หมาขี้เรื้อน

เป็นธรรมะเล็กๆที่อ่านแล้วทำให้เราได้คิดว่าบางทีเราเป็นหมาขี้เรื้อนรึเปล่า เอาแบบย่อๆนะคะ  เรื่องมันมีอยู่ว่าลูกชายนักธุรกิจไฮโซมีชื่อเสียงตระกูลดีพึ่งเรียนจบจากเมืองนอกยังไม่ได้ทำงานอะไรพ่อแม่จึงให้บวชเสียก่อน  พอบวชเสร็จพ่อแม่จึงพาไปจำพรรษาที่วัดป่าแถวภาคอีสานกว่าจะปรับตัวได้ก็นานทำเอาพระเณรท่านอื่นๆอิดหนาระอาใจมีนิสัยชอบจับผิดชอบอวดรู้นึกเหยียดพระรูปอื่นว่าไม่ได้รับการศึกษาสูงเหมือนตน ออกบิณฑบาตรมาได้อาหารท้องถิ่นมาก็ฉันไม่ได้ครั้นถึงเวรล้างห้องน้ำก็ล้างแบบขอไปทีล้างไปบ่นไป วัดก็ไม่มีไฟฟ้าไม่ทันสมัยล้าหลัง  เจ้าอาวาสก็ไม่ทำอะไรกวาดใบไม้แล้วก็ซักจีวรเองเณรมีก็ไม่ใช้ หลวงพ่อต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดมากกว่านี้เทศน์ก็ไม่เทศน์ตนร้อนวิชาจะเสนอให้ท่านเจ้าอาวาสเปลี่ยนแปลงให้หมดคนเขาจะได้ไม่ดูถูกว่าเราล้าหลัง  เย็นวันนั้นเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เจ้าอาวาสทำวัตรที่โบสถ์กลางธรรมชาติท่านก็ไม่ลืมหยิบข้อเสนอของพระใหม่อดีตนักเรียนนอกมาอ่านแต่ไม่ได่บอกว่าพระรูปใดเขียนพออ่านจบท่านก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า  เธอทั้งหลายเห็นหมาขี้เรื้อนตัวที่นอนอยู่ม้าหินอ่อนนั้นไหมมันเป็นขี้เรื้อนทั้งตัวคันไปทั้งตัวฉันเห็นมันวิ่งวุ่นไปทั้งวันเดี๋ยงก็วิ่งไปนอนตรงนี้เดี๋ยวก็ย้ายมาตรงนี้อยู่ตรงไหนก็อยู่ไม่ได้นานเพราะมันคันนึกด่าสถานที่นั้นในใจว่าไม่ได้ดังใจนอนที่ไหนก็ไม่หายคันสถานที่เหล่านั้นช่างสกปรกสิ้นดีคิดอย่างนั้นมันก็วิ่งหาที่นอนแล้วจะไม่คันหาเท่าไรก็หาไม่พบซักทีหมาโง่ตัวนั้นหารู้ไม่ว่าเจ้าสาเหตุแห่งการคันนั้นหาใช่สถานที่นั้นไม่แต่มันอยู่ที่ตัวมันเองต่างหาก  พระใหม่ได้ฟังมองเห็นตัวเองไม่ต่างจากหมาขี้เรื้อนตัวนั้นทั้งอายทั้งสมเพชตัวเอง  จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นคนละคน เมื่อออกพรรษาแล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อไปสืบทอดธุรกิจท่านไมยอมสึกแล้วพูดว่าอาตมาเป็นหมาขี้เรือนขออยู่รักษาโรคให้หายคันกับครูบาอาจารย์ซักหนึ่งพรรษาโมยแม่ก็อนุโมทนา  นึกอยู่ในใจว่าหมาขี้เรื้อนของพระลูกชายหมายความว่าอย่างไรกันหนอ