ฟัน มีคุณูปการมากต่อชีวิต แต่เหมือนว่าจะอยู่ห่างไกลความรู้สึกของเรา อาจเป็นเพราะเราใช้ฟันจนชิน เหมือนกับหญ้าปากคอก
เรื่องของฟัน-1
โสภณ เปียสนิท
...........................
ฟัน มีคุณูปการมากต่อชีวิต แต่เหมือนว่าจะอยู่ห่างไกลความรู้สึกของเรา อาจเป็นเพราะเราใช้ฟันจนชิน เหมือนกับหญ้าปากคอก ที่โคมักไม่มอง เหมือนกับขนตาที่ตามองไม่เห็น หรือเหมือนกับนกมองไม่เห็นฟ้าปลาไม่เห็นน้ำ ทั้งที่โดยความเป็นจริงแล้ว ฟันทำหน้าที่สำคัญอย่าง นับตั้งแต่แสดงให้เห็นถึงความสะอาด ความสวยงาม ช่วยในการออกเสียง จนถึงช่วยบดเคี้ยวอาหาร หากมองข้ามความสำคัญเหล่านี้แล้วไม่เอาใจใส่ฟัน อาจทำให้เสียบุคลิกภาพ ไปจนถึงเสียชีวิตก็เป็นได้ผู้สันทัดกรณีจึงกล่าวไว้ว่า ...ไม้จิ้มฟันทิ่มเหงือก ยัง ... ตาย
เพื่อนบางคนของผมเคยกล่าววลีอมตะไว้นานแล้วว่า “ฟัน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด” ผมก็ได้แต่ฟังตาปริบ ๆ โดยไม่ได้โต้เถียงหรือเก็บไปคิด คล้ายกับได้ยินเสียงฝนตกนกร้องอะไรเทือกนั้น แต่พอจำได้ว่า เพื่อนอธิบายพร้อมยกเหตุผลประกอบอีกหลายอย่าง ผมก็ฟังเพลิน ๆ แอบคิดเล่น ๆ ว่า “อ๊ะ ไอ้เจ้านี่ พูดเหมือนหมอฟัน”
เมื่อไม่นานมานี้ มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนถึงคำของเพื่อนอีกครั้ง เนื่องจากสภาพฟันของผมและภรรยาอยู่ในภาวะที่ควรได้รับการซ่อมแซม ตามอายุขัย ผมเองอุดฟันไว้ 5 จุด แต่ละจุดก็เสียสตางค์มากน้อยแตกต่างกันไป แล้วแต่สภาพของฟันว่าผุมากหรือน้อยเพียงใด หรือว่าสถานที่จะไปรับการรักษาว่าเป็นของรัฐหรือเอกชน
ผมอายุ 40 กว่าปี นับรวม ๆ แล้วจ่ายค่ารักษาสภาพฟันไปราว ๆ 20,000 บาท กำลังคำนวณอยู่ว่า กว่าจะสิ้นอายุขัยจะใช้เงินค่าทำฟันสักเท่าใด และคนอื่น ๆ ที่อยู่ในวัยใกล้ ๆ ผม จ่ายค่าทำฟันกันคนละเท่าใด ใครมีสถิติหรือผลการวิจัยว่าโดยเฉลี่ย ก็น่าที่จะนำมาเผยแพร่ให้ทราบกันไว้บ้าง
ที่ผมต้องจ่ายค่าทำฟันมาก อาจเป็นกรรมเก่าของผมเองที่ได้กระทำไว้เมื่อวัยเยาว์ก็ได้ เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นประถม แม่ซื้อของจากตลาดมาขาย บ้านของเราจึงกลายเป็นร้านขายของชำขนาดย่อยไปทันที และขาย 24 ชั่วโมง (ถ้ามีคนซื้อ) เพราะดึก ๆ ดื่น ๆ จำได้ว่ามีลูกค้ามาตะโกนซื้อกันบ้างประปราย (ร้านเซเว่นฯ เลียนแบบจากร้านเรา) ผมไปโรงเรียนเห็นเพื่อนบ้างคนเคี้ยวหมากฝรั่ง กลับมาบ้านเห็นว่าแม่ซื้อมาขายอยู่เหมือนกัน จำได้ว่ากล่องสีแดงมีภาพการ์ตูนแมวดำอยู่ด้านหน้า ยามแม่เผลอก็จัดการเม้ม (ถ้าหยิบของคนอื่นเรียกว่า ลัก หรือ ขโมย) เอาไปทีละซอง นอนไปเคี้ยวไป บางคืนหมากฝรั่งคาปาก บางคืนก็เป็นลูกอม บางคืนก็เปลี่ยนเป็นขนมหลากชนิด บางทีต้องตื่นขึ้นมาไล่มดกันกลางดึก เพราะขนมที่ตกอยู่ข้าง ๆ ที่นอน หรือไม่ก็คาอยู่ที่ปาก
อายุสิบแปดสิบเก้าปีฟันผมเป็นแมง (ผุ) มากขึ้น รอยผุที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเท่าหัวไม้ขีดที่ฟันกรามซี่ในสุดด้านซ้าย แม้จะรำคาญเวลาหลังมื้ออาหาร ที่ต้องมีเศษอาหารลงไปติดอยู่ในรูผุเสมอ ผมใช้ลิ้นเขี่ยเล่นบ้าง ซีดปากเพื่อให้เศษอาหารหลุดออกมาบ้าง ใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยฆ่าเวลาบ้าง หลายปีต่อมาจึงได้ไปอุด เพราะผมไม่มีความรู้และไม่มีความคิดทางด้านการรักษาสุขภาพฟัน ซึ่งก็เหมือนชาวบ้านอื่น ๆ อีกค่อนประเทศ กว่าจะไปอุดก็ลุกลามกลายเป็นรูใหญ่ พร้อมกับมีรอยผุอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งด้วยกัน หมอโรงพยาบาลของรัฐ ทำฟันให้ผม ทำไปบ่นไปว่าผมไม่เร่งรีบรักษาสุขภาพฟันตัวเองให้ดี
อีก 6 ปีต่อมารอยอุดใหญ่บนฟันกรามทนสภาพการใช้งานอย่างไม่ทะนุถนอมไม่ไหว แตกและหลุดออก คราวนี้ผมไปอุดฟันที่ร้านเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณหมอใจดีมาก พูดจาไพเราะ ไม่บ่นไม่ว่าผมเรื่องไม่รักษาสุขภาพฟันแต่อย่างใดเลย ดูช่างเป็นคนใจเย็น ทำงานด้วยความรอบคอบจนผมนึกนิยม แต่ตอนเก็บเงินทำเอาผมเกือบรักษาอาการช็อกเอาไว้ไม่อยู่ เพราะราคาแพงกว่ากันหลายเท่า ผมก็ได้แต่คิดในใจว่า รู้อย่างนี้ผมไปหาหมอขี้บ่นคนเก่าของผมดีกว่า ถ้าเป็นคุณผู้อ่านจะเลือกอย่างไหนเล่าครับ ขี้บ่นราคาถูก ใจดีแต่ราคาแพง
ทำไมฟันผุจึงดูน่ากลัวจัง
อ่านคำว่า "มีฟันไปก็ลำบาก" นึกหวาดเสียว หากไม่มีฟัน มิยิ่งแย่ไปกันใหญ่ โห ไม่อยากคิดเท่าใดเลย
แปลกไหม "ดิน น้ำ ลม ไฟ" มารวมกันเป็นคนได้ เเต่เปราะบางยาวพยับแดด ราวน้ำค้างบนใบหญ้า
ส่วนแข็งในร่างกายคือดิน
ส่วนของเหลวคือน้ำ
ส่วนที่เป็นอากาศคือ ลม
ส่วนที่เป็นอุณหภูมิคือ ธาตุไฟ
ประกอบกันเป็นร่างกาย อีกส่วนคือวิญญาณ หรือจิตใจประกอบกันเป็นคน
จากนั้นก็สะสม "กรรม" ตลอด จนกว่า........
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ...อาจารย์...
คำโบราณบอกว่า "ตายเพราะกายแตก" เข้ากับสถานการณ์มาก สังขารของคน "เจริญวัย" ไปเรื่อยๆ วัยแปลว่าเสื่อม ไปเรื่อยๆ
ก่อนพุทธองค์จะปรินิพพาน ท่านตรัสถามพระอานนท์ว่า "เกวียนที่ทำด้วยไม่ไผ่ เมื่อเก่าเต็มที่แล้วควรซ่อม หรือปล่อยไป" พระอานนท์เห็นว่าทำด้วยไม่ไผ่ "ปล่อยไปพระเจ้าข้า"
ได้ผลเลย พระองค์ตรัสต่อ "ร่างกายของตถาคตก็เช่นกับเกวียนเล่มนั้น"
สังขารของเราก็คล้ายๆ แต่ยังไม่เก่าเต็มที่ "ซ่อมปะผุใช่ต่อไป" อิอิ
ภาพพระพุทธชินราชสวยงามจับตาเหลือเกิน อยากจำภาพท่านไว้ติดใจตลอดเวลา ต้องทำอย่างไรดี น่าคิดจัง
แหม...หมากฝรั่งตราแมวอีกแล้ว แสดงว่า ยุค 1960s เหมือนกันนะนี่ อิอิ
เหมือนกันอีกครับ "ชอบคลินิกมากกว่าโรงพยาบาล" ขอถามนิดว่า เพราะเหตุใดหนอ
สิ่งที่แข็งที่สุดในร่างกายคนเรา
สามารถทำให้เราเจ็บปวดที่สุดในชีวิตได้...
มาพร้อมกับคำคมทีเดียวนะครับ "สิ่งที่แข็งที่สุดในร่างกาย กับทำให้เราเจ็บปวดที่สุด" ใจของคนก็เช่นกัน "เคยทำให้เรามีความได้มากเพียงใด ก็ทำให้เราทุกข์ใจได้เพียงนั้น"
มอบภาพสวยๆ ให้ครูชมเล่นเพลินๆ
สวัสดีค่ะอาจารย์
อ่านบันทึกอาจารย์แล้วนึกขึ้นได้ว่า ปีนี้ยังไม่ได้ไปหาหมอฟันเลย...สงสัยต้องเลื่อนไปปีหน้า
ตอนเป็นเด็ก...ขี้เกียจแปรงฟัน...เป็นแมงหลายซี่เลยค่ะ 555
ตั้งเป้าไว้ว่าปีหน้าต้องไปตรวจฟัน ขูดหินปูนซะหน่อย ^^
ฟันกับแมงคู่กันมานาน น้อยรายที่จะห้ามไม่ให้สองคนนั้น ทะเลาะกันได้ อันที่จริงแล้ว ยังมีเรื่อง "ฝี" ที่เล่นงานสังขารวัย 50 ปี ของผมหนักกว่าโรคใดที่เคยเป็นมา เรียกน้ำย่อยให้เกิดความสนใจว่า
"หมดความรู้สึกไปสองครั้ง" ทีเดียว
แต่ชมภาพดีกว่าครับ นำมาฝากจากแถวๆนี้เอง