เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซว
จากจุดเริ่มต้นจนถึงขั้น
การแสดงอาชีพ
ตอนที่ 10 วิธีพัฒนาไปสู่ความสามารถที่มีมาตรฐาน
โดย ชำเลือง มณีวงษ์ กลุ่มกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซว
เครือข่ายนันทนาการต้นแบบประเทศไทย รุ่นที่ 1
ปัญหาและข้อบกพร่องที่พบมาก ในการจัดการแสดงเป็นทีม หรือในวงเพลง 1 วง คือ ความสามารถและคุณสมบัติของผู้แสดงทั้งวงไม่เท่ากัน บางคนรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวขึ้นดูแล้วโดดเด่น เสียงดี ลีลาสวยงาม ท่าทางอ่อนไหวให้ความสนุกมีชีวิตชีวาด้านหน้าเวที แต่ในทางกลับกันก็ยังมีนักแสดงที่แต่งอย่างไรก็ไม่น่าดู เสียงร้องก็พอไปได้ เสียงไม่ดี ลีลาท่าทางก็เฉื่อย ๆ ไม่เร้าใจ ตรงนี้ที่จะต้องทำการพัฒนาและจะเป็นไปอย่างช้า ๆ เพราะนักแสดงบางคนไม่สามารถที่จะเปลี่ยนบุคลิกได้เลย แล้วครูผู้ควบคุม ดูแลจะทำอย่างไร วงเพลงจึงจะไปรอดwได้
บทความเรื่อง เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซว เดินทางมาถึงตอนสำคัญ ผมขอนำเอาประสบการณ์ที่ได้จัดกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซวและเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ อีกหลายชนิดให้กับเยาวชนมานานเกือบจะ 20 ปี มีงานแสดงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ใช้ว่าจะมากเสียจนล้นมือ เพียงแต่ว่ามีงานเข้ามาโดยตลอด การแสดงเพลงพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพลงอีแซว ลำตัด เพลงฉ่อย ยังพอมีงานให้ได้รับใช้สังคม ในช่วงเวลาที่วงมีชื่อเสียงจากเหตุการณ์โดยรอบด้าน งานก็เข้ามามาก ในช่วงที่วงไม่มีผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ออกหน้าจอ หรือสิ่งพิมพ์งานก็จะลดลงไปบ้าง แต่เท่าที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี ผมได้นำเยาวชนกลุ่มหนึ่งไปรับใช้สังคมมาเป็นจำนวนกว่า 1,000 รอบการแสดง เนื่องบางสถานที่เราทำการแสดงวันละ 20 รอบก็ยังมี วันละ 5-7 รอบมีหลายครั้งและแสดงหลายวัน เช่น กิจกรรมชุมนุมลูกเสือระดับประเทศ ที่จังหวัดระยอง เมื่อปี 2547
มองไปที่คุณภาพการแสดงที่มีอิทธิพลต่อท่านผู้ชม คุณภาพในที่นี้ผมหมายถึงมีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ประทับใจท่านผู้ชม มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีในการแสดงให้สอดรับกับรสนิยมของผู้ชมในแต่ละสถานที่ได้อย่างลงตัว ทีมงานที่เราเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี สิ่งที่วงเพลงเตรียมเอาไปนำเสนอทั้งหมดอาจจะไม่ตรงแนวคิด ไม่เป็นที่ถูกใจผู้ชมเลยก็ได้ จึงทำให้ไม่มีคนดู คำว่าคนดูอาจจะมีมากหรือน้อยตามประเภทของศิลปะการแสดง มหรสพอย่างเพลงอีแซวในการแสดง 1 สถานที่ มีท่านผู้ชมมาให้กำลังใจนับร้อยคนก็ปลื้มแล้ว แต่ในความเป็นจริงบางสถานที่ มีท่านผู้ชมมาให้กำลังในนับพันและอยู่ชมการแสดงรับร้อยเมื่อถึงเวลาจบการแสดง
คำว่าคุณภาพจึงคู่กับการพัฒนา และการพัฒนาจะต้องพัฒนาทุก ๆ ครั้งที่ไปทำการแสดงและทุกสถานที่ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เป็นที่ถูกใจท่านผู้ชมได้อย่างไร เพลงบางวงฝึกแค่เพียงร้องได้แล้วออกไปนำเสนอผลงานที่ดูยังไม่เข้มแข็ง ที่หน้าเวทีก็ไม่มีผู้ที่จะมาคอยให้กำลังใจ ทีมงานที่ดี จะต้องมีความเข้มแข็ง มั่นใจ มีความพร้อมอยากที่จะนำเสนอจุดเด่นของตนเองให้ท่านผู้ชมได้รับความสุขสนุกสนาน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ รางวัลน้ำใจ ขอทราบที่อยู่ขอเบอร์โทรศัพท์ หางาน ติดตามาเชิญไปแสดงในงานต่อไป เป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพของวงเพลงอีแซวหรือเพลงพื้นบ้านนั้น ๆ
บางท่านอาจจะมีความมุ่งมั่นอยู่ในแนวคิดว่า ถ้าวันใดวงเพลงอีแซวของตนเองได้รับรางวัลจากการประกวดในระดับจังหวัด ในระดับภาค ในระดับประเทศ นั่นหมายถึงคุณภาพที่สามารถนำเอาผลงานชนะเลิศไปเผยแพร่ต่อสายตาท่านผู้ชมได้อย่างมั่นใจ ท่านกำลังเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งนี้เพราะวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ มีรางวัลชนะเลิศและรางวัลดีเด่น ยอดเยี่ยม และรางวัลรอง ๆ รวมแล้ว 215 รางวัล และที่สุดคือ โล่รางวัลจากการประกวดเพลงพื้นบ้าน ระดับประเทศ ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท เมื่อ ปี 2552 ผมไม่ได้นำเอามาจุดประกายหน้าเวที ถ้าจะพูดก็จะต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวมาก เพราะท่านผู้ชมยังไม่ได้ชมผลงานของเรา ผู้ที่ทำให้เราได้รับรางวัลมากมาย ในวันนี้ไม่ได้มาดูเราแสดง ผมนำวงเพลงอีแซว ซึ่งหลายครั้งเราไปแสดงในฐานะวงลำตัด (ประยุกต์) ไปในนามวงเพลงฉ่อยและเล่นเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ ตามที่ผมได้เรียนรู้จากครูเพลงมา แต่ประสบการณ์ ณ สถานที่ต่าง ๆ ในงานที่ผ่านมาอาจจะไม่เหมือนกับในวันนี้
เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากพอสมควร ผมได้เห็นวงเพลงอีแซวเยาวชนทำการแสดง ไม่ว่าจะกี่งานก็เล่นบทเดิม จะไปเล่นในงานอะไรก็บทเดิม แถมบางงานมีเวลา 15 นาที ยังร้องไหว้ครู ร้องลาตอนที่จะเลิก แล้วหนู ๆ จะมีเวลาสักเท่าไรเล่นให้กับงานที่เขาเชิญไป (ไหว้ครูไปจากข้างล่างก่อนที่จะขึ้นเวทีก็ได้) พูดลาเพราะ ๆ แทนการร้องลาเอาก็ได้ แล้วทำไมจึงต้องร้องเสียทุกตอน สิ่งที่มานำเสนอคือ เสน่ห์ของเพลงอีแซวที่มีบทร้องให้ผู้ดูผู้ชมได้คิดอย่างอิสระ คิดไปทางนี้ก็ได้ คิดไปทางโน้นก็ได้ (หลายแง่)
ครูเพลงอีแซวบางท่าน ทำหน้าที่เก่งมากไปช่วยครูประจำสอนเพลงอีแซวหลายแห่ง จนไม่มีเวลาที่จะพัฒนาลูกศิษย์ไปให้ถึงมืออาชีพ ก็คงทำได้แค่ฝึกหัดร้องฝึกหัดเล่นยังไม่ทันที่จะได้ค้นพบจุดเด่นของวง และอัตลักษณ์ของผู้แสดงในทีมงาน สถานบันการศึกษาชั้นสูง มีงบประมาณมากจัดโครงการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการแสดงได้อย่างคล่องตัว ส่งเสริมเยาวชนทั่วไป แต่ลืมที่จะปลูกฝังชีวิตจิตวิญญาณให้กับเยาวชนในสถาบันตนเอง ทำงานนี้มานานหลายสิบปี ยังไม่พบท่านและลูกศิษย์บนเวทีการแสดงงานวัด งานหา จ้างวาน พบแต่ในสถานที่บางที่ และนักแสดงยังไม่แข็งแรงพอที่จะเอาไปนำเสนอ แล้วต่อไปในอนาคตเมื่อเด็ก ๆ เขาโตขึ้น มีความคิดมากขึ้น เขาจะภาคภูมิใจหรือเสียดายเวลาเสียดายโอกาสที่ครั้งหนึ่ง พวกเขาได้นำเอาความสามารถที่ยังไม่ถึงที่สุดไปนำเสนอ
หากผู้ที่ฝึกหัดนักแสดง ไม่คำนึงถึงท่านผู้ชม เอาแต่ฉวยโอกาสและมองข้ามความยั่งยืน มองข้ามความอยู่รอด มองข้ามท่านผู้ชม เมื่อนั้นการลงทุนสืบสาน หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ ยังคงเป็นความว่างเปล่า ไปไม่ถึงผู้รับสารอยู่นั่นเอง ลองดูง่าย ๆ นำทีมงานไปขอแสดงบนเวทีที่เขามีมหรสพและขอเขาเล่นในช่วงดึก ๆ เวลาประมาณ 23.00 น.ขึ้นไป ถัาแสดงแล้วมีท่านผู้ชมมาให้กำลังใจ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ไม่เป็นไร นั่นแสดงว่า ทีมงานของท่านมีความเข้มแข็งแน่นอน แต่ที่ไหนได้ส่วนมากจะไปขอแสดงในตอนที่มีคนมาก ๆ (เล่นแล้วคนดูลดลง) ความจริงแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า สมควรได้เก็บเอามาคิด ปรับปรุง พัฒนาทีมงานกันต่อไป
บางท่านทำงานเพลงอีแซว มานานพอสมควรแต่ทุกครั้งที่จะนำเสนอผลงานหรือมีการเคลื่อนไหว ยังคงต้องอาศัยคนดัง ๆ คนที่มีชื่อเสียงอยู่ เพื่อที่จะให้เกิดความั่นใจ หรืออะไรสักอย่าง แล้วท่านลองคิดในทางกลับกัน ทำไมไม่สร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานแต่ท่านจะได้รับความยั่งยืน ความมั่นคงไปตลอด
ท่าน ศาสตราจารย์ จรินทร์ ธานีรัตน์ กล่าวในที่ประชุมสัมมนาเครือข่ายนันทนาการเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2553 ว่า “การเรียนรู้ที่ดี จะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์” แต่การเรียนรู้ที่ดีกว่า “จะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น” คือจากครู จากการมีผู้แนะนำที่มีประสบการณ์มาก่อนอย่างถูกต้อง ดังนั้นครูเพลงรุ่นเก่า ๆ จึงเป็นต้นแบบของผู้รู้ ผู้ที่มีประสบการณ์ตรงมานาน เป็นบุคคลที่ควรให้การเคารพยกย่อง แต่ที่ไหนได้ หลายครั้งที่ผมไปเชิญ ครูเพลงอย่าง น้าปาน เสือสกุล, น้าถุง พลายละหาร นักเพลงรุ่นเก่าที่มีอายุ 80 ปี มาร่วมแสดงเพื่อที่จะให้ได้เห็นของดั้งเดิม กลับมีผู้ที่ตั้งตัวเองเป็นครูเพลงอีแซว เสนอความคิดว่า “ไปเอามาทำไม เอามาเล่นให้คนดูเบื่อ คนแก่ ๆ” ขนาดต้นแบบตัวจริงมาเล่นให้ดูเขายังไม่สนใจ ผลงานของเขาที่ออกมาจึงยังไปไม่ถึงมาตรฐานของเพลงอีแซวจริง ๆ เสียที
ต้นแบบฉบับเขามีวิธีการที่ดีมาก่อน พ่อครูแม่ครูรุ่นเก่าประสบความสำเร็จยึดการแสดงเพลงอีแซวเป็นอาชีพกันมานาน จนมาถึงยุคที่พวกเราได้เห็นเป็นบุญตา สำหรับตัวผมแล้ว ผมให้การเคารพยกย่องบุคคลเหล่านี้อย่างสูงที่ทำให้ผมได้เข้ามายืนปะปนกับท่านในวงการเพลงอีแซวนับย้อนหลังไปนานกว่า 40 ปี อย่างที่ไม่มีวันลืม เมื่อครั้งที่ลูกของป้าอ้น จันทร์สว่าง จัดงานทำบุญ 100 วันให้กับแม่ของพวกเขา ผมในฐานะลูกศิษย์ที่เคยหัดเพลงอีแซวมากับป้าอ้น เมื่อตอนที่เข้ารับราชการครูใหม่ ๆ ผมยกวงเพลงอีแซวไปทำการแสดง เป็นนักแสดงชุดใหญ่จำนวน 19 คน รวมนักแสดงระดับครูเพลงอีก 2 ท่านและผมด้วย เป็น 21 คน จัดเวทีการแสดงที่ได้มาตรฐาน ฉากไฟ แสงสี เพียงแต่ไฟส่องเวทีน้อยไปนิดหนึ่ง ทางเจ้าภาพไม่ต้องช่วยเหลืออะไร ทุกอย่างผมจัดการทั้งหมด แต่ว่าท่านเจ้าภาพก็มีน้ำใจมอบเงินรางวัลให้เด็ก ๆ มากเหมือนกัน ผู้ชมมาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมากนับร้อยก็จะเกิน นับเป็นพันคนและอยู่เป็นกำลังใจนับร้อยจนเพลงเลิก
วิธีพัฒนาไปสู่ความสามารถที่มีมาตรฐาน
ผมขอให้มองไปที่ความอยู่รอด คือ ความสามารถดึงดูดความสนใจจากท่านผู้ชมได้ (เอากันว่าเล่น 1 งานมีผู้ดูบ้างก็แล้วกัน) ถ้าผลงานของเราออกมาดี ผู้ที่ได้ยินเสียงร้องก็อยากที่จะเดินเข้ามาดู ถ้าเกิดความประทับใจน่าติดตามท่านก็จะอยู่กับเรานานติดตามดูไปจนจบการแสดง ต้องคิดจำแนกแยกแยะทีมงานว่ามีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง ส่งเสริมจุดเด่นให้ชัดเจน แก้ไขปัญหาที่เป็นจุดด้อยให้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งขจัดความขัดแย้งระหว่างผู้ชมกับผลงานของเรา ทำอย่างไรเล่นให้ตรงใจท่านผู้ชม (เอาใจคนดูมิใช่เล่นตามใจ) ก็จะมองเห็นความสำเร็จ เกิดมาตรฐานเข้ามาในทีมงานเพิ่มมากขึ้น
วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ที่ผมควบคุมดูแลอยู่ เดินทางอยู่บนถนนเพลงพื้นบ้านสายนี้มานาน เรายังคงค้นหาจุดเด่นและปรับปรุงข้อบกพร่องอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ไปถึงเวทีการแสดงแล้ว ผมยังหาข้อมูลที่จะนำเอามาปรับปรุงต่อไปอีก เพื่อที่จะทำให้ผลงานการแสดงเป็นที่ถูกใจท่านผู้หา จ้าง วาน เชิญไปทำการแสดง
ลักษณะของความมีมาตรฐานในทีมงานเพลงอีแซว ดูได้จาก
- มีนักแสดงที่มีความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นนักร้องนำที่น่าติดตาม
- มีอุปกรณ์การแสดงครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งเครื่องแต่งกายที่ถูกต้องและอุปกรณ์ประกอบการแสดงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะชื่อวง ภาพนักแสดงและชื่อเสียง
- มีรูปแบบของการแสดงที่ถูกต้องจริง ๆ ตามเอกลักษณ์ของเพลงอีแซว
- มีงานได้รับเชิญ จ้าง วาน หาไปแสดงในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ งานวัด หน่วยงาน องค์กร สถาบัน โรงแรม ห้องประชุมกระทรวง ทบวง กรม ฯลฯ
- มีความสามารถที่จะรับงานได้ในทันทีและแสดงได้ตรงตามกิจกรรมของงาน
วิธีพัฒนาไปสู่ความมีมาตรฐานและยกระดับคุณภาพการแสดง
- ฝึกนักร้องนำ พ่อเพลงและแม่เพลงมากว่านักแสดงหน้าที่อื่น เพื่อที่จะฝึกบังคับเสียงร้อง ตั้งแต่การเกริ่นนำ ผมจะให้เด็ก ๆ ร้องเพียง 2 ครั้ง ตอนเริ่มแสดงกับบทร้องลาเท่านั้น เพราะการร้องเกริ่นเป็นการตั้งเสียงและโชว์เสียงร้องที่สดใสไพเราะ มิใช้ร้องกันทุกคนจนน่าเบื่อ ฝึกบังคับเสียง โหนเสียงให้ยกขึ้นและต่ำลง เล่นลูกคอ เอื้อนเสียง
- ฝึกผู้แสดงให้สามารถร้องสลับกัน คอต้นกับคอรอง นักร้องที่เด่นรองลงมา ได้ร้องคู่กับคนเก่ง ๆ ด้วย นักแสดงที่มีความสามารถรองลงไปฝึกร้องในช่วงเพลงประคารม ส่วนตอนขึ้นเพลงเริ่มแสดงและตอนเพลงลา อวยพร มอบให้นักร้องนำเป็นผู้ร้อง
- ฝึกการแสดงของผู้แสดงประกอบให้มีการรำแบบยืนแถว รำแบบเป็นกลุ่ม ฝ่ายชายกับฝ่ายหญิง และแสดงออกด้วยลีลาท่าทาง ปรบมือ ไม่ต้องรำแต่จะรำตอนลงเพลงและร้องรับเท่านั้น ที่สำคัญ ผู้แสดงประกอบจะต้องฝึกแสดงท่าทางตามบทเพลงแบบละครใบ้ประกอบการแสดงไปด้วย
- ฝึกผู้ที่ทำหน้าที่ให้จังหวะกลอง ฉิ่ง กรับ และอาจจะมีฉาบล่อเล็ก ๆ ตีเบาๆ พร้อมกับเสียงกรับก็ได้ ผู้ที่ทำหน้าที่ตีกลองจะต้องฝึกใช้อุปกรณ์ได้หลายชนิดที่มีอยู่ สามารถตีตะโพน กลองบองโก้ โทน รำมะนา กลองไฟฟ้า (เพอเคชั่น) และหมุนเวียนกันทำหน้าที่ตีฉิ่ง ตีกรับ ตีฉาบ และตีกลองจนมีความชำนาญได้จังหวะที่เหมาะสมกับบทเพลง บางตอนให้จังหวะช้า บางตอนรุกเร้า บางตอนเปลี่ยนจังหวะมีการประยุกต์และผสมผสาน เรียกว่าตีแยกออกไปบ้าง
- นำทีมงานไปชมการแสดงของวงเพลงชั้นครู หรือให้นักแสดงได้สังเกตจากวีดีโอเทป จากวีซีดี จากดีวีดีของนักแสดงอาชีพบ่อย ๆ รวมทั้งหาโอกาสไปร่วมแสดงบนเวทีกับวงเพลงอีแซวรุ่นครูและจะต้องเป็นการแสดงที่อยู่ในเนื้อหาเดียวกัน มิใช่แยกกันเล่นแบบคนละส่วนก็จะไม่ได้ประสบการณ์ติดตัวมาเลย
- ในการหาประสบการณ์กับวงเพลงในระดับชันครู จะต้องค้นหาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของท่านให้พบว่า ผู้ชมติดตามชมผลงานของท่านเพราะมีอะไรเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหลน่าติดตาม (เสียงร้อง วิธีพูด ลีลาท่าทาง มุขตลกสร้างอารมณ์ขัน ท่ารำ ฯลฯ)แล้วกลับมาค้นหาวงเราบ้างว่ามีไหม ทำอย่างไรจึงจะเกิดมีหรือค้นพบที่เป็นของเราเอง แล้วขัดเกลาฝึกฝนให้โดดเด่นเห็นเป็นรูปธรรมนำเอาไปแสดงแล้วได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้ชมให้กำลังใจ นั่นคือ ความสำเร็จที่แท้จริง ครับ


ผมมีความมั่นใจว่า เด็ก ๆ ทุกคนสามารถพัฒนาได้ แต่จะต้องใช้เวลาไม่เท่ากัน อย่างวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ตั้งวงมายาวนานกว่า 19 ปี กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ได้ฝึกปฏิบัติพัฒนานักแสดงจนมีความสามารถรับงานแสดงได้ติดต่อกันหลาย ๆ คืน และมีคนดูมาให้กำลังนักแสดงทุกสถานที่ การพัฒนายังไม่มีที่สิ้นสุด จนถึงในวันนี้นักแสดงทุกคนมีความสามารถด้นกลอนสดได้อย่างฉับพลัน (ตามศักยภาพของเด็กในวัย 12-18 ปี) เป็นที่น่าพิศวงว่า เด็ก ๆ เหล่านี้ร้องด้นสดได้อย่างไร มีวิธีครับ วิธีที่ครูจะต้องเป็นต้นแบบให้เด็ก ๆ เดินตามอย่างประทับใจและมีความเคารพรักศรัทธา มีความเข้าใจ และมีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด





ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่บุคคลคนหนึ่งดำเนินงานมาแล้ว อย่างต่อเนื่องและเป็นเวลายาวนาน และประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ค้นหาชมคลิบการแสดงเพลงอีแซวทั้งหมดได้ในเว็บไชต์ youtube.com โดยพิมพ์คำว่า เพลงอีแซว หรือเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ที่ช่องค้นหาก็จะสามารถเข้าไปดูบันทึกการแสดงสดได้ ครับ