ปัญหาเด็กแก้ได้ด้วยการใส่ใจฟัง

      บันทึกนี้จะเขียนจากประสบการณ์จริง อิงทฤษฎีในตอนท้ายครับ  ว่าด้วยเรื่องของการแก้ปัญหาเด็ก

 

      เด็กที่มีปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องการเรียน  เรื่องส่วนตัว   เรื่องนิสัย  ความประพฤติ   ทั้งผู้ปกครองและคุณครู   ก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการสอน  การอบรม   การว่ากล่าวตักเตือน  การดุด่า   การกล่าวโทษ  หรือ การลงโทษด้วยวิธีต่างๆ

 

     วิธีการดังกล่าว ก็อาจจะได้ผลบ้างที่ปลายเหตุ ชั่วพักชั่วครู่ ไม่ยั่งยืนครับ

 

     การที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กได้อย่างยั่งยืน  ต้องเปลี่ยนมาจากความคิดของเขาเองครับ   เขาต้องตระหนักและคิดได้เองว่าเขาควรจะเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกต้อง   และวิธีที่จะทำให้เขาเปลี่ยนความคิด  วิธีการก็ง่ายๆครับ ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก 

 

       นั่นคือใช้วิธี  "ฟัง"  ครับ  แต่ต้องเป็นการฟังด้วยใจ และ ฟังอย่างลึกซึ้ง  พร้อมกับสะท้อนความรู้สึกเชิงเห็นอกเห็นใจ 

 

     เด็กที่มีปัญหา   ขอเพียงมีใครสักคน  ฟังเด็กที่มีปัญหา พูด   ฟังด้วยใจ   ฟังอย่างเข้าใจอย่างลึกซึ้ง    โดยเข้าใจในตัวเขาและยอมรับตัวเขา  ( แต่ไม่ยอมรับพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของเขา)   พร้อมกับสะท้อนความรู้สึกเชิงเห็นอกเห็นใจ   พฤติกรมของเด็กก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นครับ

 

      ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

 

       ผมมีตัวอย่างประสบการณ์จริง มาเล่าให้ฟังครับ

 

     เด็กกลุ่มเสี่ยง มีคนฟังและเข้าใจเขา  พฤติกรรมเขาเปลี่ยนไปดีขึ้นครับ

 

  

       เด็กๆ  มีพ่อแม่มาฟังปัญหาของเขาด้วยความเข้าใจ เขาก็ปรับปรุงตัวเองได้ครับ

 

   

      เด็กๆ มีเพื่อนมาฟังปัญหาของเขาด้วยความเข้าใจ  เขาก็ปรับตัวเองและมีความสุขขึ้นครับ

 

       ก็ขออ้างทฤษฎีเสียหน่อยครับ  นำมาจาก ตำรา  มสธ.

 

     มีผลการวิจัยยืนยันว่า  การสะท้อนทางบวก หรือ ใช้ทักษะสะท้อนความรู้สึก ซึ่งเป็นการเข้าใจเชิงเห็นอกเห็นใจ  สามารถสร้างคุณธรรมในจิตใจของเด็กได้  และ สามารถทำให้เด็กมีวินัย และ ครองใจตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

      ครับ เด็กมีปัญหานั้นแก้ได้ ขอเพียงให้ใส่ใจฟัง