภาษาอังกฤษต้องสอนโดยคณะอักษรศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์   ไม่ใช่คณะศึกษาศาสตร์

          มีกรรมการแย้งว่าควรอนุโลมให้เรียนวิชาสายที่ลงท้ายด้วยคำ “ศึกษา”   เพื่อให้คณะศึกษาศาสตร์มีงานทำ    และไม่เป็นการบั่นทอนคณะศึกษาศาสตร์เกินไป    แต่ผมเป็นผู้โต้แย้งว่าถึงคณะศึกษาศาสตร์จะเจ็บปวดก็ต้องยอมทน เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง   เราต้องยอมทนเจ็บปวดที่ส่วนย่อย เพื่อความเจริญก้าวหน้าที่ภาพใหญ่คืออนาคตของการศึกษาของชาติ

          ผมได้ชี้ให้เห็นว่า ครูมัธยมต้องติดตามความก้าวหน้าของวิชาการที่เปลี่ยนเร็วได้เป็นอย่างดี   จึงต้องเรียนในคณะที่ทำงานวิชาการ (วิจัย) ด้านนั้นๆ โดยตรง   เพื่อซึมซับบรรยากาศวิชาการที่มีพลวัตสูง   สำหรับติดตัวไปค้นคว้าหาความรู้ต่อได้ในภายหน้า    หากเรียนในคณะศึกษาศาสตร์จะสอนโดยอาจารย์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพัฒนาวิชาการ (วิจัย) ด้านนั้น   เพียงแต่รู้สาระ ซึ่งก็มักจะเป็นสาระที่หยุดนิ่งตายตัว   ทำให้ นศ. ไม่ได้เรียนรู้ซึมซับบรรยากาศวิชาการที่แท้จริง   เมื่อจบออกไปทำหน้าที่ครู ในไม่ช้าความรู้ที่มีก็จะล้าสมัย    และจะไม่เข้าใจวิธีกระตุ้นความใคร่รู้ของเด็ก 

          หลักการผลิตครูมัธยมที่เรียนวิชาการสายหลักจนได้ปริญญาตรี   แล้วจึงค่อยมาเรียนเพิ่มวิชาครูหรือวิชาว่าด้วยการเรียนรู้   เป็นหลักการสากลที่ใช้กันทั่วไปในประเทศที่ระบบการศึกษาเข้มแข็ง   และในประเทศฟินแลนด์เขาปฏิวัติระบบการผลิตครูใหม่หมด   ยุบคณะศึกษาศาสตร์หมด เหลือเพียงเป็นภาควิชา สอนและทำงานวิชาการด้านการเรียนรู้ (learning how to learn)    

          ผมมองว่า มติของ กกอ. ในวันนี้คือส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง   เพราะใน ๑๐ ปีข้างหน้าจะมีครูเกษียณอายุ ๒ แสนคน   จะต้องผลิตขึ้นทดแทน   ระบบการศึกษาพื้นฐานก็จะได้ครูที่มีคุณภาพสูงทางวิชาการ ในชั้นมัธยม

          การปฏิรูปที่ไม่ยอมเจ็บปวดเลย ย่อมไม่มี
 
 
วิจารณ์ พานิช
๖ ส.ค. ๕๓