ไม่ว่าพิธีรีตรองจะแตกต่างกันแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้รับเหมือนกันคือความสุขทางใจของตัวบุคคล ความสุขทางใจจึงยิ่งใหญ่ที่สุด องค์ประกอบอย่างอื่น คือเครื่องเคราที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตมีมุมมองที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเริ่มต้นเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน จึงไม่ใช่จุดประสงค์ใหญ่ ของคำว่า บุญ เนื้อแท้ของบุญจึงอยู่ตรงนี้
 
มีโอกาสสัมผัสงานบุญงานหนึ่ง ของน้องบุคลากรที่ทำงานอยู่ศูนย์มะเร็งสุราษฎร์ธานี  โดยเจ้าตัวเชิญให้เข้าร่วมงานบวชของตัวเอง ที่บ้านเกิดอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฏร์ธานี 
 
น้องชายคนนี้ เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี มนุษย์สัมพันธ์ดี  …น้องชายเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว ที่พ่อแม่หวังไว้เพื่อจะให้ได้บวช ตามประเพณี เดาด้วยความรู้สึกที่ตัวเองคุ้นเคยด้วยว่า… สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนหวังไว้ในหัวใจลึก ๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ นั่นก็คือ…. การได้เกาะชายผ้าเหลืองของพระลูกชาย ขึ้นสวรรค์
 
ระยะทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีถึงตัวอำเภอท่าชนะ  ประมาณร่วมร้อยกิโลเมตรเห็นจะได้ ขับรถโดยใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ ๆ  ก็ถึงตัวอำเภอ    แต่ด้วยเหตุที่มาถึงตัวอำเภอเป็นเวลาที่เช้าเกินไป  จึงใช้เวลาที่ก่อนพิธีบวชจะเริ่ม ขับรถสำรวจสิ่งแวดล้อมของตัวอำเภอนี้บ้าง
 
 
รูปภาพสถานีรถไฟอำเภอท่าชนะ
 
เป็นสถานีรถไฟเล็ก ๆ ได้ความรู้สึกย้อนยุค (สมัยเมื่อเป็นเด็ก ที่เคยวิ่งเล่นแถวสถานีรถไฟนครปฐม) สถานีรถไฟแห่งนี้แวดล้อมด้วยธรรมชาติเพียวๆ มีทั้งทุ่งหญ้า  ขุนเขา บ้านคนที่ดำเนินชีวิตด้วยวิถีธรรมชาติ และฟ้าใส ๆ อยู่รายรอบ  และสังเกตข้างๆ สถานีรถไฟแห่งนี้พบว่า มีหอนาฬิกาโบราณ ไม่ทราบว่าสร้างเมื่อใด(คาดเดาอีกว่าคงสร้างมาพร้อมกับสถานีรถไฟแห่งนี้)
 
 
รูปภาพหอนาฬิกาหลังสถานีรถไฟอำเภอท่าชนะ
 
หากเป็นเช่นนี้แล้ว อายุของโบราณสถานแห่งนี้ คงมีอายุร่วมร้อยปีเป็นแน่แท้…
 และต้นไม้ที่มีวัชชพืชโทนสีอ่อนขึ้นปกคลุมอยู่เต็มต้นใกล้หอนาฬิกาแห่งนี้  ก็คงให้บรรยากาศขั้นคลาสสิคที่สอดคล้องกับหอนาฬิกานี้ได้เป็นอย่างดี
 
 
รูปภาพต้นไม้รูปทรงโบราณข้างสถานีรถไฟท่าชนะ
 
 
พิธีบวชเป็นไปตามประเพณีทางใต้ แต่ที่แปลกตาและไม่เคยเห็นมาก่อน คือช้าง
และช้างเกี่ยวข้องกับพิธีบวชนี้อย่างไร?
 
เท่าที่สอบถามจากผู้ใหญ่บางท่าน พบว่า การนำช้างมาร่วมในพิธีบวชครั้งนี้ เป็นได้ในหลาย ๆ ประเด็น
ซึ่งถือเป็นพิธีมงคล ที่ใช้สัตว์ใหญ่ที่ทรงอำนาจ มีพลังแอบแฝงอยู่ในตัว และบ่งบอกถือเศรษฐานะของผู้บวช    โดยเรียกติดปากว่างานช้าง
 
 
รูปภาพช้างที่ใช้ในพิธีบวช แลดูเชื่องและน่าเข้าใกล้มาก ๆ
 
สังเกตว่า...แม้แต่หมาฝรั่งยังต้องนั่งเลยเมื่ออยู่ใกล้ช้าง
 
พิธีบวชเป็นไปตามประเพณีทางใต้  มีวงดนตรีเคลื่อนที่วงใหญ่ ที่คอยให้ความสนุกสนานคลื้นเคลงแก่ผู้เข้าร่วมในพิธี เท่าที่สังเกตผู้ที่เข้าร่วมรำวง จะเป็นคนในพื้นที่ ที่มีทั้งเด็ก คนหนุ่มสาว และคนเฒ่าคนแก่ ที่มองดูแล้วพบว่า เป็นวัฒนธรรมเป็นกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นชุมชนที่มีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี
 
 
 
รูปภาพรำวงหน้าขบวนแห่นาคก่อนเข้าโบสถ์
 
 
หากดูข้อมูลเพิ่มเติมทางinternet พบว่า…
“ประเพณีขี่ช้างแห่นาคหรือขบวนแห่นาคบนหลังช้าง จึงสมมุติเหตุการณ์ตั้งแต่พระเวสสันดรให้ทานช้าง ปรากฎอยู่ในชาดกกัณฑ์หิมพานต์ตอนคัดเลือกช้างจะไปรับพระเวสสันดรไป ปรากฎอยู่ในกัณฑ์มหาราชต่อไปจนถึงฉ.กษัตริย์ สุดท้ายถึงแห่พลเข้าเมืองในนครกัณฑ์  นอกจากนี้ยังมีอีกมูลเหตุหนึ่งคือก่อนที่พระพุทธเจ้าจะหนีออกบวชในชาติสุดท้ายจนสำเร็จเป็นพระศาสดา พระองค์ได้ทรงม้ากัณฐกะไปด้วย  ชาวไทยพวนหาดเสี้ยว  อำเภอศรีสัชนาลัย  จังหวัดสุโขทัย จึงยกเอาเรื่องนี้มาจำลองเป็นการแห่นาคไปอุปสมบท  ชาวไทยพวนหาดเสี้ยวเป็นชุมชนใหญ่มากมีลูกหลานแยกย้ายไปประกอบอาชีพในถิ่นต่างๆ ตลอดจนได้ไปศึกษาอยู่ในกรุงเทพฯหรือต่างประเทศก็มากผู้ที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านมักกลับมาในช่วงฤดูแล้งเพื่อมาเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่   ทางคณะกรรมการ ก็มาประชุมกันว่าควรทำกิจกรรมใดซักอย่างให้เป็นแบบอย่าง  เลยกำหนดรวมถึงการอุปสมบทพระภิกษุ ประเพณีขี่ช้างแห่นาคหรือขบวนแห่นาคบนหลังช้าง ของชาวไทยพวนที่บ้านหาดเสี้ยว และเป็นพิธีอุปสมบทพระภิกษุตามประเพณีนิยมของไทยทั่วไป  แตกต่างกันที่บางสิ่งบางอย่าง ซึ่งชาวบ้านที่นั่นได้สอดแทรกและแฝงคติอันเป็นการให้ผู้บวชได้รับรู้นอกเหนือจากรสพระธรรมที่พวกเขาจะศึกษาในลำดับต่อไป”
 
 ที่มา : www.skn.ac.th/skl/skn42/pts98/haanake.htm
 
 
 
 
ขับรถตามขบวนแห่นาค ไปจนกระทั่งถึงวัดที่บวชในตัวเมืองอำเภอท่าชนะ ได้บรรยากาศของขบวนแห่นาคขี่ช้างที่ได้อารมณ์และความรู้สึกที่บ่งบอกถึงภาวะอิ่มบุญในอีกรูปแบบหนึ่ง
 
รูปขบวนแห่นาคบนหลังช้าง
 
ไม่ว่าพิธีรีตรองจะแตกต่างกันแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้รับเหมือนกันคือความสุขทางใจของตัว
บุคคล
 
 
พิธีการบางส่วนในงานแห่นาคบวชพระ(เครื่องบวชที่เห็น จะถูกนำขึ้นศรีษะผู้หญิงสูงอายุที่คาดว่าน่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ ของนาค)
 
พิธีการบางส่วนในงานแห่นาคบวชพระ(นาคถูกอุ้มโดยไม่ให้เท้าหยีบพื้น ตั้งแต่พิธีทำขวัญนาค โดยชายหนุ่มฉกรรจ์เป็นผู้อุ้มนาคขึ้นรถ เพื่อนำไป ขึ้นช้างเพื่อแห่ไปวัดเพื่อบวชต่อไป)
 
ความสุขทางใจจึงยิ่งใหญ่ที่สุด องค์ประกอบอย่างอื่น คือเครื่องเคราที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตมีมุมมองที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเริ่มต้นเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน จึงไม่ใช่จุดประสงค์ใหญ่ ของคำว่า บุญ   เนื้อแท้ของบุญจึงอยู่ตรงนี้