ภาคเช้าของงานวันนี้คือการได้รับเชิญจากคณะอิสลามศึกษา ไปร่วมตรวจสอบการประเมินตนเองของสาขาวิชาชารีอะห์ (กฎหมายอิสลาม) ระหว่างการพูดคุยกับหัวหน้าสาขาวิชาก็ไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเป็นผลงานของหัวหน้าสาขาวิชาร่วมกับทีมอาจารย์จาก มอ.ปัตตานีจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายอิสลาม งานนี้เป็นหนังสือที่เกิดขึ้นจากการจัดอบรม อ่านผ่านๆ ไปสะดุดเอาหน้าท้ายๆ ซึ่งเป็นการประมวลเอาคำถามจากผู้เข้าอบรมมาตอบไว้ คำถามหนึ่งกระทบสายตาผมเข้าอย่างจังครับ คำถามคือ ผู้หญิงมีสิทธิขอผู้ชายแต่งงานหรือเปล่าตามหลักศาสนาอิสลาม? ประเด็นที่สะกิดใจผมคือในคำตอบครับ ซึ่งตอบว่า หากผู้ชายเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม ฝ่ายหญิงมีสิทธิที่จะเป็นฝ่ายเสนอขอแต่งงานด้วย 

ฮือ ผมตั้งคำถามกับหัวหน้าสาขาวิชา (ว่าที่ ดร.รอซาลี เบ็ญหมัด) ว่าคำว่า ฝ่ายหญิง หมายถึงผู้ปกครองฝ่ายหญิง หรือตัวผู้หญิงเอง งานนี้ไม่รอคำตอบครับ นำเสนอความเห็นส่วนตัวก่อนคือ ผมจำได้ว่าเคยได้ยินว่ามีวัจนะหนึ่งของท่านศาสนทูต (ซ.ล) ว่า ผู้หญิงที่แต่งงานด้วยตัวเอง ก็คือการซีนา ซึ่งผมมานึกออกทีหลังว่า ผมจำผิด (ย้ำว่าจำผิด ดังนั้นข้อความข้างต้นห้ามเอาไปอ้างต่อ) ความจริงหะดีษนั่นคือ การแต่งงานที่ไม่มีผู้ปกครองฝ่ายหญิง ก็คือการซีนา (อันนี้โดยนัยแบบนี้นะครับ) ผมจำได้ว่าแนวทางคือ เมื่อผู้หญิงพร้อมสำหรับการแต่งงานแล้ว หากยังไม่มีใครมาสู่ขอ ผู้ปกครองฝ่ายหญิงก็มีสิทธิที่จะไปทาบทามชายที่เหมาะสมมาแต่งงานกับบุตรีของตนเองได้ แต่ผมไม่รู้ว่า มีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันว่า ผู้หญิงเองสามารถสู่ขอผู้ชายแต่งงานได้เอง ฮือ

โดนย้อนคำถามกลับมาจากหัวหน้าสาขาวิชาชารีอะห์ว่า อาจารย์เคยได้ยินหะดีษที่ผู้ชายไม่มีสินสอดใดๆ ให้กับผู้หญิง ยกเว้นอัลกุรอานที่เขาจำ ซึ่งท่านรอซูล (ซล.) ก็ให้ถือว่าการสอนอัลกุรอานเป็นสินสอดได้หรือเปล่า ฮิฮิ อันนี้จำได้ครับ (จำได้เท่าที่ว่ามานี่แหละ) ท่านบอกว่าหะดีษบทนี้มักจะใช้อ้างในเรื่องของสินสอด ความจริงใช้ในเรื่องของการขอผู้ชายแต่งงานได้ อันเนื่องจากที่มาของหะดีษบทนี้คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งเสนอตนเองเพื่อเป็นภรรยาของท่านรอซูล ท่านไม่ปฏิเสธครับ แต่หันไปถามบรรดาซอฮาบะห์ว่า มีใครต้องการแต่งงานบ้าง ก็มีซอฮาบะห์ท่านหนึ่งตอบว่า เขาประสงค์จะแต่งกับนาง ท่านรอซูลก็ถามถึงสินสอด ซึ่งจากหะดีษนี้แสดงให้เห็นว่า รอซูลไม่ได้ทรงรังเกียจ หรือปฏิเสธไม่ให้ผู้หญิงเป็นคนเสนอตนเองเพื่อแต่งงานกับผู้ชาย

เออ จริงด้วย มองไปประเด็นนี้ก็จะเห็นถึงสิทธิของสตรีในมุมมองของอิสลามได้อีกมิติหนึ่งครับ แต่มีคำถามเพิ่มมาจากวงสนทนาครับว่า แต่ทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ขอผู้ชายแต่งงาน มักจะใช้วิธีการรอให้ผู้ชายมาขอมากกว่า หรือไม่ก็ใช้ญาติหรือผู้ปกครองเป็นคนดำเนินการให้ คำตอบคือ "ความอาย" นี่คือคำตอบเดียวที่มาจากวงสนทนาเมื่อเช้านี้ครับ ไม่มีใครแย้งคำตอบนี้เลยครับ (อาจจะเป็นเพราะในวงสนทนาเป็นผู้ชายหมดก็ได้)