วันที่ 4-6 สิงหาคม 2553 ผมได้รับเชิญจากสำนักงาน ก.ค.ศ. ร่วมประชุมปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการประเมินให้มีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ทางเลือกใหม่) ที่ โรงแรมบางกอกกอล์ฟ สปา รีสอร์ท จ.ปทุมธานี
ความเป็นมาของเรื่องนี้มีอยู่ว่า รมว.ศธ.ปัจจุบันท่านเห็นว่า หลักเกณฑ์และวิธีการประมินให้มีและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน(ว 17) ยังเน้นการให้เขียนผลงานทางวิชาการเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยเพียงช่องทางเดียว จึงเห็นว่าน่าจะมีทางเลือกในการประเมินวิธีอื่นสำหรับคนที่มีผลงานเป็นเลิศ มีผลงานเชิงประจักษ์เกิดแก่นักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น เป็นครู/ผู้บริหารต้นแบบมีผลงานดีเด่น ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ หรือระดับชาติ หรือระดับกรม/ส่วนราชการ ซึ่งท่านเหล่านี้มักเป็นนักปฏิบัติมากกว่านักเขียน และมุ่งทำงานเพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพการศึกษามากกว่าความก้าวหน้าของตนเอง หรือบางครั้งเขียนผลงานส่งไปแล้วก็ไม่ผ่านการประเมิน จึงมอบให้ สำนักงาน ก.ค.ศ.คิดพัฒนาแนวทางประเมินสำหรับคนกลุ่มนี้อีกทางเลือกหนึ่ง
แนวทางที่ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประชุมปฏิบัติการฯอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะกันนั้นว่า ในเบื้องต้นน่าจะพิจารณาจาก 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกเป็นผู้ที่มีผลงานเป็นเลิศตามงานในหน้าที่และ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ หรือระดับชาติ หรือระดับกรม/ส่วนราชการ และ กลุ่มที่สอง เป็นผู้ที่หน่วยงานระดับกรม/ส่วนราชการคัดเลือกและนำเสนอเพื่อให้ได้รับการประเมิน
ส่วนแนวทางการประเมินนั้นคงต้องคิดในรายละเอียดต่อไป โดยมีแนวคิดเบื้องต้นว่า จะไม่เน้นการเขียนผลงานวิชาการ แต่จะเน้นการประเมิน จากสภาพจริง(ผลงานเชิงประจักษ์ที่เกิดแก่ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ) และประเมินโดยใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญ
ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการประเมินให้มีและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ทางเลือกใหม่)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดอกผักกาด · 5 ส.ค. 2553
JJ · 5 ส.ค. 2553
ผมมา...นะครับ · 5 ส.ค. 2553
จิระพงค์ · 5 ส.ค. 2553
สิงหา เทพทอง · 5 ส.ค. 2553
นาย ศิวพงค์ รัตนกระจ่าง · 5 ส.ค. 2553
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครูแป๋มที่แสดงความคิดเห็นมาหลายแง่มุม หวังว่าครูต้นแบบวิทยาศาสตร์อย่างครูแป๋ม และคนอื่นๆที่ทำความดีเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริง จะได้อานิสงส์จากการทำความดีบ้าง และใจจริงผมอยากให้มีวิธีประเมินวิธีนี้อย่างเดียวด้วยซ้ำ เพื่อยกระดับจิตสำนึกความเป็นครูซึ่งจะทำให้วิชาชีพครูยกระดับสูงขึ้นด้วย